กรมส่งเสริมการเกษตร
เมื่อสวนมะพร้าวประสบภาวะน้ำท่วม การฟื้นฟูอย่างเป็นระบบถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้ต้นกลับมาให้ผลผลิตที่สมบูรณ์ได้ตามเดิม กรมส่งเสริมการเกษตรได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติที่ครอบคลุม 5 ด้าน ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้เพื่อกู้ชีพสวนได้ทันที 1️⃣ การจัดการพื้นที่ การระบายน้ำที่ขังออกจากพื้นที่ปลูกมะพร้าวเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด 2️⃣ การปรับปรุงดินและบำรุงดิน หลังน้ำท่วม ดินอาจขาดความสมบูรณ์และมีปัญหาเรื่องความเป็นกรด-ด่าง การปรับปรุงดินจะช่วยให้ต้นมะพร้าวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 3️⃣ การบำรุงต้นและการใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยควรทำอย่างต่อเนื่องตามระยะการเจริญเติบโต เพื่อให้ต้นมะพร้าวได้รับธาตุอาหารที่เหมาะสม 4️⃣ การป้องกันกำจัดศัตรูพืช หลังน้ำท่วม ความชื้นและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคและแมลงได้ 5️⃣ การให้น้ำ เมื่อจัดการฟื้นฟูส่วนต่างๆ เสร็จแล้ว การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ต้นมะพร้าวกลับมาเจริญเติบโตได้ดี หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ใกล้บ้านท่าน ที่มา กรมส่งเสริมการเกษตร
จากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบในหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนเกิดความเสียหายในพื้นที่การเกษตรกระจายตัวทั้ง ข้าว พืชผัก พืชไร่ โดยเฉพาะไม้ผลและไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ภาคใต้ที่ต้องเตรียมแผนป้องกัน และฟื้นฟูหลังน้ำลด นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เพื่อรับมือและเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติดังกล่าวแล้ว โดยเน้นการฟื้นฟูสภาพดินและสร้างความแกร่งของพืชให้ทนทาน ฟื้นตัว และปรับตัวได้ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วนและสำรวจ โดยให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบสอบทานกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป ระยะที่ 2 ฟื้นฟูดูแลรักษาพืช โดย
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโซลูชันเกษตรอัจฉริยะ มุ่งยกระดับภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว ณ บริษัท เจียไต๋ จำกัด นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือกับ “เจียไต๋” ครั้งนี้ เน้นย้ำการพัฒนาเพื่อพัฒนาวิชาการเกษตรและยกระดับกระบวนการผลิตของเกษตรกรไทยให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ให้การผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร และเป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร เพื่อยกระดับทักษะทั้ง Reskill และ Upskill ของเกษตรกรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานองค์ความรู้ด้านพืชศาสตร์นวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการแปลงปลูกแบบแม่นยำเพื่อช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโซลูชันเกษตรอัจฉริยะ มุ่งยกระดับภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว ณ บริษัท เจียไต๋ จำกัด นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือกับ “เจียไต๋” ครั้งนี้ เน้นย้ำการพัฒนาเพื่อพัฒนาวิชาการเกษตรและยกระดับกระบวนการผลิตของเกษตรกรไทยให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ให้การผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร และเป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร เพื่อยกระดับทักษะทั้ง Reskill และ Upskill ของเกษตรกรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานองค์ความรู้ด้านพืชศาสตร์นวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการแปลงปลูกแบบแม่นยำเพื่อช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ผู้ริเริ่มโครงการฯ กล่าวว่า ตลอด 26 ปี มูลนิธิฯ มุ่งมั่น “สร้างคน” โดยน้อมนำหลัก เศรษฐกิจพอเพียง และ เกษตรทฤษฎีใหม่ มาเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาสังคมและชุมชน โครงการคัดเลือกเกษตรกรฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สะท้อนพลังของคนทำเกษตรที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยปีนี้เน้นค้นหาเกษตรกรที่นำเทคโนโลยีผสานภูมิปัญญา เพื่อสร้างระบบเกษตรสีเขียว ที่เป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างสมดุลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง คุณนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในการพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ สร้างคุณค่าให้ชุมชน รวมถึงยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ โดยเฉพาะในปี 2568 โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ฟาร์มแห่งอนาคต เกษตรกรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสีเขียว” สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของเกษตรกรไทยในยุคที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสภาพอากาศ
กรมส่งเสริมการเกษตรเผยผลความคืบหน้าการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐ โดยผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 พบว่ามีพัฒนาการเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินงานลดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศปี 2568 ส่งสัญญาณบวกทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่เกษตรลดลง 12.70% เมื่อเทียบกับปี 2566 ตัวอย่างเช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงมีนาคม 2566–2567 ลดลงสูงถึง 27% สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของมาตรการลดการเผาอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนและส่งเสริมการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เช่น การไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ การทำปุ๋ยหมัก–ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ฟางเลี้ยงสัตว์ และการสร้างรายได้จากการจำหน่ายเศษวัสดุชีวมวล เป็นต้น ทำให้สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทา
กล้วยเป็นพืชที่ชาวสวนนิยมปลูกกันมากพบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทั้งปลูกตามหัวไร่ปลายนา และการปลูกในรูปแบบแปลงเพื่อจำหน่ายเป็นการค้า โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าเป็นพืชที่ปลูกกันเกือบทุกบ้านและที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูกกล้วย ปรับตัวรับความเสี่ยง ข้อมูลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกกล้วยน้ำว้า ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี พบว่าเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกกล้วยน้ำว้า 25,728 บาท/ไร่/ปี มีต้นทุนการผลิตกล้วยน้ำว้า 20,184 บาท/ไร่/ปี รายได้สุทธิ 5,544 บาท/ไร่/ปี ข้อมูลราคาเฉลี่ยสินค้าเกษตรกล้วยน้ำว้าของกระทรวงพาณิชย์ ย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2563 – 2567) ที่พบว่า ราคากล้วยน้ำว้าจะสูงในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และจะลดลงในช่วงปลายปีจนราคาตกต่ำในช่วงแล้งปีถัดไป แม้ว่ากล้วยน้ำว้าจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย แต่เนื่องจากการลงทุนปลูกกล้วยน้ำว้า มีจุดคุ้มทุนค่อนข้างยาว ประมาณ 5 – 6 ปี ดังนั้นเกษตรกรควรศึกษาและวางแผนการลงทุน แผนการผลิต แผนการเงิน แผนการตลาด อย่างรอบคอบ รวมถึงการปลูกกล้วยน้ำว้าให้เป็นพืชพี่เลี้ยงหรือพืชร่วมเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง สายพันธุ์กล้วยยอดนิยม ปัจจุบัน ใน
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้า 11+ Quick Win ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยนวัตกรรม ชวนเกษตรกรและผู้ประกอบการร่วมขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร “Agri Service Provider (ASP)” เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านเครื่องจักรกล เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร ตอบโจทย์แนวโน้ม เศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โอกาสของภาคเกษตรไทยในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคเกษตรแม่นยำ ทำให้บริการทางการเกษตรสมัยใหม่ เช่น การใช้เครื่องจักรกล โดรนเพื่อการเกษตร หรือระบบอัตโนมัติ มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้พัฒนาระบบ Agri Service Provider (ASP) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจเกษตรรูปแบบใหม่ ให้เกษตรกรเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ให้บริการ” ด้านเทคโนโลยีเกษตร เป็นการสร้างอาชีพใหม่ เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน และเชื่อมโยงกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ปัจจุบันระบบผู้ให้บริการทางการเกษตรมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 900 รายทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นก้
ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและตลาดโภชนเภสัช (Nutraceuticals) ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และคาดว่าภายในปี 2025 จะมีมูลค่ากว่า 3.4 ล้านล้านบาท รวมถึงภายในกลางทศวรรษ 2030 อาจสูงถึง 4.9–5.3 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่มองหาอาหารที่ไม่เพียงอิ่มท้อง แต่ช่วยดูแลสุขภาพด้วยคนรุ่นใหม่ไม่ได้รอให้ป่วยแล้วค่อยหายา แต่เลือกดูแลสุขภาพล่วงหน้าและเสริมภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ยังไม่ป่วย เช่น เสริมโปรตีน เสริมสมรรถภาพกล้ามเนื้อ สุขภาพทางเดินอาหาร เป็นต้น นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดโลกเหล่านี้ถือเป็นโอกาสทองของเกษตรไทย เมื่อรวมกับความได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติและภูมิศาสตร์ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ศูนย์กลางด้านเกษตรและอาหารของโลก ทั้งในด้านการผลิตพืชเฉพาะทาง การแปรรูปสินค้าพรีเมียม และการส่งออกสินค้าเกษตรเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากพืชและธรรมชาติ Plant-Based & Organic ข้อมูลจาก Euromonitor International ชี้ว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของประเทศไทยในปี 2569 คาดว่ามูลค่าจะแตะ 239,000 ล้านบาท โดยรวมช่วงปี 2565-2570 เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในระดับโลกข้อมูลจาก Grand View Research
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือ เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดงานสัมมนา “Agri-Next พลิกโฉมเกษตรกรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง” ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00-16.30 น. ณ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ กรุงเทพฯ พร้อมผลักดันโครงการเทคโนโลยี-การสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมขยายผลสู่สาธารณะ ตั้งแต่ช่วงเช้า ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก มีทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ กลุ่ม Young Smart Farmer ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูป ตลอดจนเหล่าสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีเกษตรมาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และจับคู่เจรจาทางธุรกิจ ด้านบูธนิทรรศการและกิจกรรมก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีทั้งบูธสาธิตการใช้ระบบ IoT ควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยแบบอัตโนมัติ, บูธจำหน่ายโกโก้ไทยพรีเมียม, ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจากหลายจังหวัด รวมถึงโซนให้คำปรึกษาจากกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อช่วยวางแผนการผลิตเชิงพาณิชย์ นายมาทิตย์ พัฒนารุ่งกิจ เกษตรกรจากจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ทราบข่าวการจัดงานจากเพจเทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งติดตามมาโดยตลอด จึงตั้งใจเดินทางจากจังหวัดตากเพื่อมาร่วมงานโดยเฉพาะ ในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
