กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยหยุดวงจรโรคใบด่างมันสำปะหลังได้แล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม ระยอง ศรีสะเกษ สำหรับสถานการณ์ของโรคใบด่างมันสำปะหลัง พบว่า ข้อมูล ณ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ยังคงเหลือพื้นที่ระบาด จำนวน 55,560.94 ไร่ ใน 11 จังหวัด และส่วนใหญ่สามารถควบคุมพื้นที่การระบาดได้ สำหรับพื้นที่ระบาด คิดเป็น ร้อยละ 0.66 ของพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งประเทศ 8.43 ล้านไร่ และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินงานโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทยแล้ว นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยภายหลังการเปิดงานรณรงค์ (Kick Off) เพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ณ ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีมาตรการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง อย่างต่อเนื่อง ทั้งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนการขับเคลื่อนการปราบใบด่างมันสำปะหลัง ได้ วางไว้ 4 แนวทาง สำรวจ ชี้เป้า
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ปี 2563 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ลักษณะอากาศประเทศไทยจะเผชิญกับฝนแล้งตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน 2563 โดยปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 3-5% ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรและประชาชนเตรียมการรับมือ และใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยขอให้พี่น้องเกษตรกรปรับตัวตระหนักถึงเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ปลูกพืชฤดูแล้งเกินแผนที่กำหนด พร้อมดูแลรักษาความชื้นในแปลงปลูกพืช สร้างแหล่งน้ำในไร่นา หรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเกษตร โดยใช้แนวทางตามศาสตร์พระราชาเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เป็นต้น โดยเฉพาะขณะนี้สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยทั่วไปร้อนและแห้งแล้ง กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้สำรวจและประเมินเบื้องต้น คาดว่าพื้นที่ไม้ผลเสี่ยงนอกเขตชลประทานมี 30 จังหวัด 207 อำเภอ 1,068 ตำบล พื้นที่รวมทั้งสิ้น 374,978 ไร่ ซึ่งตรงกับฤดูกาลของผลไม้ภาคตะวันออกและภาคเหนือ คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลิ้นจี่ ลำไย หากไม้ผลได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตมีข
ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดินฟ้าอากาศรวมทั้งเรื่องน้ำ ระบุว่า ปีนี้ไทยจะประสบภัยแล้งมากที่สุดในรอบ 40 ปี…บ้านเรา ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ หากน้ำไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ในฐานะที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรทุกตำบล หมู่บ้าน กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีแนวทางแก้ไขภัยแล้งที่น่าสนใจไม่น้อย คุณทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มาบอกเล่าสถานการณ์ รวมทั้งแนะนำการผลิตสินค้าเกษตรในช่วงฤดูแล้งนี้ ลองติดตามดูค่ะ ………………………………………… น้ำน้อย พื้นที่นาปรังลด จาก 13 ล้านไร่ เหลือ 4.7 ล้านไร่ สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ ปริมาณน้ำมีน้อย น้ำต้นทุนมีน้อย โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อน ซึ่งมีน้อยเพราะเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ไม่เพียงพอ มีการวางแผนในลักษณะที่จะต้องใช้น้ำประหยัด ใช้น้ำอย่างมีคุณค่า อย่างมีคุณภาพมากที่สุด ได้กำหนดเป้าหมายว่าในการส่งเสริมปลูกพืชที่ต้องใช้น้ำเยอะๆ ต้องลดลง โดยเฉพาะเรื่องการทำนารอบที่ 2 หรือการทำนาปรัง เพราะการทำนาปรังของประเทศไทยโดยป
“คุณหมู” หรือ คุณกรวิชญ์ มาระเสนา อดีตวิศวกรโยธา ที่ตัดสินใจลาออกแล้วเบนเข็มสู่อาชีพเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว โดยมุ่งทำสวนเกษตรผสมผสานตามศาสตร์พระราชา นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการตลาดมาใช้ผลิตและจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อไร่ สร้างวิถีชีวิตแห่งความสุข บนเส้นทางอาชีพเกษตรกร เดิมทีครอบครัวคุณหมูทำธุรกิจเกษตรและประมง พ่อแม่ตั้งใจส่งเสริมให้คุณหมูเรียนจบสูงๆ เพราะไม่ได้อยากให้มาทำอาชีพเกษตรกรรม หลังคุณหมูเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ก็ทำงานประจำในตำแหน่งวิศวกรโยธา ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เมื่อ 10 ปีก่อน คุณหมูจึงตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด เพื่อจะได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ในระยะแรก คุณหมูไม่มีพื้นฐานด้านงานเกษตร ก็พยายามเรียนรู้ข้อมูลด้านการผลิต-การตลาด จากหนังสือด้านเกษตรและข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากกระแสนิยมบริโภคผักอินทรีย์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณหมูจึงสนใจเรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ให้ผลตอบแทนสูง คุณหมูเป็นแกนนำรว
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ด้วยฤดูแล้งปีการผลิต 2562/63 เป็นปีที่มีน้ำน้อย แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งตามศักยภาพน้ำ จำนวน 7.21 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 52 ของปีที่ผ่านมา (จำนวน 13.95 ล้านไร่) ส่งผลให้หลายพื้นที่ไม่ได้เพาะปลูกพืช และทำให้เกษตรกรขาดรายได้ในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับบางพื้นที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงการเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่พืชสวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้แก่พืชได้ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอเร่งดำเนินการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทุกด้าน และกำหนด 8 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในสถานการณ์ฤดูแล้ง ปี 2562/63 ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกพื้นที่พืชสวน 9 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ราชบุรี และฉะเชิงเทรา ดำเนินการช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. 2563 โดยสำรวจพื้นที่เสี่ยง แจ้งเตือนข่าวสาร สถานการณ์แล้ง การขาดแคลนน้ำ เยี่ยมเยียน ติดตามให้คำแนะนำทางวิชาการในการดูแลรักษาสวน การให้น้ำ ลดการใช้ปุ๋ย เพื่อป้องกันความเค็มสร้างความเสียหายแก่พืช
จากวิสัยทัศน์กรมส่งเสริมการเกษตร “เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมและมีรายได้ที่มั่นคง” คณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตถั่วลิสงบ้านป่านเทคโน หมู่ที่ 17 ตำบลดงสิงห์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าเยี่ยมคารวะ ท่านเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ท่านเน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มี อย. วันเดือนปีหมดอายุ โดยเฉพาะนโยบาย “การตลาดนำการเกษตร” การสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรในระดับฐานรากด้วยการส่งเสริมการผลิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอจังหาร ประทับใจเป็นอย่างยิ่งและพร้อมนำไปปฏิบัติ เพื่อองค์กรเกษตรกรที่ทำงานกับกรมส่งเสริมการเกษตรมานานแสนนาน คุณประยงค์ ดินทราย เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอจังหาร เดินหน้าพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่านเทคโน หมู่ที่ 17 ตำบลดงสิงห์ มี คุณประมวล พลพุทธา ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปถั่วลิสงฯ พร้อมคณะกรรมการฯ คุณพิสมัย ศรีบุญโรจน์ รองประธาน คุณสงบ มนตรีชน เหรัญญ
กรมส่งเสริมการเกษตร จัด Kick Off รณรงค์ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ดึงชุมชนมีส่วนร่วมสร้างจิตสำนึก และนำวัสดุเหลือใช้ไปทำประโยชน์ หวังลดฝุ่นพิษ PM 2.5 เข้าชุมชนเมือง วันที่ 28 มกราคม นี้ ณ ศพก.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาการเผาในที่โล่งทั้งในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าได้ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเกิดฝุ่นมลพิษ หรือ PM 2.5 ในเขตชุมชนเมืองและอีกหลายพื้นที่รอบปริมณฑล ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาในไร่นาทั้งตอซังฟางข้าว ใบข้าวโพด และใบอ้อย กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดจัดงาน “รณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร” หรือ Kick Off จุดแรก วันที่ 28 มกราคม 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) บ้านแหลมบัว หมู่ที่ 8 ตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และเร่งสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรรับทราบ โดยรณรงค์เพื่อส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตรขยายผลเพิ่มอีก 42 จังหวัด รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และจิตสำนึกของ
ในระยะนี้เป็นช่วงที่มะม่วงเริ่มออกดอก กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังเพลี้ยจักจั่น ซึ่งระยะที่ทำความเสียหายมากที่สุด คือ ระยะที่มะม่วงกำลังออกดอกโดยดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอกทำให้แห้งและดอกร่วง ติดผลน้อยหรือไม่ติดเลย ระหว่างที่เพลี้ยจักจั่นดูดกินน้ำเลี้ยงจะถ่ายมูลมีลักษณะเป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบ ช่อดอก ผล และรอบๆ ทรงพุ่ม ทำให้ใบมะม่วงเปียก ต่อมาจะเกิดราดำปกคลุม ถ้าเกิดมีราดำปกคลุมมาก มีผลต่อการสังเคราะห์แสงของมะม่วงได้ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขอแนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วง โดยช่วงที่มะม่วงกำลังออกดอก ให้หมั่นสำรวจสวนมะม่วงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หากพบแมลงขนาดเล็กคล้ายจักจั่น กระโดดไป-มา เวลาเดินเข้าใกล้ต้นมะม่วง หรือพบน้ำเหนียวๆ คล้ายน้ำหวานติดตามใบ ช่อดอก ผล และมีราดำขึ้นปกคลุม สามารถจัดการเบื้องต้น โดยในระยะที่ดอกมะม่วงกำลังบาน การฉีดพ่นน้ำเปล่าในตอนเช้าจะช่วยให้การติดมะม่วงดีขึ้น และยังช่วยลดปัญหาช่อดอกและใบดำจากราดำด้วย ใช้กับดักแสงไฟดัก จับตัวเต็มวัยเพลี้ยจักจั่นมะม่วงที่บินมาเล่นไฟ เพื่อช่วยลดความเสียหาย นอกจากนี้ เกษตรกรค
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จขนุนแปลงใหญ่ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรโดยยึดหลักตลาดนำการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งออกจีน และยุโรป สร้างรายได้แก่ชุมชน เตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขนุนหนองเหียง นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) เปิดเผยว่า อำเภอพนัสนิคม มีเกษตรกรผู้ปลูกขนุนในพื้นที่เกือบทุกตำบล และปลูกมากในพื้นที่ตำบลหนองเหียง โดยปลูกอย่างจริงจังเป็นอาชีพสามารถส่งจำหน่ายเป็นรายได้หลักและรายได้เสริมเป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นขนุนคุณภาพ ตั้งแต่ขนาด ปริมาณ เนื้อผิว และรสชาติ เป็นที่ยอมรับของตลาด เกษตรกรมีการจัดการด้านการตลาดอย่างเด่นชัด ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนผลอ่อนขนาดเล็กที่ไม่ได้คุณภาพจะนำมาแปรรูป โดยผลสุกได้นำมาแปรรูป อาทิ ขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง แยมขนุน เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก “สสก.3 จังหวัดระยอง
“มะละกอ ผลไม้เมืองร้อน ลูกโต วัตถุดิบหลักในการทำส้มตำ อาหารยอดนิยมของคนไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่เสื่อมคลาย หาใช่เพียงรสชาติที่แซ่บถึงอกถึงใจเท่านั้น ส้มตำถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเมนูหนึ่งที่ให้ไขมันและพลังงานต่ำ แต่มีใยอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากวัตถุดิบหลัก เช่น มะละกอ หากแต่ต้องปรุงรสชาติให้พอเหมาะพอควร ประเทศไทย มีพื้นที่เพาะปลูกมะละกอ ประมาณ 50,000-70,000 ไร่ มีผลผลิตประมาณ 1.3-2 แสนตัน โดยผลผลิตที่ส่งออกมีปริมาณ 4,000 ตัน ต่อปี ดังนั้น ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคในประเทศ พันธุ์มะละกอที่ผู้ประกอบการรู้จักมากที่สุด คือ พันธุ์ดำเนิน รองลงมาคือ แขกดำ แขกนวล และมะละกอศรีสะเกษ ส่วนพันธุ์ที่ซื้อมากที่สุด ร้อยละ 96.09 คือ ดำเนิน เนื่องจากพันธุ์ดำเนินมีความกรอบ เนื้อแน่น เนื้อเยอะและเมล็ดน้อย แต่ถ้าเทียบเรื่องความกรอบ พันธุ์ครั่ง ก็ไม่แพ้เช่นกัน” มะละกอพันธุ์ครั่ง มะละกอพันธุ์ครั่ง เริ่มจากได้มีการนำพันธุ์จาก บ้านคุยเชือก ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม นำมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ที่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การควบคุมของกรมส่งเสริมการเกษตร (ชื่อเดิม ศูน
