กรมส่งเสริมการเกษตร
นายวุฒิชัย ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการแล้งฝนทิ้งช่วง ปี 2562 กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรที่ทำนาเพาะปลูกข้าว โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศ โดยบางส่วนได้หันมาปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวจากวิธีการทำนาดำเป็นนาหว่านข้าวแห้งมากขึ้น เนื่องจากขาดแรงงานในการปักดำ อีกทั้งยังประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย แต่จากสถานการณ์ที่มีปริมาณฝนตกน้อยหลายพื้นที่ในระยะนี้ ปัญหาที่จะตามมาจากวิธีการหว่านข้าวแห้ง คือจะทำให้การกระจายและความลึกของเมล็ดข้าวที่ถูกฝังกลบลงดินไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดข้าวและอาจมีวัชพืชขึ้นแซมในนาข้าวด้วย ทำให้ผลผลิตและคุณภาพข้าวต่ำ หรือหากฝนทิ้งช่วงนานเกินไปจะทำให้เมล็ดข้าวที่หว่านไม่งอกเลย ซึ่งการเกิดความเสียหายในกรณีนี้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือภัยพิบัติด้านพืช ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 สำหรับข้อแนะนำการปลูกข้าวในช่วงแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เกษตรกรควรว
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่ดำเนินการ 14 จังหวัด ผ่านผลไม้อัตลักษณ์ประจำถิ่น 8 ชนิด เน้นให้ความสำคัญกับเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยมุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สะละ จำปาดะ และมะม่วงเบา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยให้บริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก การยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการจัดทำการรับรองคุณภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย แต่สื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างถิ่น ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ภาคใต้ และการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเน้นเกษตรกรเป้าหมาย 3,000 ราย ผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่ มุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่อง
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
กรมส่งเสริมการเกษตรหนุนเกษตรกรจังหวัดยะลาพัฒนาทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP เน้นรวมกลุ่มแปลงใหญ่สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง พร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบสร้างเสถียรภาพด้านราคาในภาคใต้ตอนล่าง ว่าที่ร้อยตรี สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยในโอกาสเดินทางไปร่วมให้ข้อมูลและติดตาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการโครงการทุเรียนคุณภาพและการบริหารจัดการทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ณ บริเวณตลาดกลางยางพารา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการผลิตตามมาตรฐานและยกระดับสู่การรับรอง (GAP) การพัฒนาคุณภาพผลผลิตสู่การส่งออก การรวมกลุ่มทำตลาดล่วงหน้า การยกระดับสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ วางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกรเพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการทุเรีย
คุณลุงเจตน์ และคุณป้าปัทมาลักษณ์ จิตรธรรม สองสามีภรรยา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากอดีตประกอบอาชีพอื่น และมองเห็นว่าอาชีพเกษตร สามารถทำให้เลี้ยงตัวเองได้ จึงกลับมาบ้าน เริ่มต้นทำเกษตรกร เมื่อปี 2550 แบบค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นที่ 16 ไร่ แบ่งเป็น ปาล์มน้ำมัน ข้าว มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียนหมอนทอง พริกไทยดำ นอกจากนี้ยังเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ไข่ ไก่เบตง ไก่บ้าน เป็ดเทศ และเลี้ยงปลา อีกด้วย อาศัยความรู้เวลาเจ้าหน้าที่เกษตรมาอบรม ก็ได้นำผลผลิตบางส่วนแปรรูป เพิ่มมูลค่า คิดสูตรน้ำพริก รวมถึงทำปลาส้ม ปลาแดดเดียวไว้จำหน่าย สร้างรายได้ ตลอดปี ลุงเจตน์ เล่าให้ฟังว่า “ก่อนอื่นต้องศึกษาตลาด ทำอย่างไรคนในหมู่บ้านจะซื้อสินค้าเรา และมีอะไรบ้างที่เรากิน เราก็ปลูกอันนั้น ลดรายจ่าย ที่สำคัญต้องทำบัญชีจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำเราได้กำไร หรือเราขาดทุน ถ้าขาดทุน เราก็เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นที่มันได้กำไร แนวคิดง่ายๆ แต่ทำได้จริง” ลุงเจตน์การันตี จากความสำเร็จที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีหนี้สิน ซึ่งในระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 3 แสนบาท และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดช
กรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจง กรณีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชา ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดกฎหมาย เว้นแต่วิสาหกิจชุมชนนั้นมีสัญญาความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการศึกษาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน กัญชา ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 จึงปลูกและขายเชิงพาณิชย์ไม่ได้ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงไม่สามารถรับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการปลูกกัญชาโดยเฉพาะได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมาย ตามประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2560 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนไว้ว่า 1. เป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการพัฒนา และแก้ไขปัญหาของชุมชน 2. เป็นกิจการที่ดำเนินการ หรือประสงค์จะดำเนินการร่วมกันในชุมชน โดยคณะบุคคลที่เป็นนิติบุคคล หรือไม่เป็นนิติบุคคลและประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน โดยบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน 3. เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ เพื่อการพึ่งพาตนเอง และเพื่อประโยชน์สุขของคนในชุมชน
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฝ้าติดตามสถานการณ์แล้งฝนทิ้งช่วง ปี 2562 ผ่านระบบ VDO Conference ณ ห้องประชุม Operation Room ชั้น 2 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 พร้อมย้ำสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 สำนักงานเกษตรจังหวัด ติดตามสถานการณ์แล้งฝนทิ้งช่วง ปี 2562 อย่างใกล้ชิด เพื่อให้รับทราบสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน และการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดยมีประเด็นและข้อสั่งการในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ดังนี้ การจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์แล้งฝนทิ้งช่วง ปี 2562 (War Room) 3 ระดับ คือ 1.1 ส่วนกลาง – เป็นหน่วยหลักประสานงาน ได้แก่ ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านแหล่งน้ำ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาแล้งฝนทิ้งช่วง และประสานการเตรียมจัดทำมาตรการระดับกระทรวง และกรม – รวบรวม วิเคราะห์ จัดทำรายงานข้อมูล และส่งให้ผู้บริหารและหน่วยงานเกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ ได้แก่ สถานการณ์น้ำและภูมิอากาศ ผลการเพาะปลูกพืช และพื้นที่ได้รับผลกระทบ – ปร
กรมส่งเสริมการเกษตรนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในงาน Beijing Expo 2019 ว่าที่ร้อยตรีสมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงกิจกรรมสัปดาห์ประเทศไทย (Thailand Week) ระหว่างวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2562 กรมส่งเสริมการเกษตรในนามทีมประเทศไทยได้จัดกิจกรรมงานวันประเทศไทย (Thailand Day) ขึ้น เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศ และนำเสนอความเป็นไทยให้ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมจัดงาน The International Horticultural Exhibition 2019: Beijing Expo 2019 จำนวน 100 กว่าประเทศ ได้รับทราบ และร่วมชื่นชมในเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งมีพิธีเปิดงานในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.00 น. ณ Small Theater 2 พร้อมจัดแสดงนาฏศิลป์ไทย และกิจกรรมร่วมสนุกสำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาร่วมงาน โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาคี ผู้แทนคณะผู้จัดงานประเทศจีน ผู้แทนประเทศต่างๆ เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ในช่วงค่ำยังได้จัดให้มีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ณ บริเวณ Thailand Pavilion (บ้านไทย) เวลา 19.00 น. เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระว
เกษตรเปิดงานสัปดาห์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ โชว์นาฏศิลป์ไทย พืชผักสมุนไพรไทย พร้อมจัดถนนสายอาหาร ได้เสียงตอบรับล้มหลามจากนักท่องเที่ยวจีน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ว่าที่ร้อยตรีสมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์ประเทศ (Thailand Week) ในงาน Beijing Expo 2019 ณ Thailand Pavilion (บ้านไทย) เมืองเหยียนชิง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้แทนประเทศต่างๆที่เข้าร่วมจัดงานให้เกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การเข้าร่วมจัดงาน Beijing Expo 2019 ในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลัก โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในนามทีมประเทศไทย เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพของไทยให้ผู้เข้าชมงานทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ ได้เห็นถึงศักยภาพและความหลากหลาย และเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของผลผลิตสินค้าพืชสวนของไทย ขยายโอกาสทางการตลาดสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น การศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการผลิตพืช ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการผลิตการตล
นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยคณะข้าราชการกองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมถ่ายภาพกับต้นรวงผึ้งพรรณไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 ซึ่งออกดอกเป็นต้นแรกและครั้งแรก ณ บริเวณอาคารสืบสานงานโครงการพระราชดำริด้านการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร นับเป็นความอัศจรรย์ในช่วงใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 สำหรับต้นรวงผึ้งดังกล่าว นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ปลูกไว้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 และจากสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ต้นไม้มงคลดังกล่าวออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณอาคารกรมส่งเสริมการเกษตร ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นสิริมงคลแก่เหล่าข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้ชื่นชมดอกรวงผึ้งต้นแรกแย้มบานในช่วงโอกาสมหามงคลครั้งนี้ ต้นรวงผึ้ง มีลักษณะโดดเด่นคือ ดอกสีเหลือง เป็นสีซึ่งตรงกับวันพระบรมราชสมภพ นั่นคือวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 และมักผลิดอกในช่วงวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพอดี เมื
