กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 129 ปี พร้อมมุ่งมั่นดำเนินงานสนองนโยบายสำคัญเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ชูนิทรรศการผลงานแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงตลาด และถอดบทเรียนแปลงใหญ่มะม่วงของ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับการวางแผนจัดการด้านผลิตและตลาด นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 129 ปี วันที่ 1 เมษายน 2564 คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมพิธีในกิจกรรมดังกล่าวทั้งพิธีพราหมณ์ พิธีสงฆ์เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดนิทรรศการแสดงผลงานภายใต้แนวคิด “ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด สร้างชาติสร้างเกษตรไทยให้รุ่งเรือง” โดยดำเนินงานในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวมคน รวมพื้นที่ ยกระดับคุณภาพ ร่วมบริหารจัดการ พัฒนาไปสู่การยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงต
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส โดยภาครัฐได้ให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารในประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 ได้มีการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐบาล เพื่อมอบหนังสือรับรองให้ผู้ประกอบการที่มีกระบวนการการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าอาหารมากขึ้น โดยคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต DITP จึงจัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Thailand
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีครัวเรือนเกษตร 8 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นจำนวนเกษตรกรประมาณ 29.82 ล้านคน โดยปัญหาของเกษตรกร นอกเหนือจากปัญหาด้านการผลิต การตลาด และราคาแล้ว ยังประสบปัญหาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำท่วม ภัยแล้ง และแมลงศัตรูพืช ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องใช้งบประมาณในการชดเชยเยียวยาให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติจำนวนมากเป็นประจำทุกปี การประกันภัยการเกษตร จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดผล กระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบเร่งด่วน และเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีการดำเนินงานโครงการของรัฐบาลในการประกันภัยข้าวนาปีมาตั้งแต่ปี 2554 และกำหนดเป็นวาระสำคัญในแผนปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่ปี 2559 รวมถึง มีการประกันภัยข้าวโพด
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลได้วางแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ผลักดันและขับเคลื่อนบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจเพื่อการปฏิรูปภาคการเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจเพื่อการปฏิรูปภาคการเกษตร โดยประกาศเขตเหมาะสมต่อการปลูกพืช ปศุสัตว์ และประมง รวม 20 สินค้า (พืช 13 ชนิด และ ปศุสัตว์ 5 ชนิด และประมง 2 ชนิด) แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไทยยังคงประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และความเหลื่อมล้ำ มาโดยตลอด นั่นเป็นเพราะว่า ยังขาดการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่การผลิตของเขตเกษตรเศรษฐกิจขาดมาตรการจูงใจของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มอบหมายให้ สศก. ศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจการเกษตรพิเศษ โดย สศก. ได้เสนอโครงการศึ
วันนี้ (24 มีนาคม 2564) ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังการร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 42 ปี วันคล้ายสถาปนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ว่า รอบปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรไทย ได้ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤตภัยธรรมชาติ รวมไปถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งพวกเราทุกคน ได้ร่วมมือกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และสามารถก้าวข้ามผ่านมาได้ด้วยดี โดยปี 2564 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อนำภาคเกษตรสู่ความยั่งยืน ที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นโยบายสำคัญ 15 ด้าน โดยขับเคลื่อนการทำงาน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในรูปแบบ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 โดยใช้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ร่วมกับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับเกษตรกร ยุทธศาสตร์ “3’s” Safety-Security-Sustainability เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการผลิตที่ได้คุณภาพ มาต
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต”ของ “จุรินทร์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เห็นผลโดยเร็วในปี 2564 โดยได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และภาคเอกชน (ผู้ส่งออก บริษัทค้าปลีก ค้าส่งของไทย) ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เร่งติดอาวุธสินค้าเกษตรไทยด้วยการพัฒนาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน พร้อมหาตลาดกระจายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำร่องกับมะม่วง ส้มโอ และพริกซอส ในจังหวัดพิจิตร แนะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มแต้มต่อทางการค้าขยายการส่งออก หวังสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ สถาบันส่งเสริมคุณภาพเกษตรไทย (สถาบัน Thai GAP) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บริษัทเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวมอบนโยบายให้กับสหกรณ์จังหวัด 36 จังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งใหม่ ในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ว่า ขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนงานเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มและมีความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากโครงการที่รัฐบาลให้งบสนับสนุนให้เต็มศักยภาพการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้กับสมาชิกสหกรณ์ให้สูงกว่ารายได้รับซื้อขั้นต่ำ และนำไปสู่การพึ่งพาตนเองของเกษตรกรและการช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิกสหกรณ์ โดยใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น “ในปีนี้ ดิฉันให้นโยบายกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า จะเน้นเรื่องการต่อยอดการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตรในระบบสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์พึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดจากโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การตลาดที่รัฐได้ให้การสนับสนุน ดังนั้น ขอเชิญชวนสหกรณ์ทุกแห่งร่วมกัน มาช่วยกันทำเพื่อพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์การเกษตรที่จะช่วยกันส่งเสริมการผลิตให้เป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย ส่งเสริมให้ใช้ลานตาก เครื
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด” รวมถึงมอบนโยบาย “การส่งเสริมสหกรณ์ ภายใต้บริบทใหม่” ให้กับผู้ที่ดำรงสหกรณ์จังหวัดใหม่ 36 จังหวัด เน้นย้ำการนํานโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ Kick Off “โครงการอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อสร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยให้โตขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นผู้ซื้อและผู้นำเข้าสินค้าเกษตร อาหารทั่วไป และอาหารฮาลาลของไทยในต่างประเทศได้ตระหนักและรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมีศักยภาพเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญของตลาดโลก นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมทางการค้ากับต่างประเทศต้องหยุดชะงักและชะลอตัว เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่ง DITP ได้เผยแพร่โครงการอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินเพื่อดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564 จำนวน 8,807.54 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เบื้องต้นได้จัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์แล้ว 4,613.04 ล้านบาท โดยเกษตรกรผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรทุกครัวเรือน และเป็นพื้นที่ให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับการจ่ายเงินชดเชย กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 มีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เช่นเดียวกับกับการดำเนินโครงการฯ ในปี 2562 – 2563 โดยเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ปลูกจริง ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 15 ของเดือน อย่างไรก็ตาม รอบในการจ่ายเงินวันที่ 15 มีนาคม 2564 ได้มีการพิจารณาราคาอ้างอิงผลปาล์มน้ำมัน (อัตราน้ำมัน 18%) ที่กิโลกรัมละ 6.25 บาท ซึ่งยังคงสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ 4 บาท จึงยังไม่มี
