กรมส่งเสริมการเกษตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง เป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อการบริโภค โดยจัดให้มีบริการฝึกอาชีพ จุดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้ทรงพระราชทานไว้ มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้รับความไว้วางใจและมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดูแล และพัฒนากิจกรรมของศูนย์อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดขึ้นภายในศูนย์ฯ ปัจจุบันได้มีการขยายผลการพัฒนาเต็มพื้นที่เกษตรใน 4 อำเภอของจังหวัดระยอง ประกอบด้วย อำเภอปลวกแดง อำเภอบ้านค่าย อำเภอนิคมพัฒนา และอำเภอบ้านฉาง ซึ่งเกษตรกรที่ได้เข้ารับการเรียนรู้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร ส่งผลให้
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงความร่วมมือเยอรมัน – ไทย เพื่อพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ด้านจัดการกลุ่ม เครื่องจักรกล และวิเคราะห์ข้อมูล ให้เกษตรกรนำไปพัฒนาระบบเกษตรแปลงใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภา นายรพีทัศน์ อุ่นจิตต์พันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างเยอรมัน – ไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการทำเกษตรแปลงใหญ่อย่างยั่งยืนในประเทศไทย ก่อนจะสิ้นสุดโครงการในเดือนสิงหาคม 2566 นี้ว่า ภาพรวมของโครงการเมื่อช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี โดยโครงการจะเน้นเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมันให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านต่าง ๆ ให้กับเกษตรกรแปลงใหญ่นำร่องโครงการโดยตรง แต่ที่ผ่านมา มีความกังวลว่าองค์ความรู้ที่เกษตรกรได้รับจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญนั้น เกษตรกรจะสามารถนำไปใช้และวิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ จึงมีความคิดจะปรับกระบวนการทำงาน โดยใช้หลักของ TOT หรือ Training of Trainers Workshop เข้ามาดำเนินการ จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไป เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ท
กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อย สนับสนุนกลุ่มผู้ปลูกแตงโมในตำบลทับยายเชียง จังหวัดพิษณุโลก เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการปลูกแตงโมเป็นรูปหัวใจ ขายได้ลูกละกว่า 500 บาท สร้างรายได้ และปลดหนี้ให้เกษตรกรจำนวนมาก นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการสร้างรายได้เพิ่มแก่เกษตรกรด้วยการส่งเสริมการปลูกแตงโมในพื้นที่ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลกว่า แต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมทำเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อย ทำให้บางปีประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง เกิดโรคและแมลง และราคาตกต่ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดทุน มีรายได้ไม่เพียงพอ จึงเห็นว่าแตงโม น่าจะแก้ไขข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ เนื่องจากเป็นพืชใช้น้ำน้อย อายุสั้น สามารถปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังการทำนาปี และปลูกสลับกับพืชอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีตลาดรองรับ ได้ราคาดี และชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญ เพราะปลูกมานานกว่า 30 ปี เมื่อเปรียบเทียบรายได้และต้นทุนการผลิตกับการทำนาข้าว และไร่พืชอื่นๆ ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการปลูกแตงโม มีรายได้มากกว่า และเมื่อส
ด้วยสถานการณ์การผลิตพืชอาหารทางการเกษตรเริ่มให้ความสำคัญไปที่การผลิตเพื่อการบริโภคในประเทศและการส่งออกเพราะปัจจุบันข้อจำกัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศในการส่งผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่าย มีข้อบังคับว่าด้วยสินค้าทางการเกษตรต้องผ่านมาตรฐานการรับรองที่เป็นสากล ดังนั้น สินค้าทางการเกษตรจึงควรมีมาตรฐานการรับรองที่เป็นสากล เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร GAP (Good Agricultural Practice) หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเป็นแนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด GAP จึงเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการผลิตสินค้าเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ ปัจจัยการผลิต การผลิต การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งการผลิต ทั้งนี้มาตรฐาน GAP ก็จะเป็นกระบวนการผลิตหนึ่งที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร สิ่งแวดล้อม รวมถึงเศรษฐกิจและสังคม มาตรฐาน GAP ดำเนินการออกใบรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร แต่ในทางปฏิบัติเกษตรต้องการข้อมูล ความรู้ และความเข้าใจในการปฏิบัติ เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้ได้ตามข้อกำหนดมาตรฐาน GAP โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่เป็นแกนหลักในกา
ขึ้นชื่อว่าดังในเรื่องของส้มโออีกแห่งหนึ่งของประเทศ ก็ต้องที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ชื่อติดปากที่ใครๆ ก็เรียกว่า ส้มโอบ้านแท่น จุดเด่นอยู่ตรงที่เมื่อผลสุก เปลือกจะเป็นสีทอง เปลือกในอมชมพู เนื้อสีแดงเข้มสะดุดตา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายผลท้อ มีเมล็ดมาก อายุการเก็บเกี่ยวช้ากว่าพันธุ์ทองดี ประมาณ 15 วัน ที่ต้องเอ่ยถึง เพราะสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านแท่นวิทยา ตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เกือบทั้งหมดมีส้มโออยู่ในบริเวณบ้าน และในบางราย ผู้ปกครองทำสวนส้มโอเป็นอาชีพหลัก ซึ่งแน่นอนว่า เด็กย่อมเติบโตมาพร้อมกับทุกๆ ขั้นตอนของการทำสวนส้มโอ โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา เป็นโรงเรียนที่เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จัดว่าเป็นโรงเรียนของเด็กโต ที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนอาหารกลางวันเช่นเดียวกับโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วไป ฉะนั้น หากไม่มีพื้นที่สำหรับทำแปลงเกษตรบริเวณโรงเรียน เพื่อสนับสนุนวัตถุดิบในโครงการอาหารกลางวัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับโรงเรียนบ้านแท่นวิทยา กลับเป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการเกษตร โดยจัดสรรพื้นที่ของโรงเรียนเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายชื่นชอบ คงอุดม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงการคลัง) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายวารุจ ศิริวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายศรัณย์ ธำรงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ผู้บริหารสถาบันการเงิน ผู้บริหารส่วนงานในพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น และนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ “มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 และเยี่ยมชมบูธสถาบันการเงินของรัฐที่ให้คำปรึกษาลูกค้าภายในงาน การจัดงานในครั้งนี้ ธ.ก.ส. นำทีมงานลงพื้นที่ให้บริการคำปรึกษาทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้อย่างยั่งยืน รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่จะเข้าไปดูแลด้านภาระหนี้สินของเกษตรกรลูกค้า เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรได้อย่
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งจัดชุดพืชพันธุ์ดี ชีวภัณฑ์ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดทันที ครอบคลุมทุกพื้นที่ประสบภัย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องประสบปัญหาอุทกภัย และด้วยความห่วงใยของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามบทบาทหน้าที่ และภารกิจของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางมาตรการและแนวทางในการเยียวยาเกษตรกร และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยไว้แล้ว พร้อมจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีหลังสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่คลี่คลายลง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 โดยในส่วนพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรพร้อมลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายและชี้แจงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ จัดประชุมเตรียมความพร้อมการฟื้นฟูช่ว
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องประสบปัญหาอุทกภัย และด้วยความห่วงใยของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามบทบาทหน้าที่ และภารกิจของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางมาตรการและแนวทางในการเยียวยาเกษตรกร และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยไว้แล้ว พร้อมจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีหลังสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่คลี่คลายลง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 โดยในส่วนพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรพร้อมลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายและชี้แจงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ จัดประชุมเตรียมความพร้อมการฟื้นฟูช่วยเหลือเกษตรกรร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จัดทำประชาคมเพื่อตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของข้อมูล เพื่อดำเนินการเสนอต่
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรขานรับข้อสั่งการรัฐมนตรีเกษตร นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะและมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร กำชับเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ประสบภัยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งในเบื้องต้นมีรายงานพื้นที่ที่คาดว่าจะเสียหายทั่วประเทศประมาณ 5.1 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 6.2 แสนราย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2565) จึงสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังน้ำลดลง โดยขณะนี้มีบางพื้นที่กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการทำประชาคมเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลความเสียหายแล้ว และนอกจากกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่เสียหายเพื่อเสนอขอรับความช่วยเหลือให้กับเกษตรกรแล้วนั้น หน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตปัจจัยการผลิต เช่น ศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศขพ.) 10 แห่ง ได้จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์และต้นพันธุ์พืช ภายใ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพบว่า มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหายประมาณ 1.23 ล้านไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศกว่า 9.32 ล้านไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการผลิตท่อนพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ว ประกอบกับที่ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงผลกระทบและเสนอความต้องการของพี่น้องเกษตรกรจากกรณีของโรคใบด่างมันสำปะหลัง รวมถึงเสนอขอสนับสนุนการดำเนินการในเรื่อง 1. การสำรวจพื้นที่ระบาด 2. การสนับสนุนต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างจากพื้นที่สีเขียวแจกจ่ายพื้นที่สีแดง 3. การผลิตต้นพันธุ์มันสำ
