กรมส่งเสริมการเกษตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีศูนย์ขยายพันธุ์พืชซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกองขยายพันธุ์พืช มีภารกิจหลักในการผลิตพืชพันธุ์ดี และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์พืช ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนางานด้านการเกษตร โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชมี 10 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ตรัง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน สุพรรณบุรี และจังหวัดอุดรธานี โดยตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับครัวเรือนเกษตรกรและชุมชน ยกระดับความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของเกษตรกรรมในพื้นที่ ปัจจุบันทั้ง 10 ศูนย์ มีพืชพันธุ์ดีที่เป็นอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ทั้งพันธุ์เศรษฐกิจและพันธุ์ท้องถิ่น โดยให้บริการในรูปแบบ 4 สายการผลิต ได้แก่ สายการผลิตต้นพันธุ์ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สำหรับพริกพันธุ์เดือยไก่ ถือเป็นพริกพันธุ์พื้นเมืองในพื้
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาวิชาการด้านการเรียน การสอน การวิจัย และส่งเสริมการเกษตร ในวันที่ 28 เมษายน 2566 นี้ เวลา 13.30 – 15.00 น. ณ ห้อง 701 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ความร่วมมือ ประกอบด้วย 1.พัฒนาทางวิชาการร่วมกันด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการส่งเสริมการเกษตร 2.การทำวิจัย และพัฒนาความร่วมมือกันในเรื่องที่จะใช้แก้ปัญหาทางการเกษตร พร้อมทั้งขยายผลโครงการวิจัยด้านการเกษตรที่มีศักยภาพสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่การเกษตรและ 3.พัฒนาบุคลากรทั้งสองฝ่าย และเกษตรกร โดยแบ่งปันทรัพยากรด้านการเรียน การสอน การวิจัย บุคลากร นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และข้อมูลด้านการส่งเสริมการเกษตรซึ่งกันและกัน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรทั้ง 2 หน่วยงาน จะขับเคลื่อนกิจกรรมไปด้วยกัน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเกษตรในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยร่วมกัน
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่มีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 ในพื้นที่ตำบลขามเฒ่าอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อร่วมกันผลิตและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 มีลักษณะพิเศษ เพราะต้องการอากาศหนาวเย็นเพื่อกระตุ้นการออกดอก ผลขนาดใหญ่ ประมาณ 32-36 ผลต่อกิโลกรัม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด เนื้อหนาประมาณ 0.98 เซนติเมตร ความหวานอยู่ระหว่าง 18 – 20 องศาบริกซ์ และเมื่อต้นลิ้นจี่มีอายุ 8 -10 ปี จะสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 65 – 180 กิโลกรัมต่อต้น สำหรับผลผลิตของลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 ในพื้นที่จังหวัดนครพนมปีนี้มีผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นมาและคาดการณ์ว่าผลผลิตจะยังมีจำหน่ายไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านขามเฒ่า และบ้านนาโดน ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม รวมจำนวน 2,698 ไร่ ถือเป็นพื้นที่หลักในการปลูก และลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 ถือ
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตกลงทำการซื้อขายกับบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) หรือ แม็คโคร โดยจะมีการรับซื้อพริกจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล และเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ การซื้อขายครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่เป็นอย่างมาก เนื่องจาก เกษตรกรสามารถเสนอราคาที่คิดจากต้นทุนการผลิต และค่าการบริหารจัดการที่เกิดขึ้น ทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าการขายแบบเดิมโดยผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยระยะแรกอาจจะมีการซื้อขายกันจำนวนไม่มากนัก เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ และปรับตัว จากนั้นเมื่อเกษตรกรเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ จะมีการรับซื้อเพิ่มขึ้น และจะรับซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ ด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 กลุ่มแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อยได้ทำการส่งพริกเข้าห้างแม็คโคร สาขาศรีสะเกษ เป็นครั้งแรก โดยเป็นพริกแดงจำนวน 40 กก. และพริกเขียวจำนวน 20 กก. นายรพีทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้มีการซื้อขายกับห้างแม็คโคร มีการตอบรับที่ดีเนื่องจากพริกที่ได้มีความสด ใหม่ มีคุณภาพ ได้รั
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมจัดงาน “เทศกาลลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 21- 30 เมษายน 2566 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สินค้าเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และช่วยระบายผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้านค้า และการประกวดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม หรือหอมลำเจียก เป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหอมหวาน มีลักษณะเด่น คือ หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง เมื่อแกะดูด้านในเปลือกจะมีสีแดง (ร่องชาด) ผลกลม รูปไข่หรือรูปหัวใจ เมล็ดยาว เปลือกมีหนามตั้งหรือหนามแหลมห่างเสมอกันทั้งผลและไม่เป็นกระจุก เน
กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือห้าง Makro ศรีสะเกษ รับซื้อพริกจากกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ คาดหลังสงกรานต์เริ่มต้นซื้อขายได้ ด้านเกษตรกรผู้ปลูกพริกคาดได้กำไรเพิ่ม หลังห้างฯ เปิดโอกาสให้กำหนดราคาขายได้เอง มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังนำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรอำเภอ และบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) หรือ Makro ลงพื้นที่เกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล และเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจกับเกษตรกรเกี่ยวกับขั้นตอนการซื้อขายพริกและผลผลิตทางการเกษตรกับ Makro ว่า การทำการค้ากับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade อย่าง Makro นั้นต้องมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ดังนั้นจึงต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรผู้ปลูกพริกโดยตรง เพื่อให้เข้าใจกระบวนการรับซื้อ และวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้รับซื้อ ในเบื้องต้นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริก มีความสนใจที่จะซื้อขายกับ Makro โดยจะเริ่มจากการขายผลผลิตผ่าน Makro สาขาศรีส
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรแปลงใหญ่ ของสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในวันรณรงค์และสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความมั่นใจเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอน ณ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี นายเทพ เทพสถิตย์ ผู้อำนวยการ โครงการผลิตวัตถุดิบ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด เปิดเผยว่า CPP และสวนสมบูรณ์ ให้การสนับสนุน “โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซี.พี. พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี สีสวย ยืนต้นดี สีได้เนื้อ และ ปุ๋ย ‘ซี.พี.หมอดิน’ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เร่งราก ขยายต้น เพิ่มผลผลิต พ
กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งเป้า ปี 66 และ ปี 67 ลดพื้นที่นาปรังให้ได้เกิน 10,000 ไร่ จัดเต็มแคมเปญพิเศษให้เกษตรกรมากกว่า 22 จังหวัด ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเสริมสร้างรายได้ ปี 66 และ ปี 67 ได้สิทธิพิศษเต็มๆ ทั้งจัดเวทีเสริมความรู้ ติดตามดูแล และเชื่อมโยงตลาด สมัครด่วน หมดเขต พ.ค.นี้ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสภาพภูมิอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติ หรือฝนตกไม่ตกต้องตามฤดูกาลเป็นระยะเวลานานกว่าปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตข้าว อีกทั้งในช่วงฤดูแล้งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆมักจะมีปริมาณจำกัด และสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศไทยยังมีความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน มีปริมาณผลผลิตเกินความต้องการใช้อยู่ประมาณ 2.25 ล้านตันข้าวเปลือก หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 3.48 ล้านไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” บริหารจัดการผลผลิต ให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อราคาข้าว “ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ จึงมีนโ
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าโครงการพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น ชูผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสินค้าอัตลักษณ์ หลังตลาดต้องการสินค้าจำนวนมา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตร อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรว่า เพื่อเป็นต้นแบบ และฐานข้อมูลปัจจุบันที่เกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถสืบค้นแต่ละพื้นที่ได้ง่าย ตามโครงการพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีเป้าหมายในการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรในตัวเกษตรกรหรือชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปีละ 6 จุด รวมจำนวน 18 จุด เพื่อร่วมวางแผนพัฒนาจากในพื้นที่ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องสู่ความต่อเนื่องและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี 2566 นี้ ภูมิปัญญาผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย หรือ ฝ้ายหอม
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศัตรูพืชในฤดูแล้งของพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่เกษตรกรควรเฝ้าระวัง ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ทุเรียน มังคุด และเงาะ เนื่องจากเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตและแพร่กระจายของศัตรูพืชสำคัญหลายชนิด หากศัตรูพืชเข้าทำลายแปลงเพาะปลูกอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณรวมถึงคุณภาพของผลผลิตได้ โดยข้อควรปฏิบัติหลักในการเพาะปลูกพืชทุกชนิดคือ เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงการเตรียมแปลงปลูกที่สะอาดปลอดภัย มีการพรวนดินกำจัดศัตรูพืช คัดเลือกเมล็ดและต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีการเตรียมการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น การแช่เมล็ดในสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชก่อนปลูก การอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งเมื่อเพาะปลูกแล้วควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและควบคุมกำจัดศัตรูพืชได้อย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ มันสำปะหลัง ในปัจจุบันตลาดยังมีความต้องการผลผลิตในปริมาณมาก การเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลังไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ศัตรูพืชที่ควรเฝ้าระวังในฤดูแล้ง ได้แก่ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หากเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงต้นอ่อนยอดจะงอหงิกเป็นพุ่ม ลำต้นบิดเ
