กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดแคมเปญ ลุย 3 ปฏิบัติกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง โรคพืชร้ายที่สามารถทำลายต้นมันสำปะหลังได้ จัดรณรงค์ชวนเกษตรกรรู้จักและช่วยกันทำลายโรคใบด่างมันสำปะหลัง เพื่อป้องกันความเสียหาย โดยเฉพาะ 47 จังหวัดที่มีพื้นที่การปลูกมันสำปะหลัง นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการยืนยันจากกรมวิชาการเกษตรที่ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าประเทศไทยพบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังและประกาศใน International Plant Protection Convention ว่าพบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่จังหวัดปราจีนบุรี ศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ โดยคาดว่าการระบาดมีสาเหตุจากท่อนพันธุ์ที่ปะปนมากับผลผลิตที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และแพร่ระบาดโดยการเพิ่มปริมาณของแมลงพาหะ ได้แก่ แมลงหวี่ขาวยาสูบ โดยได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร ดำเนินการกำจัด สำหรับโรคใบด่างมันสำปะหลัง สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Cassava mosaic virusเป็นโรคที่มีความสำคัญเนื่องจากหากระบาดรุนแรงอาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ส่งผลกระทบกับรายได้ระ
“เฉลิมชัย” ห่วงเกษตรกร จี้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ประสบภัย พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูอาชีพและปัจจัยการผลิตเสริมรายได้ให้ครอบคลุมเกษตรกรที่ประสบภัยระหว่างรอการเพาะปลูกรอบใหม่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมชลประทานว่า มีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุลและคาจิกิรวม 27 จังหวัด ปัจจุบัน (10 ก.ย. 62) ยังมีพื้นที่น้ำท่วม 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สกลนคร นครพนม และศรีสะเกษ ส่วนที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วมี 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำปาง อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร สระแก้ว ชุมพร และระนอง จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายของพื้นที่เกษตรทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมงอย่างต่อเนื่อง แล้วรายงานเข้ามายังศูนย์เฝ้าระวังและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกวัน ทั้งนี้ พื้นที่ใดทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติให้เร่งจ่ายค่าชดเชยตามระเบีย
กรมส่งเสริมการเกษตรแนะเกษตรกรดูแลฟื้นฟูพืชหลังประสบภัยน้ำท่วมจากพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” พร้อมแจงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยตามพื้นที่เสียหายจริง รายละไม่เกิน 30 ไร่ นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” และดีเปรสชั่น “คาจิกิ” กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลดทันที พร้อมแนะนำให้เกษตรกรดูแลข้าว ไม้ผล ไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักสำคัญ โดยเฉพาะบางพื้นที่มีพืชต้องเร่งเก็บเกี่ยวเพื่อหนีน้ำ ดังนี้ ข้าว ในกรณีที่น้ำท่วมขังไม่นาน น้ำสูงไม่ถึงยอดข้าว และต้นข้าวยังไม่ตาย ให้รีบระบายน้ำออกจากแปลงนาให้เหลือ 5 – 10 เซนติเมตร และให้ฟื้นฟูข้าวหลังจากน้ำลด โดยที่ต้นข้าวยังเขียวอยู่เกิน 3 วัน หากต้นข้าวในนามี สีเขียวมากขึ้นไม่ต้องใส่ปุ๋ย ให้ดูแลโรคและแมลงอย่าให้รบกวนเท่านั้น แต่หากต้นข้าวในนาเริ่มมีอาการสีเหลืองที่ใบ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 3 – 5 กิโลกรัม ต่อไร่ เพื่อฟื้นฟูสภาพต้นข้าว (ไม่ควรใส่ปุ๋ยยูเรียมากเกินคำแนะนำ เพราะจะทำให้ต้นข้าวเกิดโรคได้) สำหรับแปลงนา
นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับความมือจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในการคาดการณ์ลักษณะอากาศและปริมาณฝนล่วงหน้า 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน 2562) พบว่า หลังจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” และดีเปรสชั่น “คาจิกิ” ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องกันหลายวัน เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 9 กันยายน 2562 ขณะนี้ประเทศไทยมีแนวโน้มปริมาณน้ำฝนดีขึ้น โดยในระยะ 3-5 วันนี้ ยังไม่มีพายุใดๆ ที่จะเข้าสู่ประเทศไทย และกรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตามสภาพอากาศในบริเวณทะเลจีนใต้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกันยายน 2562 จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศ ปริมาณน้ำฝนทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกปานกลางอยู่ที่ 151-300 มิลลิเมตร เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของพืชที่ต้องการน้ำมาก ส่วนพืชที่ต้องการน้ำน้อยควรมีการระบายน้ำออกจากแปลง สำหรับภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง ชุมพร พังงา และภูเก็ต ปริมาณน้ำฝนจะตกหนัก อยู่ที่ 401-600 มิลลิเมตร ส่ว
กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนผู้สนใจสมัครฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตร 4 วัน 28 หลักสูตร ฟรี!!! ในงานเกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดจัดงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผลผลิตและสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงานส่งเสริมการเกษตร การยกทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรเกรดพรีเมี่ยมมาจำหน่ายในเมืองกรุง การประกวดและแข่งขันชิงเงินรางวัล การจัดแสดงเดินแบบผ้าไทย พร้อมถนนสายอาหารของดี 4 ภาค ตลอดจนการแสดงบนเวทีของศิลปินดาราที่ให้ทั้งสาระความรู้และความบันเทิงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสมัครเข้ารับฝึกอบรมอาชีพ 4 วัน 28 หลักสูตรฟรี!!! ในงานดังกล่าวด้วย สำหรับกิจกรรมการฝึกอาชีพด้านการเกษตร จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพลินทูเก็ตเตอร์ (Plearn Together)” เป็นหลักสูตรท
กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดงานใหญ่ “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2″ภายใต้แนวคิด “Smart & Strong Together รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง” คัดสรรสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม จากเกษตรกรตัวจริงทั่วประเทศ ส่งตรงถึงผู้บริโภคคนเมือง ตระการตากับอุโมงค์กล้วยไม้นานาพันธุ์ ร่วมเสวนากับคนรักกล้วยไม้ ใน “คนดังนั่งคุย” การเจรจาธุรกิจ คลินิกเกษตร การจัดงานในแต่ละวัน จะมีความโดดเด่นในธีมที่ไม่ซ้ำกัน ร่วมลุ้นกับการประกวดแข่งขัน อาทิ สวนผักคนเมือง การจัดช่อบูเก้กล้วยไม้ และยังมีเวิร์คช้อปฝึกอาชีพฟรี 28 หลักสูตร วันเดียวทำได้จริง !! เรียกว่ามางานเดียวได้ครบทั้งสุขภาพ สาระความรู้ ความบันเทิง และช่องทางสร้างรายได้ วันที่ 20 กันยายน 2562 จัดในธีม Food for Health “อาหารสุขภาพ” เต็มอิ่มกับอาหารสุดเฮลท์ตี้ ดีต่อสุขภาพ วันที่ 21 กันยายน Orchid Day อลังการกับอุโมงค์กล้วยไม้นานาพันธุ์ และวันสุดท้าย 22 กันยายน Thai Cloth for All พบกับผ้าไทยร่วมสมัย และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยดีไซน์เก๋ จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร !! นิทรรศการโชว์มหัศจรรย์พันธุ์พืชแปลก พืชหายากที่น่าสนใจ ได้แก่
กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนยอดฝีมือและผู้สนใจทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดแข่งขันชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท จัด 6 กิจกรรม ทำสวนผักคนเมือง กล้วยไม้…ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แข่งขันทำอาหารเพื่อสุขภาพ จัดแจกันกล้วยไม้ จัดช่อบูเก้กล้วยไม้ และส้มตำลีลา รับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมจัดโชว์ในงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ณ ชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จากความสำเร็จของผลงานส่งเสริมการเกษตร ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการผ่านการจัดงาน “เกษตรสร้างชาติ” ณ สวนลุมพินี เพียง 4 วัน เท่านั้นในปีที่แล้ว สามารถสร้างมูลค่าจากยอดจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์การเกษตร รวมทั้งต่อยอดธุรกิจให้กับพี่น้องเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ Young Smart Farmer และวิสาหกิจชุมชนได้ถึง 17,346,286 บาท มาถึงในปี 2562 นี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ต้องการขยายผลให้ประชาชนในสังคมเมืองได้เห็นถึงพลังของพี่น้องเกษตรกร เข้าถึงสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ จึงได้กำหนดจัดงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” ขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ณ อาค
งาน The International Horticultural Exhibition 2019 หรือ Beijing Expo 2019 เป็นงานแสดงพืชสวนนานาชาติระดับ A1 (A1 International Horticultural Exposition) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH: International Association of Horticultural Producers) และสำนักงานจัดงานมหกรรมนานาชาติ (BIE: Bureau of International Expositions) คาดว่ามีผู้ร่วมจัดแสดงจาก 80 ประเทศ 20 องค์กร โดย 73 ประเทศและองค์การต่างประเทศ เข้าร่วมนิทรรศการภายนอกอาคาร และ 27 ประเทศและองค์การต่างประเทศเข้าร่วมนิทรรศการภายในอาคาร ผู้เข้าชมงาน 16 ล้านคน กำหนดการจัดงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 7 ตุลาคม ณ เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยแนวคิดในการจัดงาน คือ “Live Green, Live Better” มีพื้นที่จัดงานถึง 6,000 ไร่ วัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้นก็เพื่อแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในเรื่องพืชสวนระหว่างกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วม The International Horticultura
กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมจัดงานใหญ่ “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” คัดสรรสุดยอดสินค้าเกษตรคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจากผลงานส่งเสริมเกษตรมาโชว์ ภายใต้แนวคิด รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง พร้อมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งประกวดแข่งขันทางการเกษตร ฝึกอาชีพฟรี และชวนช็อปชวนชิม ได้ทั้งสาระและบันเทิงดีๆ อีกเพียบ!!! ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดงาน “เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Smart & Strong Together รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง” โดยงานดังกล่าวถือเป็นมหกรรมเกษตรแห่งปี ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผลผลิตและสินค้าเกษตรคุณภาพ สร้างโอกาสในการขับเคลื่อน Smart Farmer พัฒนาความสามารถเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer และบูรณาการงานวิสาหกิจชุมชนไปสู่ธุรกิจเกษตร โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ช่
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดโชว์ระบบการขึ้นทะเบียนข้อมูลเกษตรกร มั่นใจฐานข้อมูลการเกษตร มีระบบรับรองและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันยังสามารถวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล ได้ประมาณ 100 ล้านไร่ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึง การขึ้นทะเบียนเกษตรกรถือเป็นหน้าที่ที่เกษตรกรทุกคนควรถือปฏิบัติ โดยหลังจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับสมุดทะเบียนเกษตรกร เพื่อเป็นเอกสารใช้แสดงสถานภาพการเป็นเกษตรกร ยืนยันความเป็นเกษตรกร โดยเกษตรกรแจ้งความประสงค์ขอปรับปรุงข้อมูลการทำการเกษตร หรือขึ้นทะเบียนใหม่ ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง ตามที่ตั้งแปลงปลูกพืชของตัวเอง หากเกษตรกร และที่สำคัญเกษตรกรจะต้องปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ตามกรอบระยะเวลาการปลูกพืช โดยปกติปรับปรุงหลังจากการปลูก ไม่น้อยกว่า 15-60 วัน ตามแต่ละชนืดพืช และหากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี (นับถัดจาก วันที่ 23 มิ.ย 60 ถึง วันที่ 22 มิถุนายน 2563) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนถึง 896,871 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้มาปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร หากครบระยะเวลาดังกล่าวแล้ว เกษตรกรจำนวนนี้จะสิ้นสถ
