กรมส่งเสริมการเกษตร
น้ำผึ้ง มีความสัมพันธ์กับอาชีพเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงผึ้งมีทั่วประเทศ เพราะความต้องการใช้น้ำผึ้งในเชิงพาณิชย์มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากคุณประโยชน์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ความสวยงาม อาหาร ขนม เครื่องดื่ม เกิดเป็นอาชีพที่สร้างเม็ดเงินจำนวนมากมายในแต่ละปี ผลักดันให้ผู้เลี้ยงผึ้งพัฒนารูปแบบวิธีผลิตน้ำผึ้งเพื่อป้อนสู่ตลาดได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ผู้ยึดอาชีพเลี้ยงผึ้งทั้งรายใหม่และเก่าควรมีความรู้และแนวทางเลี้ยงตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานที่ดูแล และส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งการอบรม ถ่ายทอดความรู้ กระบวนการเลี้ยงให้แก่ผู้สนใจทั้งรายใหม่และรายเก่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงผึ้งให้สอดคล้องกับสภาวะอาชีพ คุณวชิระ จิตรดาธำรง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ศูนย์มีบทบาทและหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทางด้านเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งสิ้น
เกษตร จัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์คุณภาพดีข้ามถิ่นนอกแหล่งผลิต ในงาน “มหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ’65”นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรโดยเฉพาะไม้ผลให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานส่งเสริมการบริโภคสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์คุณภาพดีข้ามถิ่นนอกแหล่งผลิต “มหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ’65” ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 20.00 น.ณ ศูนย์การค้ามีโชคพลาซ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้เครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำผลไม้คุณภาพดี รสชาติอร่อย มาร่วมประชาสัมพันธ์และจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจทั่วไป โดยภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ 1
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด เฝ้าระวังโรคจุดดำ เหตุช่วงนี้อาการร้อนสลับฝนตกชุก ทำให้เชื้อราเติบโตเร็ว แนะหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ พร้อมช่วยลดความชื้นภายในแปลงนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้อากาศร้อนสลับกับมีฝนตกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศแบบนี้ทำให้เชื้อราเติบโตได้รวดเร็ว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดให้เฝ้าระวังโรคจุดดำ หรือโรคแอนแทรคโนสในอะโวคาโด โดยลักษณะหรืออาการที่อาจพบ คือบริเวณใบจะมีจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ใบแห้งและร่วง ส่วนอาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก จะเป็นแผลจุดหรือขีดสีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ก้านช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง และหลุดร่วงก่อนติดผล ส่วนอาการที่ผล หากเป็นผลอ่อน จะเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ ถ้าอาการรุนแรงผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด ส่วนผลแก่มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว โดยเป็นแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลม ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผลทำให้ผลเน่า บางครั้งอาจพบเมือกสี
กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดใหญ่งานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ระดมขนทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และผลไม้แปรรูปคุณภาพจากทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ขึ้นจำหน่ายยังภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ คาดจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวเชียงใหม่เป็นอย่างดี นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้ ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2565 ณ ลานกิจกรรมมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การบริโภคผลไม้อัตลักษณ์ของภาคใต้ ที่มีรสชาติดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ จำปาดะ และผลไม้แปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานจะมีการจำหน่ายทั้งในรูปของผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ สำหรับสินค้าเด่นที่จะนำไปจำหน่าย เช่น ทุเรียน เป็นทุเรียนคุณภาพดี คัดพิเศษ จากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้า
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ได้ดำเนินโครงการคัดเลือก “เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2565” ตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนกิจกรรมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่เกษตรกร เพื่อเฟ้นหาเกษตรกรที่มีแนวความคิดในการนำนวัตกรรมเกษตรและองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนา ต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รวมถึงเพื่อร่วมชิงเงินรางวัลมากกว่า 450,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ โดยเกษตรกรผู้สมัครต้องมีอายุระหว่าง 17-50 ปี ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีสินค้าเกษตรเป็นของตนเอง มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินในการทำการเกษตรอย่างถูกต้อง เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ในการนำภูมิปัญญา เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยมาช่วยในกระบวนการผลิต การตลาดหรือการแปรรูปผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลผลิต และไม่เคยเป็นผู้ได้รับการประกาศให้เป็นเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดมาก่อน อธิบดีกรมส่งเสริมการเ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห่วงใยสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่กลับมาระบาดอีกครั้ง จึงสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งดำเนินการควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดมาตรการเข้มข้น 6 มาตรการในการป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ประกอบด้วย 1) สร้างการรับรู้ โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ด้านอารักขาพืช เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ชี้แจงทำความเข้าใจให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบของโรคในทุกโอกาส 2) เฝ้าระวังและป้องกันการระบาด โดยให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงวิธีการสำรวจ ใช้เกณฑ์การรายงานพื้นที่ระบาดแบบใหม่ รวมถึงการจัดทำแปลงพยากรณ์เตือนการระบาด ส่งเสริมการใช้พันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ ระยอง 72 เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 90 งดการใช้พันธุ์อ่อนแอ ได้แก่ พันธุ์ CMR 43-08-89 และพันธุ์ระยอง 11 รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตแปลงพันธุ์สะอาด 3) ควบคุมการระบาด ด้วยการทำลายต้นเป็นโรค โดยใช้หลักเกณฑ์แบบใหม่ ที่ทำลายเฉพาะต้นที่เป็นโรค ซึ่งเป็นการประเมินพ
กรมส่งเสริมการเกษตร ดันระบบ Isan e-Extension นำร่องงานส่งเสริมการเกษตรภาคอีสานพัฒนาเจ้าหน้าที่และเกษตรกร ก้าวสู่ Next Normal นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามงานส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีด้านการเกษตรไปสู่เกษตรกร ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาการผลิตของตนเองให้มีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการปรับวิธีการทำงานให้สอดรับกับวิถี New Normal โดยมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี หรือ Digital DOAE และสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรที่จะขับเคลื่อนภาคเกษตรเพื่อเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตามวิถี Next Normal รวมทั้งยังสามารถให้บริการเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง สำหรับพื
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลว่า ดินและปุ๋ย เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่พืชทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง หรือมีการใช้ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในส่วนของปุ๋ยเคมีสูง ประกอบกับประเทศไทยยังคงต้องมีการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านการนำเข้า ทำให้ปุ๋ยเคมีราคาสูง และหาซื้อยากมากขึ้น เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ใช้ปุ๋ยได้รับผลกระทบโดยตรง หากพืชได้รับปุ๋ยหรือธาตุอาหารไม่เพียงพอ จะส่งผลการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง คุณภาพของผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดและบรรเทาปัญหา เราจำเป็นต้องหันมาใส่ใจเรื่องการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีการดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการดินและการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง ใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ 4 ถูก (ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี) ส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน
กรมส่งเสริมการเกษตรปลดล๊อคสินเชื่อเกษตรแปลงใหญ่ ตามมติครม. 11 ม.ค. ปรับขั้นตอนเห็นชอบให้เร็วขึ้นไม่เกิน 3 ล้าน คณะกรรมการอำเภออนุมัติได้เลย พร้อมจับมือ ธ.ก.ส. ออกคู่มือปฎิบัติให้ตรงกัน ย้ำกู้ได้ถึง 31 ธ.ค. 69 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ได้อนุมัติการขยายกรอบระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากเดิมระยะเวลาขอสนับสนุนสินเชื่อ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน สมาชิกแปลงใหญ่ จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันกู้ รวมทั้งการปรับเงื่อนไขการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ จากเดิมแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและศักยภาพของกลุ่ม เพื่อให้มีวงเงินที่เหมาะสมในการพัฒนาแปลงใหญ่ของเกษตรกร สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เป็นโครงการที่มีวัตถุ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์จากผึ้งได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องของการยับยั้งเชื้อโรค สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จึงทำให้ประชาชนทั่วไปสนใจผลิตภัณฑ์จากผึ้งเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง จำนวน 35,405 ราย สร้างผลผลิตน้ำผึ้งที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล เป็นรายได้หมุนเวียนให้แก่เกษตรกรกว่า 2,000 ล้านบาท ไม่รวมผลผลิตชนิดอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งผลผลิตจากผึ้งของไทยที่มีการส่งออกนั้น เป็นผลผลิตที่ได้จากผึ้งพันธุ์ มีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก ทั้งนี้ ประเทศส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา สาธารณรับประชาชนจีน และซาอุดิอาระเบีย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและผลักดันผลิตภัณฑ์จากผึ้งในการเสริมสร้างสุขภาพ ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สร้างเสริมภูมิคุ้
