เทคนิคเกษตร
วันที่ 20 มกราคม 2560 ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลดงขวาง (หลังเก่า) ตำบลดงขวาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม นายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์ป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ มีเกษตรกรในพื้นที่ยกขบวนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง นางเกษร วรรณลา เกษตรอำเภอเมืองนครพนม กล่าวว่า หอยเชอรี่เป็นหอยน้ำจืดที่เป็นศัตรูสำคัญของต้นข้าว ซึ่งในแต่ละปีหอยเชอรี่จะทำลายกอข้าวของเกษตรกรให้เสียหายเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ระยะที่ต้นข้าวเป็นต้นกล้า ระยะปักดำใหม่ๆ ไปจนถึงระยะการแตกกอเต็มที่ ซึ่งการกำจัดและการป้องกันทำได้อย่างไม่ทั่วถึง เนื่องจากหอยชนิดนี้มีการวางไข่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะขยายพื้นที่ระบาดออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลดงขวางและตำบลขามเฒ่า ดังนั้น จังหวัดนครพนมโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมจึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนถึงพิษภัยของหอยเชอรี่ที่จะมาทำลายต้นข้าวของชาวนา ตลอดจนการนำเอาหอยเชอรี่ไปสร้างประโยชน์ต่างๆ ให้กับเกษตรกร จึงก่อเกิดเป็นกิจกรรมประกวดหอยใหญ่ และการแข่งขันประกอบอาหารด้วยเมนูหอยเชอรี่ ซึ่งน
หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแทนประมาณ 45,000 -50,000
สิว เป็นโรคผิวหนังที่มักเกิดขึ้นมากในบริเวณผิวที่มีจำนวนต่อมน้ำมันมาก อย่าง ใบหน้า ส่วนบนของหน้าอก และหลัง ปัญหาการเกิดสิวสามารถพบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มักเกิดสิวที่มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของแอนโดรเจน เช่น ฮอร์โมนเพศชาย สิว เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวหลักๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด และปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกร่างกาย เช่น ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และอาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ ส่วนตำแหน่งในการเกิดสิวก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะนั่นอาจหมายถึงความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรานั่นเอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้ให้คำแนะนำในการใช้สมุนไพรทางเลือก เพื่อใช้ในการดูแล รักษา และป้องกันสิวที่เกิดขึ้นในตำแหน่งต่างๆ ของใบหน้า ดังนี้ สิวบริเวณหน้าผากส่วนบนตรงกลาง เกิดจากระบบย่อยอาหาร หรือกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา อาหารที่แนะนำ คือ อาหารที่มีสารต้าน
“มันเสา” พืชพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ เป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน รูปทรงกระบอกยาวตรง บางทีอาจมีความยาวมากกว่า 2 เมตร ขึ้นอยู่กับอายุของต้น ผิวด้านนอกมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในมีสีขาวครีม และมียางเมือกในเนื้อมัน “วิษณุ โชคบรรดาลสุข” ข่าวสด-ราชบุรี พาไปพบกับภูมิปัญญาของชาวมอญลุ่มน้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี ในอดีต ที่ได้นำมันชนิดนี้มาประกอบอาหารเพื่อรับประทาน โดยเฉพาะในช่วงหลังฤดูฝนไปจนถึงฤดูร้อน ไม่ว่าจะนำมาหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเล็ก หุงผสมกับข้าว เพื่อเพิ่มปริมาณ รสชาติและความหอม รวมไปถึงอาหารคาวหวาน ทั้งแกงบวด มันเชื่อม แต่ที่นิยมทำรับประทานกันมากที่สุดจวบจนปัจจุบันคือ “แกงเลียงมันเสาปลาย่าง” อาหารพื้นบ้านมอญลุ่มน้ำแม่กลองเมืองโอ่งราชบุรี “ปภากร สุดแน่น” ชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านคุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อธิบายวิธีการทำ เริ่มจากนำหัวมันมาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด เฉาะให้เป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้ แล้วหันไปตำเครื่องแกงที่ประกอบด้วย กระเทียม พริกไทย กะปิ และปลาย่าง จากนั้นตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด นำเครื่องแกงใส่ลงไป รอจนเดือดอีกครั้งจึงใส่มันเสาและปลาทูย่าง ต้มจนเนื้อมันเสาสุกนิ่ม แล้วจึงใส่ใบตำลึงลงไป รอพร้อมเสิร์ฟ รสชา
อ.พาน จ.เชียงราย เป็นแหล่งเลี้ยงปลานิลใหญ่ที่สุดใน ภาคเหนือ มีผลผลิตปีละกว่า 16,000 ตัน เลี้ยง 6 จังหวัดภาคเหนือ และประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมา และลาว มีเมนูเด็ดที่ทำจากปลานิล โดย เกรียงไกร ปัญโญกาศ “ข่าวสด-เชียงราย” พาไป “ร้านป้ามะลิ สิทธิวงษา” บ้านสันสลี ต.สันกลาง อ.พาน ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนพานพิเศษวิทยา เพียง 1.5 กิโลเมตร เพื่อลิ้มรส “ไส้อั่วปลานิล” อาหารเหนือยอดนิยม ไส้อั่วตามปกติทั่วไปจะใช้เนื้อหมู แต่เจ้านี้ใช้เนื้อปลาแทน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่นิยมทานโปรตีนจากปลา เพื่อสุขภาพ แทนเนื้อชนิดอื่นๆ เป็นอย่างยิ่ง และยังได้รสชาติของไส้อั่วที่เอร็ดอร่อยไม่แพ้กัน ป้ามะลิเล่าถึงส่วนผสมว่า มีเนื้อปลานิลสดชั้นดีที่นำเฉพาะเนื้อออกมาแช่น้ำแข็ง เพื่อไม่ให้มีกลิ่นคาวและรักษาคุณภาพไม่ให้เน่าเสียง่ายเวลาปรุง จากนั้นตำส่วนผสม ขมิ้น ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกูด ยอดผักชี ใบผักชีฝรั่ง พริกแห้ง ผสมกันพร้อมเนื้อปลาที่บดจนละเอียดแล้วจนลงตัว นำทั้งหมดยัดลงในไส้หมูยาวเช่นเดียวกับไส้อั่วทั่วไป โดยมีเคล็ดลับ คือก่อนยัดลงไส้ให้เติมไข่หรือมันหมูลงไปด้วยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติด้วย แล้วอบในเตาอบด้วยความร้อนสูงประมาณ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cissus quadrangularis L ชื่อวงศ์ Vitaceae ชื่ออื่นๆ สันชะฆาต, สามร้อยต่อ, ขันข้อ, ต้นต่อกระดูก (ราชบุรี) ตำลึงทอง (ท้องถิ่นทั่วไป) ฉันกังวลกับชื่อของฉัน เพราะฟังแล้วเหมือนผู้ที่โหดร้าย ใจร้าย เป็นเพชรฆาตสังหารนักโทษหรือนักฆ่าคน แต่ก็สบายใจที่มีคำว่า “เพชร” ในชื่อ อย่างน้อยก็เคยเป็นหนังเรื่อง “เพชรตัดเพชร” ตั้งแต่สมัย 50 ปีที่แล้ว มีนางงามจักรวาล ชื่อ อาภัสรา หงสกุล เป็นนางเอกคู่กับ ลือชัย นฤนาท และตอนนี้ยังมีละครทีวีเรื่อง “กุหลาบตัดเพชร” กำลังดังอยู่ ฉันก็ยิ่งภูมิใจ อยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เพชรพิฆาต” ด้วยซ้ำ เพราะฆ่า “ริดสีดวง” มาเยอะแล้ว จริงๆ แล้วฉันก็เป็นพระเอกนักฆ่าหน้าหยกนั่นแหละ เพราะได้รับฉายาเป็น “สมุนไพรใส่สูท” ชนิดหนึ่งที่โด่งดังแถวๆ โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ถูกอัดอยู่ในแคปซูลเพชรสังฆาตในบัญชียาโรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งสำหรับโรคนี้ไม่ใช้ยาแผนปัจจุบันอื่น เพราะเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยไม่เป็นพิษ กลืนได้ บรรจุในแคปซูล ไม่มีขม เมื่อผงยาสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารก็จะไม่มีฤทธิ์ระคายเคืองแต่อย่างใดจึงกลายเป็น “เพชรสังฆาตพิฆาตริดสีดวง” ต้นเพชรสังฆาตเป็นพ
จู่ๆ อยู่มาวันหนึ่ง น้องชายบอกว่าหลังบ้านปลูกยี่หร่า ใช้ใบสดผัดกับเนื้อ ทำให้รอดจากเนื้อผัดกะเพราที่จำเจไปได้อีกหลายมื้อในชีวิตนี้ ผมเริ่มได้ยินเรื่องยี่หร่าเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จาก กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ว่าใช้ในแกงมัสมั่น หลังจากนั้น เมื่อหัดทำแกงเผ็ด ก็ได้ความรู้จากแม่ว่า ถ้าแกงเนื้อวัว ให้เติมเม็ดยี่หร่าคั่วแล้วตำแหลก ใส่เข้าไปด้วย จะช่วยดับคาว ซึ่งผมก็ไม่ถือเคร่งครัด ด้วยไม่เคยตำเครื่องแกงเองมาก่อน เวลาเข้าตลาดสดบอกแม่ค้าว่าจะแกงเนื้อนั่นเนื้อนี่ แม่ค้าก็จัดเครื่องแกงสำเร็จให้ แต่ก่อนนี้ ยังเห็นที่เวลาตักเครื่องแกง แม่ค้าเขาใช้ไม้พายเล็กๆ ป้ายที่ตำสีต่างๆ จากชามนั้นชามนี้ นัยว่าเพื่อเพิ่มกลิ่นรสจำเพาะให้แกงแต่ละชนิด ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่เห็นแม่ค้าเจ้าไหนทำกันอีกเลย เครื่องแกงแต่ละกะละมังสูตรสำเร็จ มี แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด อย่างหยาบหรือละเอียด แกงคั่ว แกงส้ม เป็นมาตรฐาน ถ้าจะทำแกงมัสมั่นต้องไปหาซื้อตามเจ้าพิเศษ ซึ่งหาไม่ค่อยง่ายนัก เครื่องแกงสำเร็จกะละมังเหล่านี้ ห้ามเติมนั่นเติมนี้อีก คนซื้อไม่ต้องยืนรอ แม่ค้าก็
ในฐานะคนเป็นเบาหวานมานาน นอกจากจะทำตัวเป็นผู้ป่วยที่ดี ฉันยาตามแพทย์สั่งอย่างจริงจังแล้ว ยังศึกษาหาความรู้ด้านอาหาร และผลไม้ตามตำราหรือแหล่งข้อมูลต่างๆ อยู่เสมอ เท่าที่ทดลองมา ขอฟันธงเป็นประการแรกก่อนว่า ไม่มียาขนานใดในโลกนี้ ที่จะรักษาเบาหวานให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะเป็นยาในท้องตลาดหรือยาสมุนไพรหรืออาหารใดก็ตาม ทำได้ดีที่สุด คือ ทำได้เพียงลดระดับน้ำตาลชั่วคราวเท่านั้น แต่ที่จะรักษาให้หายขาดนั้นไม่มี เมื่อก่อนเคยเถียงแพทย์ที่พูดว่า เบาหวาน รักษาไม่หายเหมือนกัน บางทีที่ผู้ป่วยเบาหวานรู้สึกว่า เบาหวานหายได้ เพราะนานๆ เจาะเลือดครั้งหนึ่ง บังเอิญพบว่าน้ำตาลต่ำกว่ากำหนด จึงทึกทักเอาว่า เบาหวานหายแล้ว แต่นานไปพอเบาหวานแผลงฤทธิ์ก็ทำอะไรไม่ทัน สายเกินแก้เสียแล้ว ชาวเบาหวานจึงไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท หากอยู่ในเงื่อนไขที่เจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้ ควรทำเป็นประจำ อย่าปล่อยให้เนิ่นนาน เช่น วัดระดับน้ำตาล ปีละ 2 ครั้ง จะน้อยไป ควรให้ถี่กว่านั้น พูดง่ายๆ ว่า ถ้าเครื่องมือพร้อมวัดได้ทุกวันจะเป็นการดี จะได้วางแผน ทั้งการรับประทานอาหาร ยา และการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี ฤทธิ์ของเบาหวาน
ชื่อสามัญ : กักกุธะ, ผักก่าม, Sacred barnar ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva religiosa/Crateva adansoii/Crateva trifoliate วงศ์ : Cappridaceae กุ่มบก ไม้ยืนต้นที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนานทางแอฟริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลำต้นสวยสง่างดงาม กิ่งก้านคดโค้งพลิ้วไหวตามธรรมชาติ เปลือกสีเทาอมน้ำตาล ใบประกอบย่อยชนิด 3 ใบ ดอกเป็นกระจุกออกตามปลายกิ่ง สีขาวอมเหลือง ปนชมพู เหลือบม่วงอ่อน เมื่อถึงฤดูปลายฝนต้นหนาว หรือหน้าเกี่ยวข้าว จะเห็นต้นกุ่มบกสลัดใบทิ้ง ออกดอกพรูพราวทั้งต้น ชนิดที่ใครเห็นต้องตะลึงกันเป็นแถว ปกติพบมากทางภาคอีสาน เหนือตอนล่าง ระมาได้จนถึงชายทะเลภาคตะวันออกก็ยังมีขึ้นตามภูเขาหินปูน บางแสน-อ่างศิลา ก็มีประปราย ผู้เขียนก็เคยได้อาศัยเก็บมากินอยู่บ้างบ่อยๆ ต้นกุ่มนั้น มีความเชื่อกันมาว่าเป็นไม้มงคลและเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก ใครปลูกไว้ประจำบ้านจะช่วยให้ลูกหลานครอบครัวอยู่กันเป็นปึกแผ่น เหนียวแน่นมั่นคง แต่งานนี้ขอกระซิบกันไว้ก่อนนะว่า อย่าปลูกใกล้ตัวบ้านเรือนอาคารมากไปก็แล้วกัน เพราะกิ่งเขาเปราะ ฉีกขาดหักง่ายเวลาโดนลมแรงๆ คำว่า “กุ่ม” มาจากภาษาไทยใหญ่ ที่แปลได้ความว่า “คุ้ม” ในภาษาก
ชาวบ้านสูบสระจับปลาเตรียมเลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติ ที่เดินทางกลับมาบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ หนึ่งในวิถีชีวิตของชาวชนบท ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้ ตามพื้นที่ชนบทต่างๆตามอำเภอรอบนอก เริ่มมีการจัดเตรียมหาข้าวปลาอาหาร เพื่อรอเลี้ยงญาติพี่น้องที่จะกลับมาบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเจ้าคุณ ตำบลโชคนาสาม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ร่วมกันสูบสระน้ำธรรมชาติตามพื้นที่นาของตนเอง เพื่อจับปลานำมาประกอบอาหารและเก็บไว้เลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติๆที่จะเดินทางกลับจากต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสระน้ำธรรมชาติแต่ละแห่งก็จะมีขนาดแตกต่างกัน ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านที่เรียบง่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยปลาที่ได้จะเป็นปลาตามธรรมชาติ มีทั้งปลาช่อนนา ปลาดุกนา และปลาหมอ และปลาอื่นๆอีกหลายชนิด ลุงสมพงษ์ มีงามดี ชาวบ้านเจ้าคุณ บอกว่าวันนี้ตั้งใจรวมญาติพี่น้อง นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกจากสระ เพื่อจับปลา นำไปทำอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องลูกหลาน ที่จะเดินทางกลับจากไปทำงานยังต่างจังหวัด ทุกปีช่วงวันหยุดยาวก็จะมารวมญาติพี่น้อง แบบนี้ทุกครั้ง ถือเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของญาติพี่น้อง ที่ได้มาเจอกันในช่วงเทศกาลปีใ
