เทคนิคเกษตร
ผู้เขียนรู้จักกับ ป้าหน่อย หรือ คุณยุพาพร ว่องวิกย์การ ผ่านการแนะนำของป้าชิ้นที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันย่านโชคชัย 4 ตั้งแต่ก่อนปีน้ำท่วมใหญ่ ป้าสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ป้าหน่อยมีบ้านอยู่เชียงใหม่ มีอาชีพอิสระด้วยการประดิษฐ์เครื่องประดับจากกะลามะพร้าว มาตั้งแต่ปี 2545 เพราะมองเห็นเสน่ห์ความสวยงามของกะลามะพร้าวผ่านงานประดิษฐ์สร้อยคอและเครื่องรางของชาวบ้านอันเกิดจากภูมิปัญญาเก่าแก่จนนำไปสู่การประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ แล้วนำไปขายที่ตลาดคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่ กับอีกหลายแห่ง ทุกครั้งที่ป้าหน่อยนำสินค้ามาขายตามงานแสดงในกรุงเทพฯ มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนป้าชิ้น พร้อมกับติดงานบางประเภทมาให้ทำด้วย ดังนั้น การแนะนำให้รู้จักกับป้าหน่อยในคราวนั้นจึงทำให้ได้มีโอกาสนำเรื่องราวงานหัตถกรรมสวยๆ จากกะลามะพร้าวมาตีพิมพ์ลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี งานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวของป้าหน่อยถือว่าได้พัฒนาการความก้าวหน้าไปมาก จากเดิมที่เคยประดิษฐ์เครื่องประดับเพียง 10 กว่าชนิด แต่ขณะนี้มีจำนวนแบบมากกว่า 100 ชนิด จนเป็นที่รู้จักอย่างดี ในชื่อแบรนด์ “กะลาดูดี” พร้อมกับมี
ผ้าไหมไทย หรือ Thai silk เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ความสวยงาม ความอ่อนนุ่มสบาย และมีความเลื่อมเงาโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ “เมื่ออากาศร้อน ผ้าไหมช่วยคลายให้เย็นได้ ส่วนเวลาอากาศหนาว ผ้าไหมบางๆ กลับช่วยให้อุ่นสบาย” พราะผ้าไหมถักทอขึ้นจากเส้นใยไหมที่มีขนาดเล็กละเอียด เป็นเส้นใยชนิดใยยาว จึงทอเป็นผ้าได้สวยงามเนื้อผ้าอ่อนนุ่ม ดูบอบบาง ขณะเดียวกันด้วยความเหนียวทนทานของเส้นใยไหม จึงทำให้สามารถใช้ผ้าไหมสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ดี การดูแลที่เหมาะสมจะทำให้ผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมคงความสวยงามและคุณสมบัติดีเด่นได้ยาวนาน การซัก สามารถซักได้เองโดยน้ำสบู่ แชมพู หรือน้ำยาซักผ้าที่มีฤทธิ์เป็นกลาง หรือกรดอ่อนๆ ตากในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทสะดวก พาดผ้าบนราวกลม หรือใช้ไม้แขวนบ่าใหญ่ เมื่อแห้งจะทำให้รีดง่ายขึ้น การรีด ให้รีดขณะผ้าไหมยังเปียกหมาดๆ ขณะรีดใช้ความร้อนระดับปานกลางถึงร้อนสำหรับผ้าไหมชนิดบาง ส่วนผ้าไหมที่หนาปานกลาง ให้ใช้ความร้อนระดับร้อนมาก ขอบคุณข้อมูลจากกรมหม่อนไหม
พะโล้กับต้มเค็มนี้เป็นสองเรื่อง แต่มักเอามาปนเปกัน ต้มเค็มเป็นกับข้าวไทย หรือจะพูดให้ถูก คือเป็นกับข้าวภูมิภาคสุวรรณภูมิมานานช้า เดิมเนื้อที่ต้มเค็มเป็นสัตว์น้ำ กุ้งและปลา เช่น ปลาทูหรือปลาตะเพียน ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือเต้าหู้ก็ไม่ใส่ จนภายหลังเมื่อเรือขายหมู ขายไข่ เต้าหู้ ของคนจีนเข้ามา จึงมาเติมในหม้อต้มเค็ม แล้วในที่สุดก็รับเครื่องพะโล้ ที่คนจีนทำเป็ดพะโล้ ลงเอยเป็นหม้อพะโล้ตามร้านข้าวแกงอย่างทุกวันนี้ เราอยู่กับพะโล้หมูมานาน จนคราวหนึ่งผมได้ไปงานมงคลของอิสลาม เจอพะโล้เนื้อ อร่อยครับ เลยอยากขยายมาให้ทำกันบ้าง จะซื้อเนื้อผมไปตลาดสดอ่อนนุช มีเจ้าประจำขายเนื้อราคาไม่แรงเหมือนห้าง สันใน เนื้อตะโพก ทำกับข้าวไม่เหนียว กิโลละ 250 บาท เนื้อสามชั้นต้องเคี่ยวหน่อย 230 เอาอย่างหลังมาครึ่งโล เต้าหู้ทอดพวง 26 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ถุง 10 ฟอง 45 บาท ไม่ถูก แต่จะซื้อยกถาด 30 ฟอง 85 บาท หอบหิ้วขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไหว รากผักชี กำละ 10 บาท ผงเครื่องพะโล้ 20 บาท เมื่อถึงบ้าน ก่อนอื่นใด ให้ล้างเนื้อแล้วหั่นเป็นก้อนเต๋าขนาดใหญ่กว่าคำเล็กน้อย เพราะเคี่ยวแล้วเนื้อจะหด ลงหม้อลวกน้ำเดือดเสียทีหนึ่ง ฟองเลือดทิ้งไปด้วย
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ สังกัดส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 จังหวัดตาก ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพบพระและอำเภอแม่สอด ในอดีตนั้นเป็นวนอุทยานน้ำตกพาเจริญ ต่อมาได้สำรวจพื้นที่เพิ่มเติม ปรับปรุงแนวเขตใหม่ รวมพื้นที่ประมาณ 786 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5 แสนไร่ ประกอบไปด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ มีสภาพป่าหลากหลายประเภท เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา สัตว์ป่า เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน นกนานาชนิด และแมลงต่างๆ คุณสุรศักดิ์ คำปาแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ให้รายละเอียดว่า แหล่งท่องเที่ยวภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ได้แก่ น้ำตกพาเจริญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ภายในอุทยานฯ อยู่ติดถนนใหญ่ สายพบพระ-อุ้มผาง ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1090 หลักกิโลเมตรที่ 37 มีต้นกำเนิดมาจากลำห้วยน้ำนักและแหล่งน้ำซับ บริเวณหมู่บ้านชิบาโบ เป็นน้ำตกหินปูนที่มีระดับชั้นลดหลั่นลงมาถึง 97 ชั้น รอบๆ บริเวณน้ำตกมีธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติรอบน้ำตก ระยะทางประมาณ 1.5
ชื่อวิทยาศาสตร์ Vitex negundo L. ชื่อวงศ์ LABIATAE ชื่ออื่น โคนดินสอ คนดินสอดำ ดินสอดำ ผีเสื้อดำ ลักษณะทั่วไป ไม้พุ่ม ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 5 ใบย่อย เรียงตรงข้าม ดอกช่อแยกแขนง มีกลิ่นหอม กลีบดอกสีขาว ออกที่ปลายกิ่ง ผลสด รูปกลม การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ กิ่งตอน คนทีเขมา พืชศักดิ์สิทธิ์พิชิตโรคภัย คนทีเขมา เป็นสมุนไพรที่เก่าแก่ชนิดหนึ่ง แม้จะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบ้านเรา แต่คงเข้ามาเป็นเวลานมนานแล้ว พร้อมๆ กับ คนทีสอ ในภาษาพื้นบ้านจะเรียกพืชทั้งสองชนิดนี้เหมือนกัน เช่น ผีเสื้อบ้าง ดินสอบ้าง แต่แยกเป็นดำกับขาว เช่น ผีเสื้อดำ หมายถึงคนทีเขมา ผีเสื้อขาว หมายถึงคนทีสอ หมอยาจะบอกว่า สมุนไพรสองชนิดนี้ใช้แทนกันได้ แต่หมอยาไทยนิยมคนทีสอมากกว่าเพราะกลิ่นดีกว่า มีตำนานความเชื่อว่า หากนำต้นผีเสื้อชนิดใดชนิดหนึ่งไปปลูกไว้ริมน้ำ จะป้องกันตลิ่งพังได้ ตาหา (สว่าง คำมะนิตย์) หมอยาแห่งบ้านกกกะบก อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เล่าว่า เคยช่วยต้นไม้แคน (ต้นตะเคียน) ไม่ให้ถูกน้ำกัดเซาะจนโค่นได้ โดยนำต้นผีเสื้อดำไปปลูก รวมทั้งปลูกเอาไว้ในบ้านจะแก้สิ่งที่ไม่เป็นมงคล ที่ชาวบ้านเรียกว่า แก้เข็ดแก้ขวง ช่ว
“หัวโขน” เป็นงานศิลปะชั้นสูง ใช้สวมครอบศีรษะปิดบังส่วนหน้าของผู้แสดงโขน เป็นศิลปะประเภทประณีตศิลป์ที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างวิจิตรตระการตาตามแบบช่างไทย มีรูปลักษณะสวยงาม ถือเป็นงานศิลป์คู่วิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน ด้วยความรักงานหัวโขน ยุธศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ ศิลปิน วัย 49 ปี ชาวแม่กลอง ใช้พื้นที่บ้านพัก เลขที่ 74 หมู่ที่ 1 ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างหัวโขนด้วยทักษะฝีมือที่ร่ำเรียนมา แต่ปรับลดขนาดลงเป็น “หัวโขนจิ๋ว” ที่มีลักษณะสวยงาม น่ารัก ที่สำคัญเหมาะแก่การดูแลเก็บรักษาไว้ชื่นชมง่ายกว่าหัวโขนที่มีขนาดใหญ่ “ยุธศักดิ์” เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำหัวโขน เริ่มจากการเข้าไปเรียนในวิทยาลัยในวัง แนวอนุรักษ์ศิลปะไทยช่างสิบหมู่ ในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห็นว่า หากไม่อนุรักษ์การทำหัวโขนไว้นับวันจะสูญหายไป หลังเรียนจบได้รวมกลุ่มทำหัวโขนฝากร้านเพื่อนจำหน่ายในสวนจตุจักร กรุงเทพฯ เพราะเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมซื้อ แต่วางขายได้ประมาณ 6 เดือน ปรากฏว่าขายได้เพียง 1 ชิ้น แม้ลูกค้าชมว่าสวยแต่มักบ่นว่ามีราคาแพง ในปี 2543 มีโอกาสได้ออ
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่โรงเรียนบ้านไทรงาม จ.สุราษฎร์ธานี สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (สุราษฎร์ธานี ) ร่วมกับ อ.ไชยา ได้จัดงานสืบสานภูมิปัญญาป่า-เล ชุมชน และเทศกาลจับหอยขาว โดยมีนายเจริญศักดิ์ วงศ์สุวรรณ นายอำเภอไชยาและนายอภิชัย เอกวนากุล ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (สุราษฎร์ธานี ) ร่วมเปิดโครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน มีประชาชน และนักเรียนในพื้นที่ อ.ไชยาและ อ.ท่าฉาง เข้าร่วมกว่า 200 คน ทั้งนี้ หลังพิธีเปิดนายเจริญศักดิ์ พร้อมนายอภิชัย และผู้ร่วมงานทุกคนได้นั่งเรือออกไปยังปากอ่าวไชยา ร่วมกับนักเรียนลงจับหอยขาวโดยใช้มือเปล่าซึ่งเป็นวิถีภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างสนุกสนานคึกคัก ซึ่งสร้างความประทับใจแก่นักเรียนที่ได้จับหอยขาวด้วยมือตัวเอง นายอภิชัย กล่าวว่า ในอดีตชุมชนชายฝั่งมีวิถีชีวิตที่พึ่งพากับป่าชายเลนและทรัพยากรชายฝั่งมาช้านาน เช่น นำพืชไม้ป่าชายเลนมาทำอาหารและใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร รวมทั้งอนุรักษ์แหล่งที่อยู่ของสัตว์น้ำหอยขาว หอยแครง ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและนักเรียนรวมทั้งชุมชนชาย
วันที่10มิ.ย.60 ที่บ้านโตะโมะ หมู่ที่3 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส พลเรือตรีสมเกียรติ พลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานพิธิเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลภูเขาทองครั้งที่38 โดยมีนาย สุรพร พร้อมมูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.จ.อ.อนัน บุญสำราญ นายอำเภอสุคิริน พร้อมหัวหน้าส่วน และประชาชนร่วมงาน สำหรับการจัดงานประเพณีบุญบั่งไฟตำบลภูเขาทอง สืบเนื่องจากมีราษฎรที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากภาคอีสาน ตามโครงการพระราชดำริ รัชกาลที่9 ที่เข้ามาอยู่ในเขตของนิคมสร้างตนเองสุคิริน เมือปี2518 ประเพณีบุญบั่งไฟตำบลสุคิรินได้จัดครั้งแรกในชุมชนเล็กเมือปี 2522 บ้านไอปาโจและหลังจากนั้นก็ได้จัดเรือยมา จนถึงปัจุบันเป็นเวลา38ปี ในพื้นที่ตำบลภูเขาทองมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เหมือนทองคำโตะโมะ ศาลเจ้าแม่โตะโมะ หลักเขตชายแดนไทย-มาเลเซีย เนินพิศวงต้นกะพงยักษ์ ถ้ำผีเสื้อ เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ชมทะเลหมอก ชมการร่อนทอง และการล่องแก่ง พลเรือตรีสมเกียรติ พลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประเพณีสืบทอดกันยาวนานเป็นประเพณีภาคอีสาน ซึ่งองค์การ
กลุ่มผู้รักสุขภาพชมรมตะบองสองแควรวมตัวออกกำลังกายด้วยวิธีหัวเราะบำบัดกันทุกเช้า ที่สวนชมน่านฯ จ.พิษณุโลก ได้คลายเครียด ผ่อนคลาย ฝึกหายใจส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุเฉลี่ย 60-80 ปี ต่างมาหัวเราะกันทุกวัน วันที่ 10 มิถุนายน 2560 ที่สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติฯ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีกิจกรรมการออกกำลังกายของชาวเมืองพิษณุโลกหลากหลาย ทั้งเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน รำไทเก้ก รำจี้กง ลำตะบอง ฯลฯ และมีกิจกรรมหนึ่ง ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก คือ กิจกรรมออกกำลังกาย ”หัวเราะบำบัด” ของชมรมลำตะบองสองแคว ที่รวมตัวกันออกกำลังกายทุกเช้าตั้งแต่ 06.00 น. บริเวณสวนชมน่านฯ ด้านหน้าไปรษณีย์พิษณุโลก ทุกเช้าสมาชิกของชมรมฯจะเริ่มต้น จากรำจี้กง หัวเราะบำบัด ลำตะบอง และเล่นโยคะ เสียงและรอยยิ้มของสมาชิกที่ร่วมกิจกรรมบำบัด ต่างดังไปไกล เพราะต่างเปล่งเสียงหัวเราะด้วยน้ำเสียงต่าง ๆ อ้า ๆ เอ้ ๆ อู้ ๆ อี้ ๆ สลับไปกับการออกกำลังกายของท่วงท่าร่างกาย ทั้งใบหน้าหัวเราะ แขนหัวเราะ สมองหัวเราะ รวมถึงออกเสียงหัวเราะกันสุดชีวิต ที่เป็นการออกกำลังกายที่นิยมมากในกลุ่มผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่อายุตั้งแต่ 60-80 ปี นางเฉลิมศ
“ถั่วแปบ” ฝักแบนยาวโค้งงอ เป็นไม้เลื้อยล้มลุก ชอบแดดจัด พบมากทางภาคเหนือและภาคอีสาน มีชื่อเรียกแตกต่างกันแต่ละท้องถิ่น อย่างทางเหนือเรียก ถั่วแปบ บ่าแปบ มะแปบ หมากแปบ ถั่วแปะยี เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว มีประโยชน์เกือบทุกส่วน ใช้ทำปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน ส่วนฝักอ่อน เมล็ด นำมาประกอบอาหารได้ทั้งแกงหรือลวกจิ้มกินกับน้ำพริกต่างๆ ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง “ปฤษณา กองวงค์” ข่าวสด-ลำปาง มีโอกาสลิ้มรส “ยำถั่วแปบ” ของกินพื้นบ้าน ฝีมือ “สายหยุด โปธิปัน” ชาวลำพูน วัตถุดิบมี ถั่วแปบ หมูสับ ข่า หอมแดง กระเทียม ต้นหอมผักชี ปลาร้า เกลือ วิธีทำ เริ่มจากนำถั่วแปบมาล้างให้สะอาด ลวกแล้วนำมาหั่นพักเตรียมไว้ หรือจะใส่ถั่วฝักยาว มะเขือขื่น ลวกด้วยก็ได้ จากนั้นโขลกน้ำพริกให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกแห้ง เกลือ ข่า ปลาร้าสับ และหมูบดลงไป โขลกให้เข้ากัน ตั้งกระทะแล้วนำน้ำพริกลงผัดอีกครั้งให้หอมพอสุก เวลากินก็ใส่ถั่วแปบคลุกเคล้าลงไปปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว หอมแดงซอยบางๆ ต้นหอมผักชี เป็นอันเสร็จ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ บางคนก็ต้มน้ำปลาร้าใส่หมูสับลงไ
