กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมหารือวางแผนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2564/65 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ จึงทำให้ชาวนานำเมล็ดพันธุ์เดิมมาใช้ในการเพาะปลูก ทำให้ข้าวมีวัชพืช ประสบปัญหา “แดง ดีด เด้ง” ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงและได้ผลผลิตน้อย ในวันนี้กรมการข้าวจึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ศูนย์ข้าวชุมชน ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ อาทิ สมาคมรวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย ร่วมหารือถึงแนวทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดข้าว โดยแบ่งข้าวออกเป็น 5 ประเภท คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ข้าวเจ้าพื้นแข็ง และข้าวเหนียว บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 60 ล้านไร่ นายประภัตร กล่าวต่อไปว่า ในปี 2564/65 มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 900,000 ตัน โดยข้าวหอมมะลิ มีจำนวน 27 ล้านไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 405,000 ตัน ชาวนาเก็บไว้ 202,500 ตัน กรมการข้าว ผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน 2
11 มิถุนายน 2564 กรมหม่อนไหมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ประจำปี 2564 จัดทำพิธีลงนามข้อตกลงซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา ระหว่างกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม จ.น่าน เชียงราย พะเยา และบริษัท จุลไหมไทย จำกัด ยุค New Normal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom Meeting จากกรมหม่อนไหม ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน และ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานและสักขีพยาน และมีผู้บริหารกรมหม่อนไหม ผู้บริหารบริษัท จุลไหมไทย จำกัด หัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค ประธานกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 3 จังหวัด และเกษตรกรเข้าร่วมพิธี พร้อมคาดการณ์ผลผลิตปี 2564 ไม่น้อยกว่า 75 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรมากกว่า 12 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหก
กระทรวงเกษตรฯเผยแทรนด์บริโภคสมุนไพรกลุ่มคนรุ่นใหม่มาแรง มูลค่าการบริโภควัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศปี 62 สูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มีมูลค่าเพียง 4.3 หมื่นล้านบาท เดินหน้าหนุนเกษตรกรปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ มั่งคง ยั่งยืนให้เกษตรกรในภาวะวิกฤติโควิด-19 จากแทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่หันมานิยมใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับเกิดกระแสค่านิยมการบริโภคอาหารปลอดภัยอย่างกว้างขวางทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ตลาดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสทองในการส่งเสริมเกษตรกรไทยปลูกสมุนไพรให้ขว้างขวางมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน มั่นคงแก่เกษตรกรไทยในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในรายการ “เกษตรบอกข่าว” ซึ่งออกอากาศทาง Facebook live : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงเกษตรฯจะเร่งเดินหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนาพืชสมุนไพรไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาปลูกพืชส
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยศักยภาพผู้ส่งออกสินค้าอาหารไทยผ่านการรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก จาก 4 หน่วยงานรัฐ คาดในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการขอใบรับรองเพิ่มมากขึ้น พร้อมเดินหน้าโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทย เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าในต่างประเทศ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศคู่ค้า เกิดความไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยของอาหารที่นำเข้ามา เพื่อการบริโภค ภาครัฐจึงได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษต
กรมหม่อนไหมปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม ด้วยการตรวจประเมินทางไกล ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กรมหม่อนไหมได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) จากเดิมที่ผู้ตรวจประเมินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องมีการตรวจประเมินทุกขั้นตอนในสถานที่ผลิตจริง มาเป็นการตรวจประเมินทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในบางขั้นตอน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่ต้องการขอการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมินผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในขั้นตอนการตรวจประเม
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ”จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ในการลดต้นทุน – เพิ่มรายได้ ด้วย “บัญชี” หนุนสมาชิกนำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ยั่งยืน ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน “การตลาดนำการผลิต”กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาส วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ตราไทย-เดนมาร์ค ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยทุกเพศ ทุกวัย หันมาบริโภคนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ของไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในปี 2564 เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานภาคีต่างๆ ปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นกิจกรรมเรียนรู้การทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาดื่มนมมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังสนองนโยบายภาครัฐด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและสังคม ช่วยลดผลกระทบจ
จากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกร โดยเฉพาะในเขตพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดของภาคตะวันออก ด้วยมีสาเหตุจากที่ช้างป่าขาดแคลนแหล่งอาหาร ทำให้มีการเคลื่อนย้ายพื้นที่หากิน จึงลงมาที่แปลงเกษตรกรรมของเกษตรกร ทำความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกร โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จำนวน 22 อำเภอ 56 ตำบล 299 หมู่บ้าน ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ ในการอยู่ร่วมกันกับช้างป่าท่ามกลางความรุนแรงที่ทวีมากขึ้น โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ คือโครงการสำคัญที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหา เพื่อทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างสมดุลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 การจัดการพื้นที่ป่า ด้านที่ 2 การจัดการพื้นที่แนวกันชน และ ด้านที่ 3 การจัดการพื้นที่ชุมชน โดยเน้นกลไกการทำงานร่วมกัน เชื่อมและประสานงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรี สุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ประธานกรรมการ อ.ส.ค. นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. นายพิษณุ คล้ายเจตน์ดี สหกรณ์จังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรกร ให้การต้อนรับ ณ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบเวชภัณฑ์ยาฆ่าแมลง และถังฉีดพ่นให้กับสหกรณ์ในเขตภาคกลาง จำนวน 15 แห่ง ที่ส่งนมให้ อ.ส.ค. เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมรับชมการสาธิตฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ณ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูงด้วย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่าจากสถานการณ์โรคระบาดการติดเชื้อไวรัส ลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีมีควา
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการสร้างความมั่นคงด้านอาหารโคนมรองรับการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ซึ่งคณะกรรมการปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ หรือกองทุน FTA ได้อนุมัติวงเงินยืมปลอดดอกเบี้ย 10,000,000 บาท ให้กับสหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์ก สวนมะเดื่อ จำกัด จังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อในการจัดหาพืชอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี หรืออาหารผสมครบส่วน (TMR) จำหน่ายให้สมาชิกของสหกรณ์ฯ ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่กรกฎาคม 2563 – กรกฎาคม 2568 จากการติดตามผลการดำเนินงาน โดยผ่านการประชุมออนไลน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องของโครงการฯ ได้แก่ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา และประธานสหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์ก สวนมะเดื่อ จำกัด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 พบว่า สหกรณ์ฯ ได้ดำเนินการรับซื้อพืชอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ได้แก่ มันเส้น ต้นข้าวโพดพร้อมฝักบด และหญ้าเนเปียร์สดปั่น จากสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกอาหารสัตว์ จำนวน 1,122,615 กิโ
