กรมส่งเสริมการเกษตร
เริ่มแล้วสำหรับการประชุมยุวเกษตรกร ระหว่างประเทศ The 3rd Asia 4-H network conference เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 8 ประเทศ ระหว่าง วันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2562 ภายใต้ธีมงาน “Great Bonding of Youth Power สัมพันธภาพที่ยิ่งใหญ่ของพลังเยาวชน” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนายุวเกษตรกรของประเทศต่างๆ และนำเสนอการพัฒนายวุเกษตรกรของประเทศไทย นายวราวุธ ชูธรรมธัช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังจากการเปิดงานว่า ได้รับมอบหมายจาก ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเป็นประธานพิธีเปิดงานในวันนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศ Asia 4-H Network Conference นับเป็นครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้น เพื่อให้เครือข่ายยุวเกษตรกรในภูมิภาคเอเชีย ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ซึ่ง Asia 4-H network เป็นเครือข่ายยุวเกษตรกรระดับภูมิภาคเอเชีย ทำหน้าที่ในการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในภูมิภาคเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นผู้นำ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา ใช้หลักการ 4-H ได้แก่ Head,
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาสร้างความเข้าใจโครงการและพัฒนาความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ หลักสูตร “การปฏิบัติงานโครงการไม้ผลและวิชาการพัฒนาคุณภาพไม้ผลครบวงจร” พร้อมมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพไม้ผลภาคตะวันออกให้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก รวม 70 คน ณ โรงแรมเพลย์ พลา บีช ระยอง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นเพิ่มทักษะให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความสามารถในด้านการพัฒนาคุณภาพผลไม้เศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างครบวงจร และสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการดำเนินงาน 3 โครงการ คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ไม้ผล) โดยพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลให้มีความรู้ ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ตามความต้องการของตลาด ตลอดจนบริหารจัดการผลไม้อย่างเป็นระบบสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ผลไม้ และคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) มีเป้าหมายเกษตรกร 900 ราย ใน 9 จังหวัด สำหรับแผนการดำเนินงานพัฒนาการผลิตไม้ผลแบบมีส่วนร่วมจะจัดอบรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลและจัดทำแปลงเรียนร
สืบเนื่องมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคา ไม่ให้ชาวนาประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว โดยกลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 20,940 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.31 ล้านราย ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยกำหนดการจ่ายเงินชดเชยข้าว 5 ชนิด ที่ปลูกระหว่าง วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม 2562 (ยกเว้นภาคใต้ ระหว่าง วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2563) และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชยรายได้ โครงการนี้ มีเป้าหมายประกันรายได้ชาวนาที่ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนเที่ยวงานกาชาด ประจำปี 2562 พร้อมนำสินค้าคุณภาพดีจากวิสาหกิจชุมชนร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 15-24 พ.ย. 2562 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าในงานกาชาด ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม” ระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. ณ สวนลุมพินี ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลงานของหน่วยงานราชการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และมีส่วนร่วมกับสภากาชาดไทยในกิจกรรมต่างๆ เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย อีกทั้งมุ่งหวังให้คนไทยใส่ใจผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรไทยมากยิ่งขึ้น สำหรับการจัดงานครั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้เชิญกลุ่มวิสาหกิจชุมชนซึ่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานมาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้า โดยมีทั้งหมด 6 บู๊ธ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์
เจียไต๋ ลงนามความร่วมมือกับจังหวัดศรีสะเกษ ขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่เพื่อการปลูกพริกปลอดภัยอย่างยั่งยืน นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการเกษตรแปลงใหญ่เพื่อการปลูกพริกปลอดภัย โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมให้เกียรติเป็นสักขีพยาน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง จังหวัดศรีสะเกษ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนเกษตรกรที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมเกษตรผ่านโครงการเกษตรแปลงใหญ่เพื่อการปลูกพริกปลอดภัย ในจังหวัดศรีสะเกษ นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือโครงการเกษตรแปลงใหญ่เพื่อการปลูกพริกปลอดภัยครั้งนี้ว่า “พริก ถือเป็นหนึ่งในพืชผักที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาช้านาน เพราะคนไทยนิยมบริโภคอาหารรสจัด เรารับประทานพริกกันมาก แต่พริกก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีสารเคมี
กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการหน่วยงานเร่งปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยปี 2562 เสนอ 5 โครงการเป็นทางเลือกให้เกษตรกรที่พื้นที่ได้รับผลกระทบและเสียหายสิ้นเชิง หวังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มรับสมัครตั้งแต่ 25 ต.ค. – 10 พ.ย. 2562 นี้ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยของพายุโพดุล และ คาจิกิ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายและเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยปี 2562 จำนวน 5 โครงการ ภายในกรอบวงเงินกว่า 3,120 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ถั่วเขียว) 2. โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าวปี 2563/64 3. โครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมง : การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในบ่อดิน 4. โครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมงในแห
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ล่าสุด ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี (ศูนย์ผึ้งจันทบุรี) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ ได้รับโล่รับรองมาตรฐาน การท่องเที่ยวไทย ปี 2562 จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้มาตรฐาน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนและผู้ที่สนใจมาเที่ยวชมได้ทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือนำคณะมาศึกษาดูงานด้านการเกษตรได้โดยแจ้งและประสาน/ล่วงหน้า ซึ่งศูนย์ผึ้งจันทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 188/2 หมู่ที่ 1 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี 22150 โทรศัพท์ (039) 389-244 ภายในศูนย์ผึ้งจันทบุรี มีฐานเรียนรู้หลากหลายแบบธรรมชาติ สามารถสัมผัสได้จริงด้วยตนเองการเลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ผึ้งชันโรง จิ้งหรีด และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งและผึ้งชันโรง รวมถึงจุดเรียนรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดในขอนไม้ การปลูกพืชผักอินทรีย์แบบยกแคร่/ระบบให้น้ำแบบทันสมัย (IT) วิธีปลูกผักในภาชนะ การปักชำมะนาวแบบควบแน่น และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย และพบกับเครื่อข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง : ผัก : ผ
ธ.ก.ส. ประเดิมจ่ายเงินประกันรายได้ชาวนา ปี 2562 งวดแรก 15 ต.ค. 62 จำนวน 3.49 แสนราย วงเงินกว่า 9,400 ล้านบาท ตามมติ ครม. ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือยกระดับรายได้ให้กับชาวนาทั่วประเทศกว่า 4.31 ล้านราย วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1” โดยมี นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 โดย นายอุตตม วนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านร
รัฐมนตรีเกษตรฯ จับมือ ก.มหาดไทย พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ในช่วงฤดูฝน เฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมเดิม พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆ ไปประจำพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม หวังรับมือได้ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือและอีสาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในระยะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนลดลงและเริ่มมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าโดยเฉพาะตอนบนของภาค สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น ประกอบกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ตนมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะขณะนี้ทางภาคใต้ของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตลอดช่วงฤดูฝนนี้ โดยในวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประเมินผลโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2562/63 โดย กรมการข้าว และ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมดำเนินการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีเพื่อให้การผลิตข้าวหอมมะลิของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีประสิทธิภาพและผลผลิตมีคุณภาพสูง รักษาระดับปริมาณ และความเป็นเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทย โดยโครงการจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงในปี 2561 ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง ไร่ละ 5 กิโลกรัม แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือ 50 กิโลกรัม เพื่อนำมาใช้เพาะปลูกในฤดูนาปี ปี 2562/63 กำหนดเป้าหมาย พื้นที่ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมเกษตรกร 112,811 ราย (คัดเลือกจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ปลูกข้าวหอมมะลิ และได้รับผลกระทบภัยแล้ง) รวมเมล็ดพันธุ์สนับสนุน 4,423 ตัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำการใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตราปลูกที่เหมาะสม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมเพื่อลดต้
