เทคนิคเกษตร
จากการทบทวนงานวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจร พบข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจด้วย 4 กลไก ได้แก่ การป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ การลดการแบ่งตัวของไวรัส การเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบที่ปอด ซึ่งกลไกดังกล่าวเป็นการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง 2. มีงานวิจัยในมนุษย์ว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถบรรเทาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้ผลดี จึงถูกบรรจุอยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ ด้วยข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการเจ็บคอและบรรเทาอาการหวัด 3. งานวิจัย Andrographis paniculate for symptomatic relief of acute respiratory tract infections in adults and children : A systematic review and meta-analysis ที่ตีพิมพ์ในปี 2017 ที่รวบรวมงานวิจัยของฟ้าทะลายโจรทั้งชนิดเดี่ยวและตำรับ พบว่า มีการวิจัยในคน ทั้งหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ รวมทั้งปอดบวม (การวิจัยปอดบวมมี 1 ชิ้น) เมื่อประเมินจากหลักฐานทางวิชาการ และความจำเป็นทางการแพทย์ อาจนำฟ้าทะลายโจรมาใช้ร่วมกับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการคล้ายหัด (flu like symptom
ใครไม่รู้จัก หอยเชอรี่ ถือว่าเชย หอยเชอรี่คือ ผู้แซงคิวหอยโข่งจนตกขอบเวที เดี๋ยวนี้หอยโข่งแทบจะหายไปจากแหล่งน้ำของไทย คิดๆ แล้วก็สงสาร หอยโข่ง ครั้งหนึ่ง หอยเชอรี่ ถือเป็นศัตรูพืชตัวฉกาจ เกษตรกรชาวนาพากันรังเกียจ เพราะหอยเชอรี่หากมีอยู่ในที่นาใครแล้ว มันจะกัดกินต้นข้าวในระยะปักดำใหม่ๆ ได้เป็นแปลงๆ เลยทีเดียว และขยายพันธุ์ได้เร็วมากๆ สร้างความชอกช้ำให้ชาวนามาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ว่ากันว่า หอยเชอรี่ เป็นหอยที่มาจากต่างประเทศโน่น เป็นสัตว์ที่มีอยู่ในพื้นถิ่นอเมริกาใต้ แต่ได้เข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านทางประเทศญี่ปุ่น เขาว่ากันมาอย่างนั้น คนที่นำเข้ามา ก็คงไม่ใช่ตามี ยายมา หรอกนะ แต่นำเข้ามาโดยคนที่มีฐานะ เป็นคนรวยว่างั้น นัยว่านำมาเพื่อไว้ให้กินตะไคร่น้ำในตู้ปลา ด้วยรูปลักษณ์ ที่เหมือนหอยโข่งทุกอย่าง แต่มีเปลือกที่บางกว่า สีจะอ่อนกว่า หากไม่สังเกตก็จะไม่รู้ว่าเป็นหอยโข่งหรือหอยเชอรี่ มีเนื้อข้างในก็เหมือนๆ กับหอยโข่งทุกอย่าง บางคนจึงเรียก หอยเชอรี่ว่า หอยโข่งอเมริกาใต้ บางคนเรียก หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด มีคนเคยทำฟาร์มเลี้ยงหอยเชอรี่ขึ้นมา แต่ผลปรากฏว่าไม่เป็นที่นิยมของนักบริโภค เมื่อลงทุนทำฟาร์มห
นวัตกรรมสุดเจ๋ง จาก นศ. มทร. ศรีวิชัย ส่งมอบกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มีความปลอดภัยและมาจากธรรมชาติ ทำให้ขณะนี้มีชุมชนหรือผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากขมิ้น ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รวมกลุ่มเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอางจากขมิ้นผง พบปัญหาในขั้นตอนการล้างขมิ้นที่มีจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เวลาในการล้างมาก ส่งผลให้การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จากปัญหาดังกล่าว คุณอมเรศร์ ชูพงศ์ คุณวิชา บรรดาศักดิ์ และ คุณนันทวัฒน์ แป้นเหลือ นักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีอุตสาหการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดยมี อาจารย์ศุภเวทย์ สงคง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์พันธ์ ราชภักดี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา มีแนวคิดในการพัฒนาเครื่องล้างขัดผิวขมิ้นสำหรับการผลิตระดับชุมชน ล้างขมิ้นได้ครั้งละ 10 กิโลกรัม สามารถล้างขมิ้นได้เฉลี่ย 300 กิโลกรัมต่อชั
ตำรับยาจันทน์ลีลา เป็นตำรับยาแก้ไข้ ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก 8 ชนิด ได้แก่ โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา จันทน์ขาวหรือจันทน์ชะมด จันทน์แดง กระดอม บอระเพ็ด และปลาไหลเผือก ยาจันทน์ลีลาเป็นยาแผนโบราณที่เป็นยาสามัญประจำบ้านและจัดอยู่ในกลุ่มยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิมในบัญชียาหลักแห่งชาติ (1) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ สูตรตำรับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบด้วย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แก่นจันทน์ขาวหรือ จันทน์ชะมด แก่นจันทน์แดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ 12 กรัม พิมเสน หนัก 3 กรัม ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู ขนาดและวิธีใช้ : ชนิดผง ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ในเด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม-1 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ชนิดแคปซูลและชนิดเม็ด ในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ในเด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม-1 กรัม ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ข้อควรระวัง – ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ท
หน่อไม้อ่อนเป็นแหล่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติต้านมะเร็ง ตามการทบทวนใหม่ได้แนะนำให้ใช้หน่อไม้เป็น “อาหารเพื่อสุขภาพใหม่” ทั้งนี้ ในการตีพิมพ์ผลการทบทวนด้านอาหารวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยด้านอาหาร ได้พิจารณาการใช้หน่อไม้เป็นอาหารสุขภาพ โดยเน้นประโยชน์ของหน่อไม้ที่มีผลต่อสุขภาพและศักยภาพในการนำมาใช้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปัญจาบในประเทศอินเดีย กล่าวว่า การที่จำนวนผู้บริโภคตระหนักถึงสุขภาพเพิ่มขึ้นได้กระตุ้นการเติบโต (ให้ความสำคัญ) กับส่วนผสมสำหรับอาหารที่มีสรรพคุณเป็นยา และกล่าวเสริมว่า หน่อไม้สามารถเป็นหนึ่งในส่วนผสมของอาหารเพื่อสุขภาพ “หน่อไม้อ่อนไม่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น แต่อุดมไปด้วยส่วนประกอบของสารอาหาร มีโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ ใยอาหารมีน้ำตาลและไขมันต่ำ” นักวิจัยซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ไนร์มาลา ชงธรรม (Nirmala Chongtham) แผนกพฤกษศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปัญจาบเขียนไว้ นอกจากนี้ หน่อไม้อ่อนยังมีไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ซึ่งลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในอาหารที่รับประทานเข้าไป จะช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอล
ยังอยู่กันที่นี่ หมู่บ้านชายแดนไทย-เขมร ที่มีผู้คนหลากหลาย หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงด้านการทำงานช่าง งานไม้ ทำเฟอร์นิเจอร์ ของที่ระลึก ควบคู่ไปกับงานด้านการเกษตร ชื่อหมู่บ้านสวนส้ม บ้านสวนส้มในวันนี้ เป็นหมู่บ้านกล้วยไข่ มีการปลูกกล้วยไข่ถึงสามสี่พันไร่ ส่งออกประเทศจีนเป็นพืชเศรษฐกิจ กล้วยไข่ ที่นี่ลูกใหญ่มาก จนพูดได้ว่าไม่เคยเห็นกล้วยไข่ที่ไหนลูกใหญ่ได้เท่านี้ ใครมาที่นี่ได้กินกล้วยไข่ หรือได้กล้วยไข่เป็นของฝาก เห็นกล้วยไข่ที่นี่แล้วอยากกลับไปปลูกกล้วยไข่ที่บ้าน เพราะราคาดีมากด้วย กล้วยไข่ จะให้ผลผลิตในช่วงแปดเดือน นานถึงสามปี คือหน่อมันจะขึ้นมาเรื่อยๆ และตัดแต่งหน่อ สามปีก็ปลูกใหม่คัดเลือกหน่อพันธุ์ ดินที่นี่เหมาะกับการปลูกกล้วยไข่และทำการเกษตร “ราคากล้วยไข่หน้าสวนกิโลละ 70 บาท ตัดส่งไปตอนเขียวๆ เกือบจะสุก ถ้ารอให้สุกมันจะแตก เราจะตัดกล้วยแบบ 80 เปอร์เซ็นต์” แม่บ้านบอก “แรงงานส่วนหนึ่งมาจากเพื่อนบ้าน ชายแดนกัมพูชา เป็นเพื่อนบ้าน เป็นแรงงาน และทำธุรกิจกันด้วย” แม่บ้านอีกคนเล่า บ้านสวนส้ม สอยดาว จันทบุรี เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่พร้อมเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวในวิถีชุมชน ทั้งเส้นทางท่องเที่ย
หากใครมีโอกาสเข้าร่วมชมประเพณีชาวมอญ มักเห็นการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญที่นิยมห่มสไบ ทั้งชายและหญิง หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมสไบมอญจึงนิยมปักลวดลายทั้งผืนในเมื่อใช้งานเพียงด้านเดียว เหตุผลสำคัญที่ต้องปักลวดลายทั้งผืนนั้น เนื่องจากผ้าสไบต้องใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน แม่ฝ่ายหญิงจะคลี่ผ้าสไบห่มไหล่ในขั้นตอนรับขันหมาก จึงเป็นเหตุผลของการปักสไบลวดลายทั้งผืน เพราะเมื่อคลี่ออกจะเห็นลวดลายที่สวยงามนั่นเอง ชาวมอญยกย่อง “สไบ” เป็นของสูง นิยมใช้สไบในงานพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ และใช้สไบแสดงอัตลักษณ์ร่วมของชาวมอญทั้งชายและหญิง เมื่อเห็นคนมอญพาดสไบรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากชุมชนไหนๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนมอญเหมือนกัน นับเป็นพี่น้องกัน ผู้หญิงมอญจะขาดสไบเสียมิได้ โดยมีคำนายโบราณ “แม่งเจน” ที่กล่าวถึงเหตุแห่งการถ่มสลายของชาติมอญ 1 ใน 10 ประการ นั่นคือ “หญิงมอญจะละทิ้งสไบ” สะท้อนความสำคัญสไบต่อการมีอยู่ของชาติมอญมาแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน หากใครไปวัดแล้วไม่นำสไบติดตัวไป จะรู้สึกอับอาย รูปแบบการคล้องผ้า สไบมอญ สาวมอญนิยมคล้องสไบ 2 รูปแบบ คือ 1. นำคล้องสไบให้ชายของผ้าทั้งสองห้อยมาด้านหน้า ในเทศ
ผลไม้ไทยๆ ได้รับการยอมรับจากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ในเรื่องของรสชาติและสรรพคุณ ปัจจุบัน ผลไม้ไทยจึงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีการส่งเสริมการผลิตเพื่อให้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ผลเสียของการขยายตลาดผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศก็คือ คนไทยได้กินผลไม้ในคุณภาพที่ด้อยลง ทั้งความสวย สด สมบูรณ์ของผลไม้ เพราะของดีถูกตีตราส่งออกหมด ยิ่งผลไม้นอกฤดูกาลก็ยิ่งหายาก แถมมีราคาแพงอีกด้วย เช่น ทุเรียน มังคุด นั้น แพงกว่าผลไม้จากต่างประเทศที่มีการส่งเข้ามาในประเทศซะอีก ผลไม้ไทยนอกจากจะถูกส่งไปต่างประเทศแล้ว ผลไม้ไทยบางชนิดยังถูกส่งเข้าโรงงานแปรรูปอาหารอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปเป็นน้ำผลไม้อีกด้วย ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า ตลาดน้ำผลไม้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว มีทั้งน้ำผลไม้ในรูปขวด กระป๋อง กล่องดีบุก รูปลักษณ์ของแพ็กเกจก็น่าสนใจ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะแข่งขันกันเรื่องรสชาติและความเข้มข้นของน้ำผลไม้ เพราะส่วนมากน้ำผลไม้เหล่านั้นมักจะผสมน้ำตาลหรือกรดบางอย่าง เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ บางยี่ห้อก็ระบุว่าเป็นน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ 40 เปอร์เซ็
เชื่อว่าหลายคนหากได้ยินชื่อของสมุนไพรชนิดนี้แล้ว คงชะงัก ตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะ คำว่า “ป่าเฮ่ว” ในภาษาเหนือ หมายถึง “ป่าช้า” คนภาคกลาง จึงเรียกว่า “ป่าช้าหมอง” หรือบางคนอาจรู้จักในชื่อ“ขันทองพยาบาท” ส่วนคนจีนเรียกว่า “หนานเฉาเหว่ย” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าSuregada multiflorum (A.Juss.) Baill. อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae “ป่าช้าหมอง” ชื่อนี้มีที่มา ว่ากันว่าป่าช้าหมองเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ภูมิปัญญามาช้านาน ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จนไม่มีใครต้องเสียชีวิต ทำให้ป่าช้าต้องหงอยเหงานั่นเอง ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของป่าช้าหมอง เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 3-7 เมตร ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม เกลี้ยงและเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ สีเขียวอ่อนหรือเหลืองมีกลิ่นหอม ผลทรงกลม ใน 1 ผล แบ่งออกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 1 เมล็ด เมื่อแก่ผลจะแตกตามรอยประสานระหว่างแต่ละพู ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีเหลือง ป่าช้าหมอง ขึ้นได้ทั่วไป เป็นสมุนไพรในกลุ่ม ดีปลากั้ง ดีปลาช่อน แต่มีสารออกฤทธิ์ทางยาสูงกว่า ในตำรายาล้านนา ใช้สำหรับช่วยรักษาโรคเรื้อรังหายยาก ส่วนข้อมูลทางโภชนาการ ช่วยบรรเ
ถ้าจะพูดถึงการนำสมุนไพรมารักษาเบาหวาน ก็ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “สมุนไพร” และ “แนวคิดของแพทย์แผนไทย” ในการรักษาโรคเบาหวาน หากจะอธิบายกลไกการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยแนวคิดแพทย์แผนไทย อาจทำให้เราเข้าใจหลักการรักษาโรคเบาหวานได้ง่ายขึ้น จุดเริ่มต้นคือการบริโภคอาหารที่ให้พลังงานเกินความต้องการของร่างกายทำให้ตับอ่อนต้องเร่งผลิตอินซูลินมากขึ้น เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับสู่ระดับปกติ แต่ถ้าให้ร่างกายทำงานหนักเป็นเวลานาน (กินอาหารหวานจะได้รับพลังงานจากการกินอาหารเกินความต้องการของร่างกาย) ตับอ่อนก็จะเสื่อมลง ไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดได้ เราก็จะมีอาการจากน้ำตาลในเลือดสูง (น้ำกำเริบ) มีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ร่างกายอาจขาดน้ำรุนแรงจนช็อคและหมดสติได้ ในขณะเดียวกัน น้ำตาลที่สูงอยู่ตลอดเวลาก็จะไปทำให้หลอดเลือดแดงทั่วร่างกายเสีย การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่ดี (ลมพัดทั่วร่างกายไม่สะดวก) เราก็จะเกิดโรคไต ตาบอด เส้นเลือดอุดตันเป็นอัมพาต เป็นโรคหัวใจ หรือถูกตัดขา เป็นต้น (ที่มา : รายงานการรวบรวมองค์ความรู้ แนวคิดทฤษฎี วิธีการวินิจฉัย และแนวทางการรักษาโรคเบาหวานตามศาส
