กรมส่งเสริมการเกษตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในแต่ละปีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้มีการประกวดผลงานของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่น และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น ควรแก่การเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์รายอื่นได้พัฒนาอาชีพและการทำงานตาม โดยเกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร ผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทุกปี สำหรับปี พ.ศ. 2566 จะตรงกับวันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแสดงความยินดีเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ. 2566 ทุกท่าน ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้ดำเนินการคัดเลือก จำนวน 8 สาขา ซึ่งมีผลงานดีเด่น ดังนี้ นายจักรินทร์ โพธิ์พรม เกษตรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ. 2566 จังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนจากอาชีพรับจ้างในกรุงเทพ มาทำสวนกล้วยหอมทอง โดยใช้เทคโนโลยี จนได้ผลผลิ
นายวินัย ลักษณะวิลาศ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการปลูกหลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็จัดว่าเป็นหนึ่งในพืชที่ใช้น้ำน้อยที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากเป็นพืชที่มีความเสี่ยงน้อย มีระยะการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 120 วัน และเหมาะแก่การปลูกในฤดูแล้ง ที่ผ่านมาเกษตรอำเภอกบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูก การบำรุงดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การผสมปุ๋ยใช้เอง การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ การแนะนำชนิดของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การบริหารจัดการน้ำเพื่อให้ได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สมบูรณ์ และมีคุณภาพ การจัดทำบัญชีครัวเรือน การบริหารจัดการกลุ่ม และการเชื่อมโยงตลาด ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษต
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ และพระราชทานชื่อโครงการฯ ว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งแปลว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” ตามพระบรมราโชบายที่จะให้อนุรักษ์ป่าและช้าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนกับช้างอย่างมีความสุข และทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2542 เกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่า ความว่า “ ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอการปฏิบัติคือ ให้ไปสร้างอาหารช้างในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างป่าออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า…” โดยมีมูลนิธิพัชรสุธา คชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานโครงการ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทั้งการอนุรักษ์แ
นายประหยัด ไชยสิงห์ เกษตรอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยเกษตรอำเภอบางกรวย และเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าช่วยในการบริหารจัดการสวน ประกอบด้วย 1.เครื่องวัดค่าน้ำเค็ม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสวนมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อต้นทุเรียนได้ โดยเกษตรกรได้ตอบรับต่อเครื่องวัดค่าน้ำเค็มเป็นอย่างดี เพราะสมาชิก และอาสาสมัครเกษตร มีการส่งค่าวัดในแต่ละวันเข้าไลน์กลุ่ม ทำให้สมาชิกได้รับรู้ระดับความเค็มของน้ำในช่วงนั้น เพื่อวางแผนบริหารจัดการนำน้ำเข้าสวนได้อย่างถูกต้อง แตกต่างจากสมัยก่อนที่นิยมเปิดน้ำเข้าสวนโดยตรง ทำให้ต้นทุเรียนได้รับความเค็มเกินค่ามาตรฐาน กระทบต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน และพืชอื่นๆ จำนวนมาก 2.การให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ และตั้งเวลาเปิด ปิด ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึง ลดเวลา และการใช้แรงงานคน ปัจจุบันชาวสวนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การให้น้ำแ
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ 4 หน่วยงาน พัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” เพื่อใช้ติดตามความเสี่ยงและความเสียหายของแปลงเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยนำข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้ง มาวิเคราะห์ร่วมและแสดงผล เพื่อให้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง โดยหน่วยงานที่ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ภายใต้ทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคการเกษตรของไทยประสบปัญหาจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอาศัยข้อมูลปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก และเจ้าหน้าที่ต้องสำรวจ ตรวจสอบ ยืนยันความเสียหายของแปลงเกษตร ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ขาดข้อมูลเชิงประจักษ์และเทคโนโลยีที่สามารถช่วยตรวจสอบในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ จึงเกิดการพัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” ขึ้นเ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีศูนย์ขยายพันธุ์พืชซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกองขยายพันธุ์พืช มีภารกิจหลักในการผลิตพืชพันธุ์ดี และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์พืช ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนางานด้านการเกษตร โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชมี 10 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ตรัง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน สุพรรณบุรี และจังหวัดอุดรธานี โดยตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับครัวเรือนเกษตรกรและชุมชน ยกระดับความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของเกษตรกรรมในพื้นที่ ปัจจุบันทั้ง 10 ศูนย์ มีพืชพันธุ์ดีที่เป็นอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ทั้งพันธุ์เศรษฐกิจและพันธุ์ท้องถิ่น โดยให้บริการในรูปแบบ 4 สายการผลิต ได้แก่ สายการผลิตต้นพันธุ์ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สำหรับพริกพันธุ์เดือยไก่ ถือเป็นพริกพันธุ์พื้นเมืองในพื้
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาวิชาการด้านการเรียน การสอน การวิจัย และส่งเสริมการเกษตร ในวันที่ 28 เมษายน 2566 นี้ เวลา 13.30 – 15.00 น. ณ ห้อง 701 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ความร่วมมือ ประกอบด้วย 1.พัฒนาทางวิชาการร่วมกันด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการส่งเสริมการเกษตร 2.การทำวิจัย และพัฒนาความร่วมมือกันในเรื่องที่จะใช้แก้ปัญหาทางการเกษตร พร้อมทั้งขยายผลโครงการวิจัยด้านการเกษตรที่มีศักยภาพสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่การเกษตรและ 3.พัฒนาบุคลากรทั้งสองฝ่าย และเกษตรกร โดยแบ่งปันทรัพยากรด้านการเรียน การสอน การวิจัย บุคลากร นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และข้อมูลด้านการส่งเสริมการเกษตรซึ่งกันและกัน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรทั้ง 2 หน่วยงาน จะขับเคลื่อนกิจกรรมไปด้วยกัน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเกษตรในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยร่วมกัน
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่มีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 ในพื้นที่ตำบลขามเฒ่าอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อร่วมกันผลิตและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 มีลักษณะพิเศษ เพราะต้องการอากาศหนาวเย็นเพื่อกระตุ้นการออกดอก ผลขนาดใหญ่ ประมาณ 32-36 ผลต่อกิโลกรัม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด เนื้อหนาประมาณ 0.98 เซนติเมตร ความหวานอยู่ระหว่าง 18 – 20 องศาบริกซ์ และเมื่อต้นลิ้นจี่มีอายุ 8 -10 ปี จะสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 65 – 180 กิโลกรัมต่อต้น สำหรับผลผลิตของลิ้นจี่พันธุ์นพ.1 ในพื้นที่จังหวัดนครพนมปีนี้มีผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นมาและคาดการณ์ว่าผลผลิตจะยังมีจำหน่ายไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านขามเฒ่า และบ้านนาโดน ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม รวมจำนวน 2,698 ไร่ ถือเป็นพื้นที่หลักในการปลูก และลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 ถือ
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตกลงทำการซื้อขายกับบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) หรือ แม็คโคร โดยจะมีการรับซื้อพริกจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านบัวหุ่ง อำเภอราษีไศล และเกษตรกรแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ การซื้อขายครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่เป็นอย่างมาก เนื่องจาก เกษตรกรสามารถเสนอราคาที่คิดจากต้นทุนการผลิต และค่าการบริหารจัดการที่เกิดขึ้น ทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าการขายแบบเดิมโดยผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยระยะแรกอาจจะมีการซื้อขายกันจำนวนไม่มากนัก เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ และปรับตัว จากนั้นเมื่อเกษตรกรเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ จะมีการรับซื้อเพิ่มขึ้น และจะรับซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ ด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 กลุ่มแปลงใหญ่พริกบ้านเมืองน้อยได้ทำการส่งพริกเข้าห้างแม็คโคร สาขาศรีสะเกษ เป็นครั้งแรก โดยเป็นพริกแดงจำนวน 40 กก. และพริกเขียวจำนวน 20 กก. นายรพีทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้มีการซื้อขายกับห้างแม็คโคร มีการตอบรับที่ดีเนื่องจากพริกที่ได้มีความสด ใหม่ มีคุณภาพ ได้รั
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมจัดงาน “เทศกาลลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 21- 30 เมษายน 2566 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สินค้าเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และช่วยระบายผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้านค้า และการประกวดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม หรือหอมลำเจียก เป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหอมหวาน มีลักษณะเด่น คือ หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง เมื่อแกะดูด้านในเปลือกจะมีสีแดง (ร่องชาด) ผลกลม รูปไข่หรือรูปหัวใจ เมล็ดยาว เปลือกมีหนามตั้งหรือหนามแหลมห่างเสมอกันทั้งผลและไม่เป็นกระจุก เน
