กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรว่า โดยทั่วไปในช่วงฤดูร้อนผึ้งจะสามารถดูแลตัวเองได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเพียงแค่คอยตรวจสอบว่ายังคงมีแหล่งน้ำหวานเพียงพอใกล้บริเวณแหล่งเลี้ยงผึ้งอยู่เสมอ และควรหยุดให้อาหารในช่วงนี้เนื่องจากผึ้งจะบินต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อเก็บน้ำหวานไว้ เกษตรกรควรเก็บน้ำผึ้งที่มีคุณภาพจำหน่ายจะได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของลูกค้า และสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปีโดยไม่เสีย อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้กำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ต้องหมั่นตรวจสอบรังผึ้งทุกสัปดาห์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีแหล่งน้ำหวาน เกสร และดูแลไม่ให้มีไรศัตรูผึ้งรบกวน นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ยังเห็นความสำคัญในการส่งเสริมความรู้ และเพิ่มทักษะในการเลี้ยงผึ้งให้เกษตรกรในยุคดิจิทัล โดยจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการเลี้ยงและดูแลผึ้งให้ได้ผลผลิตคุณภาพ รวมถึงวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งให้ได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งเกษตรกรสามารถเรียนรู้ได้ง่ายดายในทุกที่ทุกเวลา เพียงเข้ายูทูป (Youtube) ช่อง What2Grow NECTEC ค้นหาคำว่า “เลี้ยงผึ้ง เงินดี ชีวีมีสุข” แล้วเลือกชมวิดีโอในแต่ละตอน ได้แก่ อุตสาหกร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2565 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการเพิ่มช่องทางการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบออนไลน์ด้วยเครื่องมือ e-Form โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เริ่มนำร่องใช้ระบบ e-Form สำหรับเกษตรกรรายใหม่ที่ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นในพื้นที่มีเอกสารสิทธิประเภทโฉนด น.ส.4 เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำการพัฒนาระบบ e-Form และเปิดให้ใช้งานได้กับเกษตรกรรายใหม่ทุกรายที่ทำการเพาะปลูกหรือประกอบกิจกรรมทางการเกษตร เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกพืชแบบสวนผสม ทำนาเกลือสมุทร และเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ โดยไม่จำกัดเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป นายเข้มแข็ง กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านระบบออนไลน์ e-Form เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร และตอบโจทย์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงาน ซึ่งการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมทั้งความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ตามโครงการที่หน่วยงานภาครั
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งจะใช้เป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” อันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน มีการบูรณาการและการพัฒนาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Model ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาภาคการเกษตรสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง โดยการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ นำร่อง 5 จังหวัด คือ จังหวัดลำปาง ขอนแก่น ราชบุร
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตาก ได้นำโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นไม้ผลเศรษฐกิจ ได้แก่ อะโวคาโด และมีการรวมกลุ่มสมาชิกจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่อะโวคาโด อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ขึ้นในปี พ.ศ.2560 มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 50 ราย พื้นที่เข้าร่วม 300 ไร่ ปัจจุบันมีการขยายเครือข่ายเกษตรกรผู้สนใจในพื้นที่อำเภอพบพระ จำนวนรวม 6 แปลง เกษตรกรเพิ่มเป็น 257 ราย พื้นที่รวม 3,204 ไร่ ซึ่งผลสำเร็จตามเป้าหมายของดำเนินงานขับเคลื่อนแปลงใหญ่อะโวคาโด อำเภอพบพระ ในปัจจุบัน เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยน จากอโวคาโดพันธุ์พื้นเมืองเป็นพันธุ์ดี โดยการเปลี่ยนยอด จำนวน 4,635 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 60 ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP 28 แปลง และการรับรอง “ตากการันตี” 181 แปลง เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 25 (จากไร่ละ 4,900 บาท เป็น 3,675 บาท) และสามารถเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 20 ในส่วนของกลุ่มเกษตรกร มีการบริหารจัดการกลุ่มในรูปแบบคณะกรรมการบริหารจัดการ และมีการจดทะเบียน
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรผู้ประสบเหตุอุทกภัย จากเหตุพายุดีเปรสชัน มู่หลาน และร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้บางพื้นที่ของประเทศเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การช่วยเหลือและเตรียมการรับมือรองรับเกษตรกรผู้ประสบภัยโดยในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ติดตามสถานการณ์การอุทกภัยจากพายุดังกล่าว โดยได้รับรายงานพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พะเยา น่าน สุโขทัย อุตรดิตถ์ เลย หนองคาย และจังหวัดอุบลราชธานี เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 23,182 ราย มีพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหายจำนวน 88,305.25 ไร่ แยกเป็นข้าว 71,695.75 ไร่ พืชไร่ละพืชผัก 14,758.75 ไร่ ไม้ผลไม้ผืนต้นและอื่นๆ 1,870.75 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2565) และขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปสำรวจความเสีย
กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ประจำปี 2565 หรือ NECTEC-ACE 2022 ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมพัฒนาที่ดิน สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สวทช. บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)ซึ่งมีกำหนดจัดงานการประชุมวิชาการและนิทรรศการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ประจำปี 2565 (NECTEC Annual Conference & Exhibitions 2022 : NECTEC ACE 2022) ในวันที่ 8 – 9 กันยายน 2565 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แนวคิด ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า : DigitalTechnology for Sustainable Agriculture ดร.สุรางค์ศรี วาเพชร ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตร กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า งาน NECTEC-ACE 2022 จัดขึ้นเพื่อการพัฒนาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ในสาขาการเกษตรการส่งเสริมและผลักดันการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ง
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากนโยบาย ตลาดนําการผลิต ของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกร สามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อเป็นการประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสม กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ดำเนินการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า “ตลาดเกษตรกร” ให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยมีเกษตรกรเป็นผู้ขายโดยตรง ดำเนินการในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน โดยเป็นการบูรณาการของทุกหน่วยงานในพื้นที่ที่ร่วมกันสนับสนุน พัฒนา และประชาสัมพันธ์ให้ตลาดเกษตรกรสามารถเปิดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า ลดปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ ตลอดจนพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย” รวมถึงได้ต่อยอดเปิดให้บริการตลาดเกษตรกรในรูปแบบออนไลน์ เว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรโดยรวบรวม
น้ำผึ้ง มีความสัมพันธ์กับอาชีพเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงผึ้งมีทั่วประเทศ เพราะความต้องการใช้น้ำผึ้งในเชิงพาณิชย์มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากคุณประโยชน์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ความสวยงาม อาหาร ขนม เครื่องดื่ม เกิดเป็นอาชีพที่สร้างเม็ดเงินจำนวนมากมายในแต่ละปี ผลักดันให้ผู้เลี้ยงผึ้งพัฒนารูปแบบวิธีผลิตน้ำผึ้งเพื่อป้อนสู่ตลาดได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ผู้ยึดอาชีพเลี้ยงผึ้งทั้งรายใหม่และเก่าควรมีความรู้และแนวทางเลี้ยงตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่ดูแล และส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งการอบรม ถ่ายทอดความรู้ กระบวนการเลี้ยงให้แก่ผู้สนใจทั้งรายใหม่และรายเก่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงผึ้งให้สอดคล้องกับสภาวะอาชีพ คุณวชิระ จิตรดาธำรง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ศูนย์มีบทบาทและหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทางด้านเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งสิ้น
เกษตร จัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์คุณภาพดีข้ามถิ่นนอกแหล่งผลิต ในงาน “มหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ’65”นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรโดยเฉพาะไม้ผลให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานส่งเสริมการบริโภคสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์คุณภาพดีข้ามถิ่นนอกแหล่งผลิต “มหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ’65” ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 20.00 น.ณ ศูนย์การค้ามีโชคพลาซ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้เครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำผลไม้คุณภาพดี รสชาติอร่อย มาร่วมประชาสัมพันธ์และจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจทั่วไป โดยภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ 1
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด เฝ้าระวังโรคจุดดำ เหตุช่วงนี้อาการร้อนสลับฝนตกชุก ทำให้เชื้อราเติบโตเร็ว แนะหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ พร้อมช่วยลดความชื้นภายในแปลงนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้อากาศร้อนสลับกับมีฝนตกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศแบบนี้ทำให้เชื้อราเติบโตได้รวดเร็ว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดให้เฝ้าระวังโรคจุดดำ หรือโรคแอนแทรคโนสในอะโวคาโด โดยลักษณะหรืออาการที่อาจพบ คือบริเวณใบจะมีจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ใบแห้งและร่วง ส่วนอาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก จะเป็นแผลจุดหรือขีดสีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ก้านช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง และหลุดร่วงก่อนติดผล ส่วนอาการที่ผล หากเป็นผลอ่อน จะเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ ถ้าอาการรุนแรงผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด ส่วนผลแก่มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว โดยเป็นแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลม ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผลทำให้ผลเน่า บางครั้งอาจพบเมือกสี
