กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือห้าง Makro ศรีสะเกษ รับซื้อพริกจากกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ คาดหลังสงกรานต์เริ่มต้นซื้อขายได้ ด้านเกษตรกรผู้ปลูกพริกคาดได้กำไรเพิ่ม หลังห้างฯ เปิดโอกาสให้กำหนดราคาขายได้เอง มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังนำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรอำเภอ และบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) หรือ Makro ลงพื้นที่เกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล และเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจกับเกษตรกรเกี่ยวกับขั้นตอนการซื้อขายพริกและผลผลิตทางการเกษตรกับ Makro ว่า การทำการค้ากับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade อย่าง Makro นั้นต้องมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ดังนั้นจึงต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรผู้ปลูกพริกโดยตรง เพื่อให้เข้าใจกระบวนการรับซื้อ และวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้รับซื้อ ในเบื้องต้นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริก มีความสนใจที่จะซื้อขายกับ Makro โดยจะเริ่มจากการขายผลผลิตผ่าน Makro สาขาศรีส
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรแปลงใหญ่ ของสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในวันรณรงค์และสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความมั่นใจเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอน ณ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี นายเทพ เทพสถิตย์ ผู้อำนวยการ โครงการผลิตวัตถุดิบ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด เปิดเผยว่า CPP และสวนสมบูรณ์ ให้การสนับสนุน “โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซี.พี. พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี สีสวย ยืนต้นดี สีได้เนื้อ และ ปุ๋ย ‘ซี.พี.หมอดิน’ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เร่งราก ขยายต้น เพิ่มผลผลิต พ
กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งเป้า ปี 66 และ ปี 67 ลดพื้นที่นาปรังให้ได้เกิน 10,000 ไร่ จัดเต็มแคมเปญพิเศษให้เกษตรกรมากกว่า 22 จังหวัด ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเสริมสร้างรายได้ ปี 66 และ ปี 67 ได้สิทธิพิศษเต็มๆ ทั้งจัดเวทีเสริมความรู้ ติดตามดูแล และเชื่อมโยงตลาด สมัครด่วน หมดเขต พ.ค.นี้ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสภาพภูมิอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติ หรือฝนตกไม่ตกต้องตามฤดูกาลเป็นระยะเวลานานกว่าปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตข้าว อีกทั้งในช่วงฤดูแล้งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆมักจะมีปริมาณจำกัด และสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศไทยยังมีความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน มีปริมาณผลผลิตเกินความต้องการใช้อยู่ประมาณ 2.25 ล้านตันข้าวเปลือก หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 3.48 ล้านไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” บริหารจัดการผลผลิต ให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อราคาข้าว “ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ จึงมีนโ
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงการพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น ชูผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสินค้าอัตลักษณ์ หลังตลาดต้องการสินค้าจำนวนมา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตร อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรว่า เพื่อเป็นต้นแบบ และฐานข้อมูลปัจจุบันที่เกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถสืบค้นแต่ละพื้นที่ได้ง่าย ตามโครงการพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีเป้าหมายในการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรในตัวเกษตรกรหรือชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปีละ 6 จุด รวมจำนวน 18 จุด เพื่อร่วมวางแผนพัฒนาจากในพื้นที่ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องสู่ความต่อเนื่องและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี 2566 นี้ ภูมิปัญญาผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย หรือ ฝ้ายหอม
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศัตรูพืชในฤดูแล้งของพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่เกษตรกรควรเฝ้าระวัง ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ทุเรียน มังคุด และเงาะ เนื่องจากเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตและแพร่กระจายของศัตรูพืชสำคัญหลายชนิด หากศัตรูพืชเข้าทำลายแปลงเพาะปลูกอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณรวมถึงคุณภาพของผลผลิตได้ โดยข้อควรปฏิบัติหลักในการเพาะปลูกพืชทุกชนิดคือ เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงการเตรียมแปลงปลูกที่สะอาดปลอดภัย มีการพรวนดินกำจัดศัตรูพืช คัดเลือกเมล็ดและต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีการเตรียมการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น การแช่เมล็ดในสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชก่อนปลูก การอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งเมื่อเพาะปลูกแล้วควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและควบคุมกำจัดศัตรูพืชได้อย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ มันสำปะหลัง ในปัจจุบันตลาดยังมีความต้องการผลผลิตในปริมาณมาก การเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลังไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ศัตรูพืชที่ควรเฝ้าระวังในฤดูแล้ง ได้แก่ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หากเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงต้นอ่อนยอดจะงอหงิกเป็นพุ่ม ลำต้นบิดเ
นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 จำนวน 83,679 แห่ง และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 588 แห่ง (ข้อมูล 31 ธ.ค. 2565) โดยแบ่งรูปแบบการดำเนินกิจการของวิสาหกิจชุมชนเป็น 2 ประเภท คือ วิสาหกิจชุมชนประเภทบุคคลธรรมดา และวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคล วิสาหกิจชุมชนที่ประกอบกิจการและมีรายได้ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร โดยแบ่งวิธีการเสียภาษีของวิสาหกิจชุมชนได้ดังนี้ วิสาหกิจชุมชนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ประกอบการในรูปของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ต้องยื่นคำขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่วิสาหกิจชุมชนมีภูมิลำเนาตั้งอยู่ โดยยื่นชำระภาษีเงินได้ ดังนี้ 1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ของปีภาษี และ 2) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี และในการยื่นแบบแสดงภาษี ต้
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระยะนี้ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะทำให้มีสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งทั่วประเทศ ซึ่งสภาพอากาศดังกล่าวทำให้ไรแดงสามารถเจริญเติบโตได้มาก โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบมันสำปะหลัง ทำให้หน้าใบเกิดจุดประด่างขาว โดยเฉพาะตามแนวเส้นใบ และขยายวงกว้างขึ้นจนกระทั่งใบมันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวซีด กระด้าง กรอบ หากมีการระบาดรุนแรงใบจะหลุดร่วงได้ ส่งผลต่อ การเจริญเติบโตและการสร้างหัวของมันสำปะหลัง กรมส่งเสริมการเกษตร จึงแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกำจัดไม่ให้ไรแดงเข้าทำลายแปลงเพาะปลูก ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตร โดยไรแดงที่พบว่าเข้าทำลายมันสำปะหลังมี 3 ชนิดสำคัญ ได้แก่ 1) ไรแดงหม่อน จะดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำลายใบแก่ หากแพร่กระจายจำนวนมากจะเคลื่อนย้ายไปยังส่วนยอดอ่อน สร้างเส้นใยปกคลุมใบและลำต้น จะสังเกตเห็นจุดประขาว ใบเหลืองซีด ใบลู่ลง เหี่ยวแห้ง และหากเข้าทำลายมันสำปะหลังอายุ 1 – 3 เดือนอาจทำให้ต้นแห้งตายได้ 2) ไรแดงชมพู่ มักดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณหน้าใบ ไม่สร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง เป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อการบริโภค โดยจัดให้มีบริการฝึกอาชีพ จุดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้ทรงพระราชทานไว้ มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้รับความไว้วางใจและมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดูแล และพัฒนากิจกรรมของศูนย์อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดขึ้นภายในศูนย์ฯ ปัจจุบันได้มีการขยายผลการพัฒนาเต็มพื้นที่เกษตรใน 4 อำเภอของจังหวัดระยอง ประกอบด้วย อำเภอปลวกแดง อำเภอบ้านค่าย อำเภอนิคมพัฒนา และอำเภอบ้านฉาง ซึ่งเกษตรกรที่ได้เข้ารับการเรียนรู้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร ส่งผลให้
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงความร่วมมือเยอรมัน – ไทย เพื่อพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ด้านจัดการกลุ่ม เครื่องจักรกล และวิเคราะห์ข้อมูล ให้เกษตรกรนำไปพัฒนาระบบเกษตรแปลงใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภา นายรพีทัศน์ อุ่นจิตต์พันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างเยอรมัน – ไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการทำเกษตรแปลงใหญ่อย่างยั่งยืนในประเทศไทย ก่อนจะสิ้นสุดโครงการในเดือนสิงหาคม 2566 นี้ว่า ภาพรวมของโครงการเมื่อช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี โดยโครงการจะเน้นเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมันให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านต่าง ๆ ให้กับเกษตรกรแปลงใหญ่นำร่องโครงการโดยตรง แต่ที่ผ่านมา มีความกังวลว่าองค์ความรู้ที่เกษตรกรได้รับจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญนั้น เกษตรกรจะสามารถนำไปใช้และวิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ จึงมีความคิดจะปรับกระบวนการทำงาน โดยใช้หลักของ TOT หรือ Training of Trainers Workshop เข้ามาดำเนินการ จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไป เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ท
กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อย สนับสนุนกลุ่มผู้ปลูกแตงโมในตำบลทับยายเชียง จังหวัดพิษณุโลก เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการปลูกแตงโมเป็นรูปหัวใจ ขายได้ลูกละกว่า 500 บาท สร้างรายได้ และปลดหนี้ให้เกษตรกรจำนวนมาก นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการสร้างรายได้เพิ่มแก่เกษตรกรด้วยการส่งเสริมการปลูกแตงโมในพื้นที่ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลกว่า แต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมทำเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อย ทำให้บางปีประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง เกิดโรคและแมลง และราคาตกต่ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดทุน มีรายได้ไม่เพียงพอ จึงเห็นว่าแตงโม น่าจะแก้ไขข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ เนื่องจากเป็นพืชใช้น้ำน้อย อายุสั้น สามารถปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังการทำนาปี และปลูกสลับกับพืชอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีตลาดรองรับ ได้ราคาดี และชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญ เพราะปลูกมานานกว่า 30 ปี เมื่อเปรียบเทียบรายได้และต้นทุนการผลิตกับการทำนาข้าว และไร่พืชอื่นๆ ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการปลูกแตงโม มีรายได้มากกว่า และเมื่อส
