กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม รับสมัครทหารกองประจำการ 200 นาย ในพื้นที่ค่ายทหาร 10 แห่ง เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ เป็น Young Smart Farmer (YSF) สืบทอดอนาคตอาชีพ การเกษตรไทย นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก, กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รับสมัครทหารกองประจำการ รวม 200 นาย เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer (YSF) เป้าหมายเพื่อพัฒนาทหารกองประจำการให้มีความพร้อมด้านอาชีพก่อนปลดประจำการ โดยจะจัดรับในค่ายทหารจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย 1. มณฑลทหารบกที่ 13 ถ.นารายณ์มหาราช ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี 2.มณฑลทหารบกที่ 17 ค่ายสุรสีห์ ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี 3. มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี ถ.สุขุมวิท ต.บางทราย อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี 4. มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 5. มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ม. 13 ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ 6.มณฑลทหารบกที
กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรด้วยระบบส่งเสริมแบบแปลงใหญ่ มีการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชสมุนไพร และพัฒนาเกษตรกรให้สามารถผลิตพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพ และปริมาณตามความต้องการของตลาด ได้มาตรฐานสากล หนุนตลาดภายในประเทศและส่งออกตลาดเอเชีย นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2561 พื้นที่ปลูกสมุนไพรเป็นการค้า รวม 27,555 ไร่ ผลผลิตรวม 39,103 ตัน มีการรวมกลุ่มผลิตสมุนไพรในรูปแบบแปลงใหญ่ จำนวน 16 แปลง ใน 15 จังหวัด จำนวนเกษตรกร 701 ราย พื้นที่ 7,706.75 ไร่ สำหรับ พืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ( Product Champions ) 4 ชนิด ได้แก่ ได้แก่ กระชายดำ มีพื้นที่ปลูก 116 ไร่ ผลผลิตรวม 310 ตัน, ไพล มีพื้นที่ปลูก 595ไร่ , ผลผลิตรวม 1,694 ตัน, บัวบก มีพื้นที่ปลูก 842 ไร่ ผลผลิตรวม 255 ตัน และ ขมิ้นชัน มีพื้นที่ปลูก 1,746 ไร่ ผลผลิตรวม 3,405 ตัน” สำหรับแนวโน้มด้านการตลาดสมุนไพรไทย ความต้องการวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานมีมากขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ผลิตแบบอินทรีย์ เนื่องจากสมุนไพรเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการร
กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณบุญมี แท่นงาม เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ถึงสถานการณ์ทางด้านการเกษตรภายในจังหวัด จากบทสัมภาษณ์มีความน่าสนใจไม่น้อย ลองติดตามดู นครสวรรค์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคกลางหรือบางหน่วยงานจัดให้อยู่ทางตอนล่างของภาคเหนือ ซึ่งถ้าเป็นภาคส่งเสริมการเกษตรนี้จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าอยู่ภาคเหนือแต่ถ้าเป็นของกรมอุตุนิยมวิทยาจะอยู่ภาคกลาง สรุปแล้วคือเป็นจังหวัดภาคกลางติดต่อทางเหนือ นครสวรรค์ทำนา 2.3 ล้านไร่ แต่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน คุณบุญมี เล่าว่า จังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ มีพืชเศรษฐกิจหลักอยู่ 3-4 ชนิดด้วยกัน พืชตัวแรกคือ “ข้าวนาปี” โดยนครสวรรค์มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งหมด 2.3 ล้านไร่ โดยเฉพาะในปีนี้ในช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลทำนา เกษตรกรทำนาไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ประมาณ 2 ล้านไร่ ก็จะเหลืออีกบางส่วนนิดหน่อย ทีนี้พื้นที่ทำนาทั้งหมด 2.3 ล้านไร่นี้เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานจริงๆ ประมาณ 4 แสนไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ที่ใช้น้ำฝนอย่างเดียวในการทำนา ฉะนั้น เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ชลประทานกับพื้นที่ทำนาโดยอาศัยน้ำฝน&#
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตรียมจัดประชุมวิชาการข้าวโพดและข้าวฟ่าง ครั้งที่ 39 ระหว่าง วันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี มุ่งแลกเปลี่ยน แบ่งปัน สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาการผลิตข้าวโพดและข้าวฟ่างให้มีคุณภาพ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ข้าวโพดและข้าวฟ่าง เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีความสำคัญในระดับความมั่นคงทางด้านอาหาร ทำให้เกิดอุตสาหกรรมพื้นฐานต่อเนื่องอีกมากมาย ซึ่งเป็นห่วงโซ่ของอุปสงค์และอุปทานด้านอาหาร เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งผลผลิตมากกว่า ร้อยละ 90 นำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ ทำรายได้ให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยสถานการณ์การผลิตในปี 2561/62 ที่ผ่านมา ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทย มีประมาณ 5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้มีมากถึง 8 ล้านตัน หรือประมาณ 0.69 ล้านตัน ต่อเดือน ทำให้ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) สำหรับข้าวฟ่างนั้นพื้นที่ปลูกนับวันจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ปัจจุบันพื้นที่ปลูกข้าวฟ่า
นายวุฒิชัย ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการแล้งฝนทิ้งช่วง ปี 2562 กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรที่ทำนาเพาะปลูกข้าว โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศ โดยบางส่วนได้หันมาปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวจากวิธีการทำนาดำเป็นนาหว่านข้าวแห้งมากขึ้น เนื่องจากขาดแรงงานในการปักดำ อีกทั้งยังประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย แต่จากสถานการณ์ที่มีปริมาณฝนตกน้อยหลายพื้นที่ในระยะนี้ ปัญหาที่จะตามมาจากวิธีการหว่านข้าวแห้ง คือจะทำให้การกระจายและความลึกของเมล็ดข้าวที่ถูกฝังกลบลงดินไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดข้าวและอาจมีวัชพืชขึ้นแซมในนาข้าวด้วย ทำให้ผลผลิตและคุณภาพข้าวต่ำ หรือหากฝนทิ้งช่วงนานเกินไปจะทำให้เมล็ดข้าวที่หว่านไม่งอกเลย ซึ่งการเกิดความเสียหายในกรณีนี้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือภัยพิบัติด้านพืช ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 สำหรับข้อแนะนำการปลูกข้าวในช่วงแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เกษตรกรควรว
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่ดำเนินการ 14 จังหวัด ผ่านผลไม้อัตลักษณ์ประจำถิ่น 8 ชนิด เน้นให้ความสำคัญกับเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยมุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สะละ จำปาดะ และมะม่วงเบา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยให้บริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก การยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการจัดทำการรับรองคุณภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย แต่สื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างถิ่น ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ภาคใต้ และการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเน้นเกษตรกรเป้าหมาย 3,000 ราย ผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่ มุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่อง
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
กรมส่งเสริมการเกษตรหนุนเกษตรกรจังหวัดยะลาพัฒนาทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP เน้นรวมกลุ่มแปลงใหญ่สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง พร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบสร้างเสถียรภาพด้านราคาในภาคใต้ตอนล่าง ว่าที่ร้อยตรี สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยในโอกาสเดินทางไปร่วมให้ข้อมูลและติดตาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการโครงการทุเรียนคุณภาพและการบริหารจัดการทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ณ บริเวณตลาดกลางยางพารา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการผลิตตามมาตรฐานและยกระดับสู่การรับรอง (GAP) การพัฒนาคุณภาพผลผลิตสู่การส่งออก การรวมกลุ่มทำตลาดล่วงหน้า การยกระดับสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ วางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกรเพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการทุเรีย
คุณลุงเจตน์ และคุณป้าปัทมาลักษณ์ จิตรธรรม สองสามีภรรยา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากอดีตประกอบอาชีพอื่น และมองเห็นว่าอาชีพเกษตร สามารถทำให้เลี้ยงตัวเองได้ จึงกลับมาบ้าน เริ่มต้นทำเกษตรกร เมื่อปี 2550 แบบค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นที่ 16 ไร่ แบ่งเป็น ปาล์มน้ำมัน ข้าว มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียนหมอนทอง พริกไทยดำ นอกจากนี้ยังเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ไข่ ไก่เบตง ไก่บ้าน เป็ดเทศ และเลี้ยงปลา อีกด้วย อาศัยความรู้เวลาเจ้าหน้าที่เกษตรมาอบรม ก็ได้นำผลผลิตบางส่วนแปรรูป เพิ่มมูลค่า คิดสูตรน้ำพริก รวมถึงทำปลาส้ม ปลาแดดเดียวไว้จำหน่าย สร้างรายได้ ตลอดปี ลุงเจตน์ เล่าให้ฟังว่า “ก่อนอื่นต้องศึกษาตลาด ทำอย่างไรคนในหมู่บ้านจะซื้อสินค้าเรา และมีอะไรบ้างที่เรากิน เราก็ปลูกอันนั้น ลดรายจ่าย ที่สำคัญต้องทำบัญชีจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำเราได้กำไร หรือเราขาดทุน ถ้าขาดทุน เราก็เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นที่มันได้กำไร แนวคิดง่ายๆ แต่ทำได้จริง” ลุงเจตน์การันตี จากความสำเร็จที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีหนี้สิน ซึ่งในระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 3 แสนบาท และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดช
กรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจง กรณีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชา ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดกฎหมาย เว้นแต่วิสาหกิจชุมชนนั้นมีสัญญาความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการศึกษาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน กัญชา ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 จึงปลูกและขายเชิงพาณิชย์ไม่ได้ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงไม่สามารถรับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการปลูกกัญชาโดยเฉพาะได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมาย ตามประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2560 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนไว้ว่า 1. เป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการพัฒนา และแก้ไขปัญหาของชุมชน 2. เป็นกิจการที่ดำเนินการ หรือประสงค์จะดำเนินการร่วมกันในชุมชน โดยคณะบุคคลที่เป็นนิติบุคคล หรือไม่เป็นนิติบุคคลและประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน โดยบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน 3. เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ เพื่อการพึ่งพาตนเอง และเพื่อประโยชน์สุขของคนในชุมชน
