กรมวิชาการเกษตร
จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และวิถีวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นและคนชนเผ่าที่เป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวต่างใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวและสัมผัสเมืองในหมอกสามฤดู ใครได้ไปแล้วประทับใจและอยากหวนกลับไปเที่ยวอีกครั้ง นอกจากนี้แล้ว ยังมีอาหารและขนมพื้นบ้านของคนไทยใหญ่หรือคนไตที่อร่อย อาทิ แกงฮังเล จิ้นลุง อุ๊บไก่ อุ๊บไข่ น้ำพริกอุ๊บ ข้าวกันจิ้น ขนมส่วยทะมิน อาละหว่า เป็นต้น และของขบเคี้ยวที่ต้องชิมลิ้มลองคือถั่วลายเสือคั่ว ที่หอม กรอบ อร่อย หรือจะรับประทานเป็นอาหารเช้า/อาหารว่างได้โดยเติมนมสดได้ทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ถั่วลายเสือหรือถั่วราชินี คือถั่วลิสงพันธุ์กาฬสินธุ์ 2 ที่ได้รับการปรับปรุงและรับรองพันธุ์โดยกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี 2544 โดยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานราชการตามโครงการตามพระราชดำริฯ สำหรับถั่วลายเสือ นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดเด่นถั่วลายเสือของแม่ฮ่องสอน แตกต่างจากถั่วลายเสือของจังหวัดอื่นๆ คือ รสชาติ และเมล็ดใหญ่ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นหุบเขา ดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้ถั่วลายเสือเจริญเติบโตได้ดีและมีรสช
ชาวสวน-โรงคัดบรรจุลำไยภาคตะวันออกตื่นตัว เข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAP และ GMP ด้าน สวพ.6 ระดมเจ้าหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองแปลง GAP พืช และโรงคัดบรรจุ GMP ให้ทันต่อฤดูกาลส่งออกลำไยไปจีน พร้อมเร่งอบรมให้ความรู้การใช้สารรมชัลเฟอร์ไดออกไชด์ ล่าสุดผ่านการรับรองรอแปลง GAP แล้วจำนวน 2,998 แปลง ส่วนโรงคัดบรรจุผ่านการรับรอง GMP จำนวน 65 โรง พร้อมคาดปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 4 แสนตัน นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาด้านการส่งออกผลผลิตลำไยนอกฤดูพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 62 เป็นต้นมา สวพ.6 ได้ระดมเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลังพร้อมกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองแปลง GAP พืช และโรงคัดบรรจุ GMP ให้ทันต่อความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการที่จะต้องใช้ใบรับรองในการจำหน่ายผลผลิตเพื่อการส่งออกไปจีน อาทิ สนับสนุนให้โรงคัดบรรจุรับซื้อผลผลิตจากสวนที่เป็นลูกค้าของโรงคัดบรรจุเองและเป็นสวนที่ได้รับการรับรองแปลง GAP ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ล
สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดอบรมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและผู้เกี่ยวข้อง วางแผนรับมือหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ในฤดูกาลปลูกข้าวโพดรอบถัดไปที่จะมาถึง ย้ำการจัดการแบบองค์รวมตามหลักวิชาการที่ใช้ร่วมกันทั้งชีวภัณฑ์ สารเคมีชนิดและอัตราที่แนะนำด้วยหลัก 3 ถูก ถูกชนิด ถูกเวลา ถูกวิธี ร่วมกับการใช้ชีววิธี จะเป็นวิธีที่ได้ผลและควบคุมได้ ดร. วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการ บริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กล่าวว่า “จากรายงานของกรมวิชาการเกษตรที่ประมาณการพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในประเทศไทยไว้มากกว่า 6.87 ล้านไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 4.62 ล้านตันในปีนี้ ถ้าหากเราไม่เร่งกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เราอาจสูญเสียผลผลิตมากถึง 25-40% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4-8 พันล้านบาท ซึ่งประมาณการค่าใช้จ่ายในการกำจัดต่อไร่อยู่ที่ 200-400 บาท ฉะนั้นต้นทุนการผลิตโดยรวมของผลผลิตก็อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 800-1,602 ล้านบาท ต่อปี ดังนั้น สมาคมฯ จึงเร่งจัดการอบรม ติดอาวุธทางความรู้แบบยั่งยืนให้แก่เกษตรกร เพื่อป้องกันและลดการสูญเสียแก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพ และแบ่งเบ
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ. 8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน สวพ. 8 ได้ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นของแต่ละจังหวัดยกระดับเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ หลังจากก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดงพร้อมทั้งส่งเสริมการตลาดให้กับชุมชนควบคู่กัน โดย สวพ. 8 ร่วมกับชุมชนจัดทำตลาดพรีเมี่ยมรำแดงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ที่บ้านป่าขวาง ต. รำแดง อ. สิงหนคร จ. สงขลา ซึงถือเป็นงานวิจัยที่พัฒนาชุมชนและเห็นผลได้จริง ตั้งแต่สร้างความเข้มแข็งชุมชน ผลิตพืชผสมผสาน รับรองมาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มตลาดจัดจำหน่ายและการท่องเที่ยวจนได้รับการชื่นชมจาก พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ที่สามารถขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้
“เฉลิมชัย” ย้ำไม่ทอดทิ้งเกษตรกรผู้ประสบภัย เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการด่วน กำชับทุกหน่วยงานเร่งระดมพลลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ล่าสุดเตรียมพร้อมแผนฟื้นฟู-เยียวยาอาชีพรับมือหลังน้ำลด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเร่งแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดว่า หลังจากได้สั่งการด่วนที่สุด ให้กรมส่งเสริมการเกษตร สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายพื้นที่ที่จะประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนทึ่สุด ล่าสุด ยังได้สั่งการด่วน ไปยังหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ให้เตรียมพร้อมมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติหลังน้ำลดในทันที โดยเบื้องต้นได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัย โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าว ได้รับ อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเ
ประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีจำนวน 17 ชนิด ล้วนอยู่ในสกุล Paphiopedilum เพียงสกุลเดียวเท่านั้น ซึ่งได้รับความสนใจนำมาปลูกเลี้ยง ปรับปรุงพันธุ์ และขยายพันธุ์เพื่อการค้ากันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรปและเอเชีย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งส่งออกกล้วยไม้รองเท้านารีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ทั้งในรูปแบบของไม้กระถางและไม้ตัดดอก ในอดีต ประเทศไทย ส่งออกกล้วยไม้พันธุ์แท้ในช่วงปี 2535-2540 กว่า 2 ล้านต้น และหยุดไปหลังจากกำหนดให้กล้วยไม้เป็นพันธุ์พืชในกลุ่มพืชอนุรักษ์บัญชีที่ 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ (ไซเตส) ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 มีชนิดพืชอนุรักษ์หรือพืชในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตสมากกว่า 28,000 ชนิด กล้วยไม้ เป็นพืชอนุรักษ์กลุ่มใหญ่ที่สุด และมีการทำการค้าระหว่างประเทศเป็นปริมาณสูง อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ ที่เกิดจากฝีมือมน
ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรเฝ้าระวังการระบาดของโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า มักพบโรคในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต จะพบแสดงอาการเริ่มแรกที่กิ่งอ่อนหรือผลอ่อนมีจุดสีเหลือง จากนั้นพัฒนาเป็นตุ่มนูนเล็กสีน้ำตาล คล้ายสีสนิมเหล็ก บางครั้งพบแผลสีเหลืองฉ่ำน้ำ หากอาการรุนแรงแผลจะเน่า ถ้าเป็นที่กิ่งจะทำให้เนื้อเยื่อตรงแผลหลุดเห็นเป็นรูหรือเว้าแหว่ง สำหรับผลที่มีอาการรุนแรง จะทำให้กลีบผลไหม้แห้งเป็นสีดำ และผลเน่าในที่สุด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า ให้เกษตรกรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงปลอดโรค และควรลดการให้ปุ๋ยไนโตรเจน เพราะแก้วมังกรเป็นพืชอวบน้ำ อาจทำให้พืชอ่อนแอเกิดการระบาดมากขึ้น จากนั้น ให้หมั่นสำรวจทำความสะอาดกำจัดวัชพืชโคนต้น เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคใต้ต้นออกไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคของพืชทำให้เกิดแผลน้อยที่สุด ซึ่งแผลจะเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุของโรคเข้าทำลายพืชได้ง่าย อีกทั้งเกษตรกรควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆ ให้สะ
กรมวิชาการเกษตร สบช่องแทรนด์ “ขมิ้นชัน” ในอุตสาหกรรมยา-เครื่องสำอาง-อาหารเสริม มาแรง เร่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์ขมิ้นชันปลอดโรคสายพันธุ์ตรัง 1- ตรัง 84-2 เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต-ขยายพันธุ์ดี ปลอดโรค พร้อมหนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเชิงการค้า รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมขมิ้นชันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ เผยสรรพคุณให้ “สารเคอร์คิวมินอยด์” สูงกว่ามาตรฐานยาสมุนไพร 120% ทำให้เป็นที่ต้องการสูง นายสนอง จรินทร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน ขมิ้นชัน เป็นพืชสมุนไพรเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงของอุตสาหกรรมยาแผนโบราณ-ยาแผนปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยในปี 2560 ตลาดอุตสาหกรรมสารสกัดขมิ้นชันมีมูลค่ารวม 49 ล้านบาท ในขณะที่ปริมาณผลผลิตหัวสดซึ่งยังผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมขมิ้นชันในประเทศ ที่ผ่านมาสถาบันวิจัยพืชสวนได้รับการติดต่อจากองค์การเภสัชกรรมเพื่อขอซื้อพันธุ์ขมิ้นชันคุณภาพปลอดโรค เพื่อนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายปลูกเชิงการค้า เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตใ
กลางวันมีแดดแรง กลางคืนจะมีอากาศเย็นในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงให้เฝ้าระวังหนอนกระทู้หอม ที่สามารถพบได้ในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตหอมแดง มักพบตัวหนอนกระทู้หอมจะเจาะเข้าไปอาศัยและกัดกินเนื้อเยื่อใบหอม ทำให้ใบหอมแดงมีสีขาว จากนั้น หนอนกระทู้หอมจะกัดกินจากใบหอมลงไปถึงหัวหอมแดง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บผลผลิตหอมแดงได้ เกษตรกรควรหมั่นตรวจเก็บกลุ่มไข่และตัวหนอนกระทู้หอมในแปลงมาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อช่วยลดการระบาด สำหรับในระยะที่ตัวหนอนมีขนาดเล็กและพบการระบาดน้อย ให้เกษตรกรพ่นด้วยเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis) อัตรา 100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีพบการระบาดรุนแรง ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด อาทิ สารคลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% เอสแอล อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอฟีนาเพอร์ 10% เอสซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโทลเฟนไพแร็ด 16% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอินดอกซาคาร์บ 15% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) กล่าวว่า ในการเดินทางเยี่ยมชมผลงานวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดง ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ของ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เมื่อเร็วๆ นี้ ได้กล่าวชื่นชมกรมวิชาการเกษตรในการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว พร้อมให้นโยบาย ให้ สวพ.8 เข้าไปแนะนำส่งเสริมตลาดสินค้าให้ชุมชนมากขึ้น เพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ซึ่ง สวพ.8 พร้อมเดินหน้าในการเร่งดำเนินการนโยบายดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง สวพ.8 กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบน้ำตาลโตนด เกิดจาก สวพ.8 ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรวิจัยการปลูกพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นนำเอากล้วยที่ปลูกบนดินยุคโฮโลซีน เมื่อทะเลยกตัวราว 5,000 ปีมาแล
