กรมประมง
กรมประมง ร่วมจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” เสริมศักยภาพการเพาะพันธุ์ลูกสัตว์ทะเล เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมง พร้อมรองรับธุรกิจการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อีอีซี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ทรัพยากรสัตว์ทะเล มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก ทั้งในด้านอุตสาหกรรมการประมง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเขตภาคตะวันออกของไทยที่มีศักยภาพและความพร้อมทั้งเชิงในพื้นที่และทรัพยากร ซึ่งรัฐบาลได้มีการขับเคลื่อนเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์นโยบาย ‘ไทยแลนด์ 4.0’ ในหลายมิติ สำหรับโครงการ “นักท่องเที่ยวช่วยสร้างความยั่งยืน : สัตว์ทะเล” (Tourists For Sustainable Development : Sea Creature) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกิดขึ้นจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง การท่องเที่ย
ณ ลานเร่ ตลาดปลาจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานมอบถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดปลาสวยงาม ในงาน “ประกวดปลาสวยงาม ตลาดปลาจตุจักร” ซึ่งกรมประมง ร่วมกับ ตลาดปลาจตุจักรจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปลาสวยงามให้ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขายปลาสวยงามของไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID–19) นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว แบ่งการประกวดปลาสวยงามเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2565 เป็นการจัดประกวดปลากัดสวยงาม 14 ประเภท ปลาหมอสีครอสบรีด 7 ประเภท ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 เป็นการจัดประกวดปลาทอง 3 ประเภท และปลาหางนกยูง 8 ประเภท สำหรับในวันนี้ ได้มีการมอบถ้วยรางวัลของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวนทั้งสิ้น 63 รางวัล ประกอบด้วย – รางวัลปลากัดสวยงาม 42 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ จำนวน 14 รางวัล, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 14 รางวัล และรางวัลรองชนะเลิ
กรมประมง ร่วมกับ ตลาดปลาจตุจักร จัดงาน “ประกวดปลาสวยงาม ตลาดปลาจตุจักร” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปลาสวยงามให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามของไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การประกวดปลากัดสวยงาม ปลาหมอสีครอสบรีด ปลาหางนกยูง และปลาทอง ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการจัดแสดงนิทรรศการของกรมประมงและการออกร้านจำหน่ายปลาสวยงาม นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในฐานะโฆษกกรมประมงว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยมีการจัดประกวดปลาสวยงามมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปลากัด ปลาทอง ปลาหางนกยูง และปลาหมอสีครอสบรีด เนื่องจากเป็นปลาสวยงามที่เกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง และปลาสวยงามเป็นต้องการของตลาด แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดงานประกวดปลาสวยงามได้ ส่งผลให้ธุรกิจปลาสวยงามได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางประชาสัมพันธ์ ซึ่งก่อให้เกิดการกระตุ้นการซื้อขาย รวมถึงการนำเ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจการเพาะเลี้ยงปลาหมอไทย เพราะเห็นว่าตลาดมีความต้องการ จึงขอเรียนถามว่า ปลาชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมีนิสัยเป็นอย่างไร ถ้าจะเปรียบเทียบปลาสลิดแล้ว ปลาชนิดไหนเลี้ยงง่ายกว่ากัน สำหรับแหล่งจำหน่ายพันธุ์จะติดต่อที่ไหน ผมขอความกรุณาคุณหมอเกษตรแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วินัย สุขนันทพัฒน์ ตอบ คุณวินัย สุขนันทพัฒน์ ปลาหมอ หรือ ปลาหมอไทย (Climbing Perch : Anabas testudineus) ปลาสายพันธุ์นี้พบอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดทั่วไป ที่จีนตอนใต้ ไทย พม่า อินเดีย เวียดนาม ลาว ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ปลาหมอดังกล่าว เจริญเติบโตได้ดีทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย นอกจากนี้แล้ว ยังมีความสามารถพิเศษในการหมกตัวอยู่ในโคลนตมได้เป็นเวลานานกว่าปลาสายพันธุ์อื่นๆ ปลาหมอเป็นปลากินเนื้อ ชอบกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยอยู่ในน้ำ กุ้งฝอย หรือลูกปลาขนาดเล็ก แม้แต่เมล็ดข้าว และเมล็ดธัญพืชอื่นๆ ก็เป็นอาหารโปรดอีกด้วย รูปร่างปลาหมอ มีลำตัวป้อม ด้านข้างแบน ลำตัวยาวเป็นสามเท่าของความลึก ที่วัดจากสันหลังลงมาที่หน้าท้อง ลำตัวมีสีน้ำตาลเหลืองปนดำ ส่วนท้องม
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรณีมีข่าว “SIOFA จ่อเชือดเรือไทย” และ “SIOFA ยึดคืนพื้นที่จับปลา” นั้น กรมประมงขอชี้แจงว่า องค์การบริหารจัดการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ หรือ Southern Indian Ocean Fisheries Agreement, SIOFA เป็นองค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (Regional Fisheries Management Organization, RFMO) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีอำนาจบริหารจัดการตามกฎหมายเมื่อปี พ.ศ. 2555 และประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก เมื่อปี พ.ศ. 2560 ซึ่ง SIOFA ถือเป็น RFMO ที่ก่อตั้งใหม่มากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับ RFMO อื่นๆ เช่น IOTC ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 การออกกฎข้อบังคับใดๆ เพื่อบังคับใช้กับการประมงของภาคีสมาชิกจำเป็นต้องรอผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการกำหนดมาตรการต่างๆ โดยในระหว่างที่รอผลการศึกษาข้อมูลวิทยาศาสตร์นี้ SIOFA มีข้อตกลงร่วมกันว่า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศไว้เป็นการล่วงหน้า ขณะเดียวกัน ไม่ให้กระทบต่อการทำประมงในแหล่งประมงเดิมของภาคีสมาชิก จึงกำหนดไม่ให้เรือประมงของรัฐสมาชิกขยายพื้นที่ทำการประมงออกไปจาก แหล่งเดิมที่เคยทำการประมงอยู่ (หรือท
นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง และคณะ ร่วมชมการสาธิตและสังเกตการณ์การทำประมงด้วยเรือฝึกปลาลัง ณ ท่าเทียบเรือประมงศรีราชา (ท่าเรือจรินทร์) จังหวัดชลบุรี โดยมี นางมาลินี สมิทธิ์ฤทธี เลขาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ นายสมชวน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การเยี่ยมชมเรือฝึกปลาลังในครั้งนี้ ได้รับชมการสาธิตการใช้เครื่องมือช่วยทำการประมงอวนลาก อวนลอย และลอบ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการปล่อยอวนไปจนถึงการเก็บและกู้อวนด้วยเครื่องมือทุ่นแรงระบบไฮดรอลิกส์ การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยทำการประมงประเภทอื่นๆ รวมไปถึงการมีพื้นที่ที่ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยสำหรับแรงงานและลูกเรือ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้าน ทางกรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างกรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) ผ่านเรือฝึก “ปลาลัง” นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมง ให้สามารถใช้เรือฝึกปลาลังเป็นต้น
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตาม ผลการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรแปรรูป ปีงบประมาณ พ.ศ. วัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนมีการสนับสนุนต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรขั้นสูงที่มีคุณค่าเฉพาะ และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง กำหนดจำนวนเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ 2564 เป้าหมาย 2,030 ราย ให้มีการส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ภายในระยะเวลา 5 ปีแรก (ตั้งแต่ปี 2561 – 2565) โดยมีกรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมการข้าว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก จากการติดตามของ สศก. พบว่า การดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรแปรรูป สามารถดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ 2,058 ราย (ร้อยละ 101 ของเป้าหมาย) โดยจากการสำรวจตัวอย่าง เกษตรกร 64 ราย และผู้ประกอบการ 44 ราย ในพื้นที่ 20 จังหวัด เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ ส่งผลให้มูลค่าสินค้าแปรรูปเพิ่มขึ้นในภาพรวม มากกว่า 80 บาท/กิโล
“ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย” เป็นหนึ่งในเมนูอาหารทะเลยอดนิยมที่หลายคนติดอกติดใจ แต่หลายคนที่ไม่รู้จักว่าปูนิ่มคืออะไร บ้างครั้งเข้าใจผิดว่าปูนิ่มเป็นปูพันธุ์ใหม่ที่มีเปลือกนิ่มโดยธรรมชาติ ความจริงแล้ว ปูนิ่ม คือ ปูทะเลหรือปูดำที่อาศัยอยู่ในทะเลตามธรรมชาติ แต่ช่วงการเจริญเติบโต ปูจะมีการลอกคราบเหมือนกุ้ง เมื่อลอกคราบแล้วตัวปูจะโตขึ้นกว่าเดิม ในช่วงชีวิตการเจริญเติบโต ปูจะลอกคราบหลายสิบครั้ง หลังลอกคราบตัวจะนิ่มทั้งหมดรวมถึงกระดองด้วย หลังจากนั้น จะค่อยๆ แข็งขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงหลังลอกคราบ ในการลอกคราบตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาลอกคราบปูก็จะต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อให้พ้นจากศัตรูหรือแม้แต่พวกเดียวกันเอง เพราะในช่วงจังหวะนั้นปูจะไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีศัตรูได้ มีแต่ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นอย่างเดียว สมัยก่อน ปูนิ่มสามารถจับได้จากธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันผู้คนรู้จักและเข้าใจวิถีการเจริญเติบโตของปูมากขึ้น จึงนำปูทะเลหรือปูดำมาเพาะเลี้ยงเพื่อผลิตปูนิ่มออกจำหน่าย ทำให้คนไทยสามารถบริโภคปูนิ่มได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ราคาแพงอยู่บ้างแต่ก็คุ้มค่าเพราะปูนิ่มสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งตัวนั่นเอง จังหวัดส
กรมประมง…โชว์ผลสำเร็จโครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรรุ่นใหม่ หลังผุดไอเดียปั้น !! “เยาวชนนักเพาะเลี้ยง” ปีงบประมาณ 2564 ได้ถึง 756 ราย หนุนนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมปลูกฝังความภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการจะยกระดับภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้และมีทักษะทางด้านการเกษตรมากขึ้น สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาการประกอบอาชีพ อีกทั้งเป็นการปลูกฝังค่านิยมให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรไทย กรมประมงจึงได้จัดทำโครงการเพื่อสร้างเยาวชนนักเพาะเลี้ยงเป็นกิจกรรมสำคัญของกรมประมงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว กรมประมงได้มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่างๆ แก่เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในสังกัดกรมประมงทั้ง
วันที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพะยูน กรมประมงจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเกียรติบัตร บุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะทางทะเล โดยนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ได้มอบโล่ห์และเกียรติบัตร เพื่อเป็นเกียรติประวัติ แด่ พล.ร.ต.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและกฎหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) น.อ.นิติรักข์ การดี หัวหน้าชุดเฉพาะกิจกองสอบสวนกลาง และ กำลังพลชุดเฉพาะกิจกองสอบสวนกลาง ข้าราชการเจ้าหน้าที่กรมประมง จำนวนทั้งสิ้น 14 นาย ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหากลุ่มผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะทางทะเล อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งที่ผ่านมา กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างยาวนาน โดยการปฏิบัติการดังกล่าว ใช้ระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 18 มกราคม 2564 – 26 มิถุนายน 2564 รวมระยะเวลากว่า 5 เดือน สามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 946 หลัง เสาปูนซีเมนต์ จำนวน 11,101 ตัน และเสาไม้ไผ่ จำนวน 196,120 ต้น ทำให้สามารถคืนพื้นที่ส
