กรมประมง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส โดยภาครัฐได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 ได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐบาล เพื่อมอบหนังสือรับรองให้ผู้ประกอบการที่มีกระบวนการการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าอาหารมากขึ้น โดยคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต DITP จึงจัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Thailand
เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง จัดโครงการ “คืน คง เพิ่ม เติมสัตว์น้ำบริเวณแหล่งก่อเกิดทรัพยากรประมง” ประเดิมปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเล จำนวนกว่า 3 แสนตัว เร่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศป่าชายเลน เพื่อคงความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ พร้อมเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกรชาวประมงในพื้นที่ โดยในโอกาสนี้ นายสืบยศ ใบแย้ม คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดกิจกรรมและปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเล นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปูทะเล” นับเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยรสชาติที่ดีและยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงทำให้ความต้องการปูทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าปริมาณปูทะเลในธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงไป และการทำการประมงที่เกินกำลังการผลิต จึงจำเป็นที่จะต้อง
อิมแพ็ค พร้อม กรมประมง กระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ เจ้าภาพร่วม เดินหน้าสร้างสีสันจัดงานเพื่อคนรักสัตว์น้ำ Fishkeeping, Aquatic & Aquarium World 2021 (FAAW) ครั้งที่ 1 หรืองานแสดงสัตว์นํ้าสวยงาม พรรณไม้นํ้า และเทคโนโลยี ชวนผู้ประกอบการด้านสัตว์น้ำ พรรณไม้นํ้า สวนใต้นํ้า สวนขวด อควาเรียม การบริหารจัดการนํ้าสะอาด นํ้าเค็ม และปะการังเทียม เทคโนโลยีด้านอาหารและโภชนาการ เคมีภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษา และอุปกรณ์ตกแต่งตู้ปลา รวม 150 ราย ออกร้านแสดงสินค้าในงานที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคาร 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากกรมประมง พร้อมกิจกรรมต่อยอดความรู้ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ยกระดับงานอดิเรก อาทิ เวิร์คชอปการจัดตู้พรรณไม้น้ำ สัมมนาสร้างอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม สัมมนาการนำเข้า-ส่งออกสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำ การประมูลสัตว์น้ำสวยงาม กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ และขาดไม่ได้กับการประกวดปลาสวยงาม และการประกวดการจัดตู้พรรณไม้น้ำ พร้อมร่วมชิงรางวัลมากมาย สนใจออกบู๊ธ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณกวินทรา ด่านรวมทรัพย์ โทร. (02) 833-639
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งทะเลรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2562 มีการส่งออกสินค้ากุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ปริมาณรวมทั้งสิ้น 176,500 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 51,720 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียน แม้ประเทศไทยจะมีการพัฒนาด้านมาตรฐานและระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน มีการประกาศมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี หรือ GAP สำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (มกษ.7401-2562) ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับมาตรฐานการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลของอาเซียน และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ Global Sustainability Seafood Initiatives (GSSI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับและมีเครือข่ายทั่วโลก โดย มกอช. ร่วมกับ กรมประมง มีแผนในการประเมินความเท่าเทียม (Benchmarking) ด้านมาตรฐานระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (มกษ.
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ย้ำผู้นำอาหารสดปลอดภัย เดินหน้าให้ความร่วมมือ กรมประมง ผลักดันอาหารทะเลปลอดภัยป้องกันโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ ร่วมหารือแนวทางเฝ้าระวังขั้นสูงสุดในการคัดเลือกสินค้าและควบคุมคุณภาพ ตลอดห่วงโซ่การผลิตและจำหน่าย พร้อมรณรงค์บริโภคแบบปรุงสุกเพื่อสุขอนามัย โดย นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร, นางจุฑารัตน์ พัฒนาทร ผู้อำนวยการฝ่ายประกันคุณภาพ ให้การต้อนรับ นางสาวสุวิมล กีรติวิรยาภรณ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง และคณะ ในการตรวจเยี่ยมแม็คโคร สาขานครอินทร์
นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยมีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในระดับสูงมาโดยตลอด ด้วยความร่วมมือของ กรมประมง สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย สมาคมกุ้งไทยและสมาคมที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนผู้ผลิตกุ้ง และเกษตรกร โดยทุกภาคส่วนเข้มงวดกับมาตรการและแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ความรู้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นต้นทางการผลิตสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ดำเนินการอย่างเข้มข้น “ยืนยันกุ้งไทยปลอดภัย การผลิตทุกๆ ขั้นตอน มีมาตรการที่เข้มงวด ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี GAP (Good Aquaculture Practice) ของกรมประมง ขณะที่ความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม และทีมงานจับกุ้ง มีการควบคุมการทำงาน รวมถึงการเข้าออกฟาร์มอย่างรัดกุม โดยดำเนินมาตรการป้องกันตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีความปลอดภัยในการผลิต 100% ส่วนสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นที่สมุทรสาคร เป็นโรคที่เกิดจากคนสู่คน ไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กุ้ง ผู้บริโภคมั่นใจ
วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามเพื่อพัฒนาบุคคลากรและความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้, นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง และ นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้แทนลงนามแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่ทำการสอนมาไม่น้อยกว่า 37 ปี มีความเชี่ยวชาญในงานทางด้านการประมงและทรัพยากรทางน้ำ ปัจจุบัน มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประมง และ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการธุรกิจประมง ในระดับบัณฑิตศึกษา 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาขาวิชาเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
กรมประมง ร่วมกับชุมชนในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สานต่อความร่วมมือฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เติมความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งนำองค์ความรู้อนุบาลปลาก่อนปล่อยลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของปลาที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาปริมาณปลาในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ลดลง และสร้างระบบนิเวศที่สมดุล ซึ่งในช่วง 4 ปีมานี้ (ปี 2559-2562) ทั้ง 3 ภาคส่วนได้ร่วมกันปล่อยปลาสู่แหล่งน้ำ จำนวน 2.6 ล้านตัว และในปี 2563-2566 ร่วมกันดำเนินโครงการยุทธศาสตร์สร้างสุข ชุมชนพื้นที่เขาพระยาเดินธง ปล่อยปลาลงเขื่อน มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนปลาที่จับได้ในแหล่งน้ำเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานด้านการอนุบาลปลา ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ซีพีเอฟต่อยอดจากโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธงอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า 5,971 ไร่ โดยในวันนี้ (21 สิงหาคม 2563) นายถาวร จิระโภสณรักษ์ รองอธิ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านอาหารของแต่ละจังหวัด เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมปกติ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร (New normal) ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงอาหารของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยั่งยืนการเข้าถึงแหล่งอาหาร ทั้งจากสถานการณ์ปิดเมืองและรายได้ที่ลดลงของประชาขน และอาจทวีความ รุนแรงมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้มอบหมาย สศก. พัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตรเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการความ มั่นคงด้านอาหาร นำเทคโนโลยีดิจิทัล ของ Big Data มาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรราย เดือนระดับจังหวัด (Provincial Crop Calendar) เพื่อเป็นเครื่อง มือสำคัญในการวางแผนพัฒนาการผลิตให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดที่ปรับเปลี่ยนทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่วิกฤต สำหรับข้อมูลปฏ
กรมประมงจัดประชุมชี้แจงผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบแจ้งตรวจสินค้าประมงภายใต้หลักบริหารจัดการความเสี่ยง (Smart FSW) ผ่านระบบ Fisheries Single Window (FSW) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าส่งออกให้ผู้ประกอบการ โดยที่กรมประมงเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทภารกิจในการให้บริการประชาชนที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตหรือใบรับรองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออกสินค้าประมง โดยเฉพาะกระบวนการในการอนุญาตนำเข้าส่งออกสินค้าสัตว์น้ำ ซึ่งจะต้องควบคุมตรวจสอบการนำเข้าส่งออกให้มีคุณภาพมาตรฐานทางด้านสุขอนามัย ประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัย ป้องกันการระบาดของโรคสัตว์น้ำ ป้องกันผลกระทบทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กระบวนการตรวจสอบนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้าที่นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากภารกิจดังกล่าวข้างต้น กรมประมงได้มีการพัฒนารูปแบบการขออนุญาตนำเข้าส่งออกจากรูปแบบเอกสาร เปลี่ยนเป็นการนำระบบการขอใบอนุญาตและใบรับรองการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิตผ่านอินเตอร์เน็ต (Fisheries
