เทคนิคเกษตร
ฝนใหม่เดือนพฤษภาคมเป็นที่มาของยอดผักอ่อนนานาชนิด และเห็ดสารพัดสายพันธุ์ ที่เห็นเริ่มมีขายช่วงนี้แล้วก็คือเห็ดเผาะ (เห็ดถอบ) ที่มีมหกรรมการเสาะหาเห็ดกันเป็นตำนานเล่าขานอยู่ทั่วไปตามหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เขตป่าชุ่มชื้นที่เห็ดชอบขึ้น เห็ดเผาะนี้เป็นเห็ดที่ต้องกินขณะยังอ่อนเป็นเม็ดกลมๆ อยู่นะครับ เปลือกนอกที่หนาแต่กรอบ เนื้อในเนียนนุ่มราวขนมเอแคลร์นั้นคงเป็นที่มาของชื่อเห็ด “เผาะ” อันเนื่องมาแต่เสียงขบแตกในปาก และได้ลิ้มรสความหวานหอมเจือกลิ่นดินอันแสนประทับใจในช่วงต้นฤดูฝน เห็ดเผาะต้นฝนเป็นเห็ดอ่อน คนนิยมกินมาก ที่ผมเคยเห็นตอนเด็กๆ ที่บ้านจะมีแบบต้มเค็มกับต้มหวาน โดยต้มเค็มเราจะกินเหมือนต้มยำน้ำใส คือบีบมะนาว บุบพริกขี้หนูสวน ใส่ใบมะกรูด ส่วนต้มหวานอาจต้มกับกระเทียมพริกไทยรากผักชีตำผัดจนหอม ใส่น้ำตาลปี๊บ บางครั้งป้าผมก็ถึงกับใส่หมูสามชั้น ไข่เป็ดต้มเข้าไปด้วย แทบกลายเป็นพะโล้เห็ดเผาะไปเลยทีเดียว พอผมโตขึ้นหน่อย ก็ได้เห็นว่ามีสูตรแกงคั่วแบบภาคกลางด้วย คือคั่วพริกแกงกับหางกะทิ ใส่เห็ดเผาะ น้ำแกงจะไม่ข้นมาก ใครจะใส่ผักอื่นๆ เช่น ชะอมด้วยก็ได้ ส่วนตัวผมเอง เมื่อหลายปีก่อน เคยลองแกงคั่วกะทิเห็ดเผา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน หลังจากบอกเล่าเรื่องราวของแหลมนาวไปฉบับที่แล้ว ก็มีสอบถามเข้ามาไม่น้อย ต้องขออภัยหากทางพื้นที่อาจรองรับได้ไม่ครบทุกท่านนะครับ เพราะข้อจำกัดต่างๆ ทั้งเรื่องที่พักและเรือที่มารับส่ง ที่นี่ทำกันในแบบชุมชนบริหารจัดการกันเอง ดังนั้น จึงต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละรอบนะครับ แต่รับรองว่าหากท่านใดจองไปแล้วจะดีต่อใจแน่นอนครับ ในเช้าที่แสงแรกกำลังชำแรกก้อนเมฆขึ้นมา เสียงไก่ขันเริ่มซาลงแล้ว ควันกรุ่นลอยเอื่อยอยู่ในถ้วย ข้าวต้มทะเลหรือที่ในเมืองมักเรียกว่าซีฟู้ด เนื้อปลามงพร้าว และหมึกสดๆ ที่ตกได้เมื่อคืน ปรุงรสด้วยน้ำส้ม น้ำปลา พริกป่นสักหน่อย หรือคอกาแฟได้กาแฟร้อนสักแก้ว นั่งจิบพร้อมชมความงามแห่งธรรมชาติ ท้องฟ้าเริ่มระเรื่อเจือทองด้วยแสงอรุณ ลมทะเลพัดเบาๆ พลิ้วคลื่นเป็นระลอกน้อยๆ ยังมีเรือตกปลาเหลืออยู่สองลำ คะเนว่าคงได้ไม่น้อย เพราะที่นั่นเป็นร่องน้ำลึก มีปลาชุกชุมมาก เทียบกับเราตกอยู่บนบ้านก็ยังได้ไม่น้อย ชุมชนเล็กๆ ที่แหลมนาว ปลูกบ้านหันหลังให้ทะเลเรียงรายไปตามโค้งหาดที่มีแต่หิน หันหน้าเข้าหาภูเขาลูกย่อมๆ กิจกรรมที่เป็นอาชีพหลักคือประมงโดยใช้เบ็ด พืชผักสวนคร
โถพลู ของเราชาวบ้านมีหลายชนิด บางชนิดเหมาะสำหรับเก็บพลูสดๆ บางชนิดเหมาะสำหรับเก็บพลูแห้ง คำว่า “พลูแห้ง” ไม่ได้หมายถึง ใบพลูที่แห้งเองตามธรรมชาติ แต่เป็นใบพลูที่ทำให้มันแห้งด้วยความร้อน ก่อนเก็บไว้ในภาชนะที่เตรียมไว้ ถ้าเป็นใบพลูที่ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาตินั้น ไม่เหมาะสำหรับนำมากินกับหมาก หากแต่เหมาะสำหรับนำไปเป็นปุ๋ยให้พืชต่างๆ เห็นไหมว่า สิ่งของชนิดเดียวกัน แค่การแปรสภาพในลักษณะต่างกัน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ต่างกัน ไม่ต่างอะไรกับคน เราต่างเป็นคนเหมือนกัน เมื่อประพฤติตัวต่างกัน คุณค่าของความเป็นคนก็ต่างกันไปด้วย โถพลูดินเผา ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ทำมาจากดินเผา แต่ไม่ใช่เผาธรรมดา หากแต่เผาและเคลือบสีเขียวด้วย เพื่อให้มีความคงทนถาวร ของใช้ชิ้นนี้ผลิตขึ้นมาใส่พลูแห้งโดยเฉพาะ เนื่องจากอุณหภูมิภายในจะเย็น ทำให้สิ่งของที่ใส่เข้าไปอยู่ได้นาน ไม่เน่าเสียง่าย คุณสมบัตินี้ ทำให้ชาวบ้านนำมาใช้ประโยชน์ในการถนอมใบพลู ในยามสงคราม ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2482-2488 สยามเราเข้าไปอยู่ในสงครามกับเขาด้วยอย่างเลือกไม่ได้ ช่วงนั้นเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง พลูก็แพงกับเขาไปด้วย เพราะพลูเป็นส่วนประ
พ่อผมเข้าเป็นเด็กประจำโรงเรียนเซนต์คาเบรียลตั้งแต่ชั้นประถมหนึ่ง กับนักบวชที่ถวายตัวตลอดชีวิตมาสอนหนังสือในเมืองไทย เราเรียกท่านว่า ภราดา Brother แต่เด็กๆ เรียก บราเด้อ และพ่อคุ้นกับอาหารฝรั่งที่กุ๊กชาวไหหนำประกอบเลี้ยงบราเด้อมาแต่บัดนั้น เมื่อมีครอบครัว มีผมและน้องๆ นอกจากอาหารไทยที่แม่ทำแล้ว วันอาทิตย์ พ่อมักจะขอมื้อเช้าเป็นอาหารฝรั่งบ้าง คือ ขนมปัง ไข่ดาว เบคอน แฮม ไส้กรอก เหยาะซอสเปรี้ยวตรากระต่าย ตบท้ายด้วยขนมปังทาเนยและแยมรสสตรอเบอรี่ ถ้าไม่ทาแยม จะมีตับบด ทำจากตับไก่ ทั้ง เบคอน แฮม ไส้กรอก และตับบด ทำจากร้าน “บางกอกซอสเสจ” บนถนนมเหสักข์ รสชาติขนานแท้ เพราะเจ้าของคนทำเป็นเยอรมัน และทางร้านทำส่งโรงแรมหรูในกรุงเทพฯ มิให้แขกบ้านแขกเมืองหรือชาวตะวันตกได้อดอยากปากเปรี้ยวแต่ประการใด จำเนียรกาลผ่านไป หาตับบดไก่ไม่ค่อยได้ มีแต่ตับบดหมู ผมจึงต้องค้นหาตำราตับบดไก่มาทำกินเอง และด้วยเหตุผลเดียวกับย่อหน้าที่แล้ว มีร้านค้ามาขอให้ผมทำส่ง จึงกับลูกชายทำส่งเขา ให้เขามีขนมปังปิ้งทาเนย-ตับไก่บด บริการลูกค้าประจำที่ถามหามิได้ขาด ทั้งเป็นหน้าเป็นตาของร้านอีกด้วย เมื่อทำตับไก่บดจนเบื่อ คิดพลิกแพลงทำตั
ระยะหลังๆ นี้ ตลาดสดขายของทะเลที่ผมชอบไปเดินซื้อ คือตลาดที่ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการครับ เพราะนอกจากกุ้งหอยปูปลาสดๆ คุณภาพดี ราคาถูกกว่าที่อื่นในละแวกใกล้เคียงแล้ว ยังมีของแปลกๆ หลายอย่าง เช่น ผมเคยได้ลูกกานา (Canarium album) ทั้งสดและดองน้ำปลา เอามาต้มปลา อบหมูสามชั้นแบบเค็มหวานอร่อยดีมากๆ ครับ นอกจากนี้ ของดีอีกอย่างของพื้นที่คลองด่าน ก็คือ “กะปิ” กะปิคลองด่าน มีวางขายทั่วไปในตลาด ทำจากหลายแหล่ง ราคาก็ไม่แพง เป็นกะปิเคยทะเลแบบเนื้อละเอียดแน่นๆ สกุลคล้ายกะปิภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ตราด ไม่ใช่แบบสดเปียกนิ่ม สกุลคลองโคน สมุทรสงคราม หรือบ้านแหลม เพชรบุรี ฐานการผลิตของชุมชนแถบนี้มีมาอย่างน้อยตั้งแต่ศตวรรษก่อน ลักษณะพื้นที่ลุ่มชายฝั่งเอื้อให้ผลิตอาหารจากทรัพยากรทางทะเลได้ดี หลักฐานจากหนังสือ งานแสดงนิทรรศการสินค้าพื้นเมืองไทย ในพระราชพิธีสมโภชพระนครครบร้อยปี พ.ศ. 2425 ทำให้รู้ว่า พื้นที่แขวงเมืองสมุทรปราการมีแหล่งทำเกลือสมุทรสำคัญอย่างน้อย 3 แห่ง คือ เกลือนาหลังบ้าน เกลือคลองขันลาย และเกลือคลองทะเล ซึ่งเกลือคลองทะเลนั้นก็ยังทำขายอยู่จนทุกวันนี้ ผมเองยังเคยซื้อจากแ
เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ที่ปลูกทุเรียน มังคุด มะม่วง น้อยหน่า มะเฟือง กล้วย มะพร้าว ข้าวโพด มะกรูด สับปะรด ส้มโอ ฯลฯ ในบางครั้งอาจเจอปัญหาภัยธรรมชาติ โรคแมลงรบกวนทำให้ผลไม้ร่วงหล่นจากต้นก่อนการเก็บเกี่ยว ทำให้สูญเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย ความจริงผลไม้เหล่านั้นสามารถนำมากลับมาสร้างรายได้ใหม่ในรูปของ “ ถ่านผลไม้ดูดกลิ่น ” ที่มีรูปทรงเด่นสะดุดตา น่าใช้งานมากกว่าถ่านไม้ทั่วไป และช่วยดูดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างดีเยี่ยม ไอเดียนี้สามารถทำได้ง่าย ขายคล่อง สร้างผลกำไรงามอีกต่างหาก เพราะถ่านผลไม้ดูดกลิ่น มีราคาขายส่งต่อชิ้นตั้งแต่ 10-40 บาท ตามขนาดรูปทรงและชนิดผลไม้ ดังนั้น เกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตร่วงหล่นก่อนการเก็บเกี่ยว หรือมีผลไม้เหลือจากการขาย หรือประสบปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ สามารถนำผลไม้เหล่านี้ กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปถ่านผลไม้ดูดกลิ่นได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นประเภท เปลือกทุเรียน ฝักบัว กาบมะพร้าว กาบตาล ฯลฯ มาเผาเป็นถ่านได้เช่นกัน ถ่านผลไม้เหล่านี้ ได้รับการยอมรับจากตลาดว่า สามารถดูดกลิ่นได้ดีกว่าถ่านที่ทำมาจากไม้ทั่วไป หลายชุมชนได้นำไอ
“ซีอิ๊ว” หนึ่งในเครื่องปรุงรสยอดนิยม ที่แทบทุกบ้านจะต้องมีไว้ติดครัวอยู่เสมอ ก็เพราะซีอิ๊วใช้เป็นน้ำจิ้มอาหารประเภทต่างๆ ก็ได้ ใช้เหยาะในอาหารพวกข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวผัด หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเครื่องปรุงรสในอาหารชนิดต่างๆ ได้อีกมากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารจีนทั้งหลายมักมีซีอิ๊วเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยเสมอ เรื่องราวน่าสนใจของซีอิ๊วนั้นยังมีอีกมากมาย เรามาทำความรู้จักกับซีอิ๊วให้มากขึ้นกันดีกว่า ซีอิ๊ว จัดเป็นเครื่องปรุงรสประเภทหนึ่ง ซึ่งทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ให้คำจำกัดความของ ซีอิ๊ว หรือ น้ำซีอิ๊ว ไว้ดังนี้ “น้ำซีอิ๊ว” หมายถึง ผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองด้วยการหมัก จะนำมาแต่งรส และ/หรือ สี หรือไม่ก็ได้ตามชนิดของผลิตภัณฑ์นั้นๆ แล้วนำไปผ่านการพาสเจอไรซ์ ประเภทของซีอิ๊ว ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก. 252-2521 ได้แบ่งประเภทและให้ความหมายของซีอิ๊วแต่ละประเภทไว้ดังนี้ น้ำซีอิ๊ว แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ ซีอิ๊วขาว หมายถึง ผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองด้วยการหมัก แต่มิได้มีการแต่งรสและสี ซีอิ๊วขาว แบ่งเป็น 2 ชั้นคุณภาพ คือ
คอลัมน์ ตามรอยฟ้า หนึ่งในความต้องการของเกษตรกรคือการได้ผลผลิตที่มากขึ้น เพราะย่อมหมายถึงการมีรายได้เพิ่มขึ้นตามมา กระนั้น การมี “เงิน” เยอะอาจไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่างของชีวิต และไม่ได้เป็นหลักการันตีว่าเมื่อมีเงินมากขึ้นแล้วชีวิตจะมีความสุข หากปราศจากคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากมีรายได้เพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กับกราฟความสุขของชีวิตที่ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง หรือเรียกได้ว่ามีความอยู่ดีกินดีนั่นเอง แนวทางนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งแต่ละโครงการจะผสานวัตถุประสงค์หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน กล่าวคือ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจและการยกระดับรายได้ ยังปรากฏเรื่องการพัฒนาสังคม การสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้กับชุมชน การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในแง่ขององค์รวม เป็นต้น ในทางเดียวกัน “โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ของกลุ่มมิตรผลก็มีเส้นทางการดำเนินงานสอดรับกับวิถีข้างต้น ทั้งได้นำไปใช้กับชุมชนชาวเกษตรกรไร่อ้อย ซึ่งอยู่ในพื้นที่โรงงานของบริษัท ซึ่งโครงการนี้นับเป็นบันไดก้าวที่ 4 ของโครงการหมู่บ้านเพิ่มผลผลิต โดยก้าวแรกคือการส่
อาชีพทำเงิน ขนมบ้าบิ่นสูตรมะพร้าวอ่อนเมนูอร่อยสไตล์งานวัดแบบไทยๆ วันที่21พฤษภาคม2560 ที่บริเวณตลาดนัดชุมชนถนนคนเดินสรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีร้านขนมบ้าบิ่น ที่คนในชุมชนจะรู้จักคุ้นเคยดี ในชื่อ”ขนมบ้าบิ่นปิงปอง สูตรมะพร้าวอ่อน” ซึ่งจะมีลูกค้าทั้งขาจร และขาประจำมาต่อคิวซื้อกันคึกคักทุกวัน ด้วยความที่รสชาติความอร่อยที่แตกต่างจากแหล่งอื่น เพราะใช้เนื้อมะพร้าวอ่อนล้วนๆ อีกทั้งขนมของที่นี่ยังมีรูปทรงที่ต่างจากทั่วไปเพราะใช้เบ้าขนมครกเป้นแม่พิมพ์ ด้วยรูปร่างสวยแปลกตา บวกกับรสชาติที่หวานมันของเนื้อมะพร้าวและน้ำกะทิ ทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของ นักชิม และลูกค้า จนทำขายกันแทบไม่ทัน ทั้งยังมีจุดขายอยู่ที่การแต่งชุดไทยสไตล์งานวัดโบราณยืนทำขนมขาย สร้างความสนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นการตลาดที่ได้ผลอย่างยิ่งยวดอีกด้วย นางวลัยพรรณ ดาราสิทธิ์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายขนมบ้าบิ่น เปิดเผยว่า ตนเริ่มคิดค้นสูตรด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก มาเป็น ร้อยๆครั้ง จนได้สูตรที่คงที่เมื่อ 3 ปี ก่อน เมื่อลองนำมาให้เพื่อนบ้านชิม ก็เกิดติดใจ ให้ตนทำใหม่ ถึงขนาดเอาส่วนผสม มาให้ทำให้กิน จนตนคิดว่า หากทำขายจะเป็นอย่างไร พอเริ่มขาย ขายตามงานว
หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความสำคัญต่อประเทศชาติ และพสกนิกรชาวไทยทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน เยาวชน นักเรียน ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดนโยบายขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาในทุกระดับ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความตระหนัก และฝังรากลึกภายในตนเอง และผู้อื่น อย่างยั่งยืน น.ส.สุพัตรา จินดาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธรรมเผด็จ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) นครศรีธรรมราช เขต 2 จึงได้จัดกิจกรรม “ชวนน้องเก็บข้าว ทิ่มเม่ากับชาวหนองเสม็ด” ณ บ้านหนองเสม็ด หมู่ 13 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 100 คน
