กรมชลประทาน
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 หน่วยงานภาครัฐมีกิจกรรมส่งความสุขให้กับคนไทยมากมาย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข มอบของขวัญปีใหม่ 2564 “คนไทยทุกครอบครัว มีหมอประจำตัว 3 คน” คือ อสม.หมอประจำตัว หมอสาธารณสุข และหมอครอบครัว “ดูแลใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เพิ่มความครอบคลุมให้ได้รับบริการต่อเนื่อง ลดการเดินทาง ลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีโครงการ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” จำแนกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่ 1.มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง ประชาชน และเกษตรกรได้รับประโยชน์ 1,776,595 คน เช่น การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ให้กับศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช้อปวิถีใหม่ ส่งสุขทั่วไทยถึงหน้าบ้าน 2.เพิ่มพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าเกษตร ราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์ 7,905 คน เช่น การจัดหาสินค้าดีมีคุณภาพ เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกร 3.ปีใหม่เที่ยวทั่วไทย สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 2 กิจกรรมย่อย ดังนี
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 หน่วยงานภาครัฐมีกิจกรรมส่งความสุขให้กับคนไทยมากมาย อาทิ กระทรวงสาธารณสุขมอบของขวัญปีใหม่ 2564 “คนไทยทุกครอบครัว มีหมอประจำตัว 3 คน” คือ อสม.หมอประจำตัว หมอสาธารณสุข และหมอครอบครัว “ดูแลใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เพิ่มความครอบคลุมให้ได้รับบริการต่อเนื่อง ลดการเดินทาง ลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีโครงการ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” จำแนกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่ 1. มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง ประชาชน และเกษตรกรได้รับประโยชน์ 1,776,595 คน เช่น การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ให้กับศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช้อปวิถีใหม่ ส่งสุขทั่วไทยถึงหน้าบ้าน 2. เพิ่มพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าเกษตร ราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์7,905 คน เช่น การจัดหาสินค้าดีมีคุณภาพ เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกร 3. ปีใหม่เที่ยวทั่วไทย สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี2 กิจกรรมย่อย ดังน
ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยประชาชนชาวนราธิวาส ยะลา ปัตตานี เป็นอย่างมาก หลังเกิดอุทกภัย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย นั้น นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะรองประธานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก(ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัยในด้านต่างๆอย่างเต็มที่ กรมชลประทาน โดยศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยภาคใต้ฝั่งตะวันออก(ส่วนหน้า) ได้สั่งการเพื่อให้การแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมทั้งการบูรณาการให้ความช่วยเหลือประช
ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยประชาชนชาวนราธิวาส ยะลา ปัตตานี เป็นอย่างมาก หลังเกิดอุทกภัย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย นั้น นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะรองประธานศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ยังคงมีหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัยในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ กรมชลประทาน โดยศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ส่วนหน้า) ได้สั่งการเพื่อให้การแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมทั้งการบูรณาการให้ความช่วยเห
กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีชาวสุราษฎร์ธานีร้องเรียนโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำพุมดวง ก่อนทำการก่อสร้างไม่ปรากฏแบบแปลนฝายทดน้ำหรือคันกั้นแม่น้ำพุมดวง ทั้งยังไม่มีการศึกษาผลกระทบยังรอบด้าน ขาดการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งครอบคลุมประชาชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่แท้จริง นั้น นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ชี้แจงกรณีนี้ว่า ลุ่มน้ำคลองพุมดวง ในสภาพปัจจุบันมีการใช้ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม บริเวณต้นน้ำถูกใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่เกษตรกรรมมากขึ้น ด้วยสภาพของภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับระดับน้ำในคลองมีปริมาณน้อยลง ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่เพียงพอใช้ตลอดทั้งปี กรมชลประทาน จึงได้วางแผนงานโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำกั้นคลองพุมดวง บริเวณสถานีสูบน้ำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยกรมชลประทาน ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งจากผลการศึกษาเห็นควรให้พัฒนาอาคารทดน้ำในรูปแบบฝายพับได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถเก็บกักน้ำได้ 6.60 ล้านลูกบาศก์
เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคม 2563) กรมชลประทาน ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการตลอดการครองราชย์กว่า 70 ปี เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น กรมชลประทาน ขอนำเสนอความทรงจำ กษัตริย์ นักพัฒนา “น้ำ” ที่สถิตในดวงใจของชาวชลประทานทุกคน ซึ่งเป็นประจักษ์ชัดว่าพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญา พัฒนาแหล่งน้ำทั่วแผ่นดินเพื่อนำความผาสุก และความมีเสถียรภาพมั่นคงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจสู่ประเทศไทยอย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทอื่น ทรงให้ความสำคัญในลักษณะ “น้ำคือชีวิต” ดังพระราชดำรัส ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ความตอนหนึ่งว่า “ …หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่
นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ (ยืนที่ 6 จากซ้าย) ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน นายสุชาติ เจริญศรี (ยืนที่ 5 จากขวา) รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน ในฐานะเลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายวรวิทย์ บุณยเนตร (ยืนที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 ประธานอนุกรรมการด้านกิจกรรมเพื่อสันทนาการ ร่วมแถลงข่าวจัดงาน เดิน-วิ่ง การกุศล “วิ่งชิวๆ ชมวิวหลักล้าน” RUN FOR HEALTH CHARITY MINI HALF MARATHON 2020 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563 ณ เขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เนื่องในโอกาสครบรอบ 118 ปี กรมชลประทาน และครบรอบ 50 ปี เขื่อนแม่กลอง รายได้จากการจัดงานจะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล สนับสนุนสวัสดิการการศึกษาต้นกล้าเกษตรคืนถิ่นเพื่อความยั่งยืน และจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทานและโรงพยาบาลในพื้นที่ ตลอดจนจัดซื้ออุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนใกล้เคียง ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเข้าร่วมงานได้ที่ www.jogandjoy.com
กรมชลประทาน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมกำลังคน เครื่องจักร พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ 27 พฤศจิกายน ถึง 6 ธันวาคม 2563 นี้ ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ VDO Conference ไปยังผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมไปถึงสำนักงานชลประทานเครือข่าย SWOC ทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ณ ห้องประชุม SWOC อาคาร99ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (23 พ.ย. 63) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 48,855 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 24,763 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปร
ลำน้ำยม เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความยาวทั้งสิ้น 735 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ลำน้ำยม มีต้นน้ำเริ่มจากอำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลผ่านท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและลาดท้องน้ำค่อนข้างชันแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ราบเมื่อเข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ก่อนที่จะไหลผ่านไปยังจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร บรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละปีที่ผ่านมา ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารในลุ่มน้ำยมถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพทางกายภาพภายในลำน้ำยมที่แตกต่างกัน แม่น้ำยมตอนบนมีขนาดลำน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอปริมาณน้ำหลาก เหมือนกับลุ่มน้ำสายอื่นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำยมตอนบน ปริมาณน้ำท่าจึงไหลมาตามลำน้ำยมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ตั้งแต่จังหวัดแพร่ลงไป แม่น้ำยมตอนล่างมีขนาดลำน้ำเล็กลง เมื่อไหลเข้าสู่พื้นที่ราบในจังหวัดสุโขท
ลำน้ำยม เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความยาวทั้งสิ้น 735 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ลำน้ำยม มีต้นน้ำเริ่มจากอำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลผ่านท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและลาดท้องน้ำค่อนข้างชันแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ราบเมื่อเข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ก่อนที่จะไหลผ่านไปยังจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร บรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละปีที่ผ่านมา ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องเพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารในลุ่มน้ำยมถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพทางกายภาพภายในลำน้ำยมที่แตกต่างกัน แม่น้ำยมตอนบนมีขนาดลำน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอปริมาณน้ำหลาก เหมือนกับลุ่มน้ำสายอื่นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำยมตอนบน ปริมาณน้ำท่าจึงไหลมาตามลำน้ำยมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ตั้งแต่จังหวัดแพร่ลงไป แม่น้ำยมตอนล่างมีขนาดลำน้ำเล็กลง เมื่อไหลเข้าสู่พื้นที่ราบในจังหวัดสุโขทั
