กรมประมง
นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง และคณะ ร่วมชมการสาธิตและสังเกตการณ์การทำประมงด้วยเรือฝึกปลาลัง ณ ท่าเทียบเรือประมงศรีราชา (ท่าเรือจรินทร์) จังหวัดชลบุรี โดยมี นางมาลินี สมิทธิ์ฤทธี เลขาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ นายสมชวน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การเยี่ยมชมเรือฝึกปลาลังในครั้งนี้ ได้รับชมการสาธิตการใช้เครื่องมือช่วยทำการประมงอวนลาก อวนลอย และลอบ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการปล่อยอวนไปจนถึงการเก็บและกู้อวนด้วยเครื่องมือทุ่นแรงระบบไฮดรอลิกส์ การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยทำการประมงประเภทอื่นๆ รวมไปถึงการมีพื้นที่ที่ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยสำหรับแรงงานและลูกเรือ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้าน ทางกรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างกรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) ผ่านเรือฝึก “ปลาลัง” นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมง ให้สามารถใช้เรือฝึกปลาลังเป็นต้น
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตาม ผลการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรแปรรูป ปีงบประมาณ พ.ศ. วัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนมีการสนับสนุนต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรขั้นสูงที่มีคุณค่าเฉพาะ และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง กำหนดจำนวนเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ 2564 เป้าหมาย 2,030 ราย ให้มีการส่งเสริมสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ภายในระยะเวลา 5 ปีแรก (ตั้งแต่ปี 2561 – 2565) โดยมีกรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมการข้าว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก จากการติดตามของ สศก. พบว่า การดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรแปรรูป สามารถดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ 2,058 ราย (ร้อยละ 101 ของเป้าหมาย) โดยจากการสำรวจตัวอย่าง เกษตรกร 64 ราย และผู้ประกอบการ 44 ราย ในพื้นที่ 20 จังหวัด เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ ส่งผลให้มูลค่าสินค้าแปรรูปเพิ่มขึ้นในภาพรวม มากกว่า 80 บาท/กิโล
“ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย” เป็นหนึ่งในเมนูอาหารทะเลยอดนิยมที่หลายคนติดอกติดใจ แต่หลายคนที่ไม่รู้จักว่าปูนิ่มคืออะไร บ้างครั้งเข้าใจผิดว่าปูนิ่มเป็นปูพันธุ์ใหม่ที่มีเปลือกนิ่มโดยธรรมชาติ ความจริงแล้ว ปูนิ่ม คือ ปูทะเลหรือปูดำที่อาศัยอยู่ในทะเลตามธรรมชาติ แต่ช่วงการเจริญเติบโต ปูจะมีการลอกคราบเหมือนกุ้ง เมื่อลอกคราบแล้วตัวปูจะโตขึ้นกว่าเดิม ในช่วงชีวิตการเจริญเติบโต ปูจะลอกคราบหลายสิบครั้ง หลังลอกคราบตัวจะนิ่มทั้งหมดรวมถึงกระดองด้วย หลังจากนั้น จะค่อยๆ แข็งขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงหลังลอกคราบ ในการลอกคราบตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาลอกคราบปูก็จะต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อให้พ้นจากศัตรูหรือแม้แต่พวกเดียวกันเอง เพราะในช่วงจังหวะนั้นปูจะไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีศัตรูได้ มีแต่ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นอย่างเดียว สมัยก่อน ปูนิ่มสามารถจับได้จากธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันผู้คนรู้จักและเข้าใจวิถีการเจริญเติบโตของปูมากขึ้น จึงนำปูทะเลหรือปูดำมาเพาะเลี้ยงเพื่อผลิตปูนิ่มออกจำหน่าย ทำให้คนไทยสามารถบริโภคปูนิ่มได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ราคาแพงอยู่บ้างแต่ก็คุ้มค่าเพราะปูนิ่มสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งตัวนั่นเอง จังหวัดส
กรมประมง…โชว์ผลสำเร็จโครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรรุ่นใหม่ หลังผุดไอเดียปั้น !! “เยาวชนนักเพาะเลี้ยง” ปีงบประมาณ 2564 ได้ถึง 756 ราย หนุนนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมปลูกฝังความภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการจะยกระดับภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้และมีทักษะทางด้านการเกษตรมากขึ้น สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาการประกอบอาชีพ อีกทั้งเป็นการปลูกฝังค่านิยมให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรไทย กรมประมงจึงได้จัดทำโครงการเพื่อสร้างเยาวชนนักเพาะเลี้ยงเป็นกิจกรรมสำคัญของกรมประมงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว กรมประมงได้มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่างๆ แก่เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในสังกัดกรมประมงทั้ง
วันที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพะยูน กรมประมงจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเกียรติบัตร บุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะทางทะเล โดยนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ได้มอบโล่ห์และเกียรติบัตร เพื่อเป็นเกียรติประวัติ แด่ พล.ร.ต.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและกฎหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) น.อ.นิติรักข์ การดี หัวหน้าชุดเฉพาะกิจกองสอบสวนกลาง และ กำลังพลชุดเฉพาะกิจกองสอบสวนกลาง ข้าราชการเจ้าหน้าที่กรมประมง จำนวนทั้งสิ้น 14 นาย ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหากลุ่มผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะทางทะเล อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งที่ผ่านมา กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างยาวนาน โดยการปฏิบัติการดังกล่าว ใช้ระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 18 มกราคม 2564 – 26 มิถุนายน 2564 รวมระยะเวลากว่า 5 เดือน สามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 946 หลัง เสาปูนซีเมนต์ จำนวน 11,101 ตัน และเสาไม้ไผ่ จำนวน 196,120 ต้น ทำให้สามารถคืนพื้นที่ส
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงระบาดในไทยและหลายประเทศทั่วโลก ประกอบกับไทย ยังมีอัตราผู้ติดเชื้อในประเทศสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายต่างเกิดความกังวลนั้น ในส่วนของสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ทาง ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อของสินค้าเกษตรในทุกกระบวนการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการกำชับและคุมเข้ม ครอบคลุมในทุกมาตรการ ตั้งแต่มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันสำหรับเกษตรกรในการดูแลตนเอง การทำความสะอาดพื้นที่และสวนเกษตร มาตรการสำหรับผู้ประกอบการสถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) และมาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร มีการเฝ้าระวัง ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางจากสวน จนถึงระบบขนส่ง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตร ติดตามกำกับดูแลที่โรงคัด
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยศักยภาพผู้ส่งออกสินค้าอาหารไทยผ่านการรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก จาก 4 หน่วยงานรัฐ คาดในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการขอใบรับรองเพิ่มมากขึ้น พร้อมเดินหน้าโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทย เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าในต่างประเทศ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศคู่ค้า เกิดความไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยของอาหารที่นำเข้ามา เพื่อการบริโภค ภาครัฐจึงได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษต
ปัจจุบัน ปลาตะเพียน ใน จ.ยโสธร ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องหาซื้อมาจากภาคกลาง กรมประมงจึงเข้าปรับเปลี่ยนแนวคิด และพฤติกรรมการเลี้ยงปลาตะเพียนให้สอดคล้องกับความต้องการ เป็นการเลี้ยงปลาตะเพียนแบบเกษตรอินทรีย์ โดยอาหารแบบอินทรีย์คือ ไข่น้ำ หรือที่ภาคอีสาน เรียกว่า ผำ มาเป็นอาหารปลา ตามนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานพัฒนา มีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี พร้อมนำร่องให้จังหวัดยโสธรเป็นต้นแบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือ ยโสธรโมเดล ไข่น้ำ (ผำ) น.ส. ชื่นดวงใจ คงบาล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ไข่น้ำ (ผำ) มีโปรตีนสูง 40% ของน้ำหนักแห้ง จากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้ำ พบว่า ใน 100 กรัม น้ำหนักแห้ง ให้พลังงานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายชนิด
ซุกิ กับคนไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ ซุกิ คือ ปลาช่อนทะเล ที่นำมาอัพเวอร์ชั่นใหม่ให้เป็นปลาช่อนทะเลคุณภาพสูงที่มีความอร่อยขึ้น เป็นปลาช่อนทะเลที่แข็งแรง ทนต่อโรค เลี้ยงง่าย โตไว ได้รับอาหารดี คนกินก็ได้กินเนื้อปลาที่อร่อยมากขึ้นกว่าปลาช่อนทะเลทั่วไป โดยคงคุณสมบัติที่ดีเลิศไว้ เป็นปลาที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติโปรตีนสูง มีโอเมก้า 3 และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA สูง และมีไขมันดีแทรกตัวอยู่ เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะมีความชุ่มฉ่ำ Juicy เพิ่มอรรถรสในการกินเมนูนั้นมากขึ้น อีกทั้งเนื้อปลายังมีความขาว แน่น ทรงตัวและคงรูป จึงเป็นที่สนใจของเชฟ ร้านอาหาร คนที่รักในการทำอาหารและรักสุขภาพอย่างมาก ความต้องการที่จะผลักดันให้ปลาช่อนทะเล ของดีจากทะเลไทยเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ทำให้โครงการ Booster โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยเพาะเลี้ยงกระชังน้ำลึกจากรัฐบาลนอร์เวย์ หลังจากเหตุการณ์สึนามิ เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ต มาจับมือร่วมกัน
นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการปฏิรูปภาคการประมงไทยให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหา IUU ซึ่ง นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ขานรับนโยบายพร้อมมีการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวฯ อย่างต่อเนื่องที่จะทำให้ประเทศไทย ได้มีการปฏิรูปกรอบกฎหมายในช่วงปี 2558 ถึงปี 2561 เพื่อแก้ไขปัญหาร้ายแรงเหล่านี้ และได้เปลี่ยนแปลงภาคประมงของประเทศไทยไปสู่ระบบที่สร้างความรุ่งเรือง ยั่งยืนในอาชีพประมง และปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงจนถึงรุ่นลูกหลาน หากไม่มีการปฏิรูปดังกล่าว ภาคประมงของประเทศไทยอาจจะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วและเป็นเหตุให้นานาประเทศมีข้อตำหนิติเตียน รัฐบาลไทยได้พัฒนาและเสริมสร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุม (Monitoring, Control and Surveillance System: MCS) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเข้า-ออก จากท่าเรือของเรือประมง การตรวจสอบเรือประมงที่ท่าเรือ การตรวจสอบเรือประมงในทะเล การเฝ้าระวังทางอา
