กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2564 “แม่จงรักษ์” จังหวัดศรีสะเกษ แบบอย่างของเกษตรกรที่ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาลวดลายผผ้ายกดอก “ลายดอกจำปี” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านนวลละออ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมขยายช่องทางการตลาดขายผ้าไหมออนไลน์ สร้างรายได้ ห่างไกลโควิด นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2564 คือ นางจงรักษ์ พลายงาม อายุ 49 ปี เกษตรกรที่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สร้างรายได้ให้ครอบครัวและสมาชิกได้เป็นอย่างดี นางจงรักษ์ พลายงาม ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านนวลละออ ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้มีความตั้งใจในการแสวงหาความรู้ เข้ารับการฝึกอบรมและขอคำปรึกษาเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ศรีสะเกษอยู่เสมอ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหม่อนไหมอาสาและ Smart Farme
เกษตรกรหม่อนไหม New Normal ขายรังไหมแก่บริษัทจุลไหมไทย ซึ่งถ่ายทอดสดการคัดเกรดและตีราคารังไหมผ่านเฟซบุ๊ค โปร่งใส เป็นธรรม และปลอดภัย มีรายได้ต่อเนื่องในยุคโควิด-19 ช่วง 1 – 3 พฤษภาคม 2564 สร้างรายได้ถึง 5.35 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในระบบเกษตรพันธสัญญา หรือการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ตามนโยบายตลาดนำการผลิต ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรหม่อนไหมมีรายได้มากขึ้น และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ปัจจุบันได้ประสานให้มีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด ซึ่งรับซื้อรังไหมตามเกณฑ์มาตรฐานและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาล บริษัทจุลไหมไทยได้ปรับกระบวนการรับซื้อรังไหมในรูปแบบ New Normal คือเปลี่ยนจากการรับซื้อ ตรวจคุณภาพและตีราคารังไหมในพื้นที่ เป็นการรับรังไหมกลับมาที่บริษัท
เมื่อเร็วๆ นี้ สื่อมวลชนจากส่วนกลาง ได้มีโอกาสติดตาม คุณธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปเยี่ยมชมความสำเร็จของโครงการสินเชื่อธุรกิจสร้างไทย ซึ่งชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “โครงการล้านละร้อย” ในพื้นที่ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ย้อนกลับปี 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย ฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร บรรเทาความเดือดร้อนเสียหาย อันเนื่องมาจากภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ รวมทั้งผลกระทบจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่เหมาะสมมาเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ โคเนื้อขุน กระบือเนื้อ แพะเนื้อ และไก่พื้นเมือง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อตามมติ ครม. (26 พ.ย. 62) ภายใต้ชื่อ ธุรกิจชุมชนสร้างไทย ซึ่งเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 0.01 ต่อปี (กู้ 1 ล้าน ดอกเบี้ย 100 บาท ต่อปี) ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ที่สนใจอาชีพเลี
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “สำรวย บางสร้อย” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ ประจำปี 2564 ยกย่องเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการนำ“บัญชี”เป็นวัคซีนแก้ความจนลดต้นทุนลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและสามารถนำความรู้ด้านบัญชีมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในชุมชนให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือก“เกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ” เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีผลงานทางการเกษตรดีเด่นและได้นำ“บัญชี” มาปรับเปลี่ยนชีวิตตนเองและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนในการนำองค์ความรู้จากการบันทึกบัญชีมาใช้ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพ ตลอดจนน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวปฏิบัติในครอบครัว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของเกษตรกรดีเด่นให้ปรากฏและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานของบุคคลอื่น
กระทรวงเกษตรฯ เปิดตัวเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปีพ.ศ. 2564 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร ในปี2564 มีเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่น ที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติจำนวน 16 สาขาอาชีพ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 12 กลุ่ม สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 6 สหกรณ์ และปราชญ์เกษตรแห่งแผ่นดิน จำนวน 3 สาขา ดังต่อไปนี้ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2564 จำนวน 16 สาขาอาชีพ ได้แก่ 1) อาชีพทำนา ได้แก่ นายศักดิ์ดา เขตกลาง จ.ร้อยเอ็ด 2) อาชีพทำสวน ได้แก่ นายยงยุทธ ศรีจินดา จ.สมุทรสาคร 3) อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายสุทธิ ที่หมายจ.ระยอง 4) อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นายวีระชัย ก้องพนา
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 (The Food Security Roadmap towards 2030) เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สศก. ได้ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมี Mr. Philip Houlding ผู้อำนวยการ กองนโยบายระหว่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานของนิวซีแลนด์ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2564 เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยสมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจเพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 สำหรับ สมาชิกเอเปคในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับแผนพัฒนาแผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 กำหนดวัตถุประสงค์ 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) เพิ่มการมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอมีคุณภาพที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการในภูมิภาค 2) ตอบสนอง ต่อความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) อำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุนและหุ้นส่วนทาง
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 27 เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดย สศก. ได้ลงพื้นที่เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ติดตามประเมินผลโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม (คลอง 5 ซ้าย ระยะ 1) อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2561 ได้แก่ งานถมดินบดอัดแน่นใหม่พร้อมขุดคูส่งน้ำและดาดคอนกรีต ก่อสร้างอาคารประกอบในคูส่งน้ำ และตกแต่งคันคูส่งน้ำพร้อมปลูกหญ้าเพื่อป้องกันการกัดเซาะ พบว่า เดิมเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูกอ้อย เมื่อมีการก่อสร้างคันคูส่งน้ำเพื่อทำหน้าที่กักเก็บและส่งน้ำเข้าแปลงเกษตร ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการทำเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนจากการปลูกอ้อย หรือ ข้าว หันมาปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ซึ่งได้รับผลตอบแทนเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งต่อปี และมีราคาขายสูง ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 36 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 1,205 ไร่ เกษตรกรใช้น้ำจากโครงการฯ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์สินค้าทุเรียนภาคตะวันออก ในพื้นที่จังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง เมื่อปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ปี 2564 ทุเรียนให้ผลผลิต 575,542 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ร้อยละ 5 ขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว และทยอยออกสู่ตลาดหลายรุ่น โดยผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรกจะเป็นทุเรียนพันธุ์เบา เช่น พันธุ์กระดุม พวงมณี ซึ่งเป็นพันธุ์ที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้น (90-95 วัน) และจะให้ผลผลิตออกสู่ตลาดก่อนพันธุ์หมอนทองที่มีอายุเก็บเกี่ยวยาวกว่า (110-120 วัน) ทั้งนี้ ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้ สำหรับโรงคัดบรรจุ (ล้ง) มีการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยส่วนใหญ่เป็นแบบเหมาสวน และมีเกษตรกรบางส่วนที่ตัดผลผลิตแล้วนำไปจำหน่ายที่ล้งเอง โดยราคาผลผลิตเกรดส่งออก (เกรด AB) อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ทุเรียนมูซังคิงยังไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากนัก ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายเฉพาะกลุ่มในราคาระหว่าง 450-650 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม
กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ สมาคมชาวสวนมะม่วงไทย ยกทัพมะม่วงคุณภาพดีให้คนกรุงได้ลิ้มลองในงาน “Mango of SIAM ที่สุดแห่งมะม่วงไทย ถูกใจทั่วโลก” ระหว่างวันที่ 2-6 เม.ย. 2564 นี้ ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคอุดหนุนชาวสวนผลไม้ไทย เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานในพิธีเปิดงาน “Mango of SIAM ที่สุดแห่งมะม่วงไทย ถูกใจทั่วโลก” เปิดเผยว่า ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนถึงความร่วมมือและความเป็นไปได้ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อวางแผนการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้าเกษตรเข้าไปจำหน่ายตามฤดูกาล ภายใต้ความร่วมมือการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้การส่งออกเกิดการชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดส่งออกมะม่วงที่สำคัญและใหญ่ที่สุด ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป โดยเชิญศูนย์การค้าไอคอนส
“การเพาะเห็ดและการแปรรูปเห็ดนางฟ้า” คือ หลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ครูและเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยฆ้อง หมู่ที่ 5 ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตร ภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ โครงการ กพด.-ส.ป.ก. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยฆ้อง เป็น 1 ใน 57 โรงเรียน จาก 24 จังหวัด ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. กำหนดให้เป็นโรงเรียนเป้าหมายการดำเนินงานตามโครงการ กพด.-ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โครงการ กพด.-ส.ป.ก. เป็นโครงการ ที่ ส.ป.ก. ได้มีส่วนร่วมดำเนินการสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งโครงการ กพด.-ส.ป.ก. มีวัตถุประสงค์ให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกา
