กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนา ไข่ผำ – วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่ พร้อมร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางพืชมูลค่าสูง และโอกาสของเกษตรไทย” ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้งบในการศึกวิจัยไข่ผำ และพบว่าเป็นพืชที่มีโปรตีนที่ดีสูง สอดคล้องกับกระแสที่ชาวโลกกำลังให้ความสำคัญถึงความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งต่างชาติเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทนำในเรื่องของภาคการเกษตร อย่างเช่น ยางพาราไทยก็ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีทุเรียน ข้าว ลำไย และพืชอื่นๆ ที่เราส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องเกษตรกรไทย และกระทรวงเกษตรฯ ที่ถึงแม้เราจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่เราเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางด้านอาหารสำหรับประชากรในประเทศและยังสามารถส่งออกไปยังชาวโลกได้ด้วย ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า วันนี้อีกปัญหาหนึ่งที่อยู่ในการจับตามองของนานาประเทศก็คือการปล่อยมลพิษที่มาจากภาคการเกษตร เราก็ทำงานประสานกับองค์กรต่างประเทศอยู่หลายองค์กร และเราก็ไ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สิน พร้อมทำงานเชิงรุกและเร่งรัดกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จใน 90 วัน เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเตรียมตัวรับข่าวดี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นำโดย นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ พร้อมด้วย นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ประธานคณะทำงานเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ผู้แทนเกษตรกร คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ นำโดย นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และตัวแทนสถาบันการเงินที่เกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูฯ ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ในนามสมาคมธนาคารไทย ธนาคารของรัฐ และบริษัทบริหารสินทรัพย์กว่า 50 คน เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รับเป็นประธานแล
จากนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรไทยให้เข้มแข็ง ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” พร้อมทั้งให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนและสานต่องานโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ได้น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 ความว่า “ต้องปลูกฝังลูกหลานสมาชิกให้รักอาชีพการเลี้ยงโคนม มีผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม และมีการอบรมส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงโคนม” มาสานต่อตามแนวพระราชดำริ จึงจัดทำ “โครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม” ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี (ฟรีตลอดหลักสูตร) สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สัตวศาสตร์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ให้แก่ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งกรมดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประเทศไทย และ กระทรวงการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ (Ministry of Plantation and Commodities) โดย Malaysian Rubber Board (MRB) ประเทศมาเลเซีย ลงนามความร่วมมือในเวทีการประชุมระดับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราและด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้ยั่งยืน ณ เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผู้นำรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย มีนโยบายในการพัฒนาด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในด้านยางพารา ในฐานะประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก และประเทศมาเลเซียเป็นผู้นำในการผลิตอุตสาหกรรมถุงมือยางและส่งออกในตลาดโลก เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมยางพาราของทั้งสองประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย และกระทรวงการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ (Ministry of Plantation and Commodities) โดย Malaysian Rubber Board (MRB) ได้มีการเจรจาและดำเนินการลงนามความร่วมมือการพัฒนาอุ
เปิดฉากแล้ว! Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 งานที่รวมพลังข้าวและกาแฟไทยที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ด้วยกิจกรรมที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้น เทศกาลนี้ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือที่ผลักดันให้ข้าวและกาแฟไทยมีคุณค่า เชิญชวนมาร่วมสัมผัสความหลากหลายและเรื่องราวน่าประทับใจจากข้าวและกาแฟ พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเกษตรกรในอุตสาหกรรมข้าวและกาแฟ หันมาตระหนักถึงคุณค่าของผลผลิต และปรับมุมมองใหม่ในมิติที่หลากหลายขึ้น ซึ่งทั้ง 2 งานนี้ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ร่วมงานทุกคน แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพที่แท้จริงของข้าวและกาแฟไทย ซึ่งเป็นผลผลิตหลักของอุตสาหกรรมการเกษตร และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในฐานะประเทศผู้ผลิตข้าวและกาแฟคุณภาพระดับโลก โดย Thaila
“รมว.นฤมล” รุดเจรจา “สหพันธ์เกษตรฯ” ยืนยัน ครม. อนุมัติโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปแล้ว ล่าสุดม็อบยุติการชุมนุม กลับบ้านเรียบร้อย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนเองและ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ไปเพื่อพบปะ พูดคุย และให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) จำนวนประมาณ 500 คน ที่ชุมนุมอยู่หน้ากระทรวงการคลัง ซึ่งเดินทางมาเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินที่เกษตรกร และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินต่างๆ ของรัฐ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตนเองได้นำความตั้งใจและความปรารถนาดีของรัฐบาลที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาแจ้งให้กับพี่น้องเกษตรกรกลุ่มกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ปักหลักกันอยู่ โดยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานผลการดําเนินงาน และขอปรับปรุงแนวทางการดําเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรณีลู
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดโครงการ “คูโบต้า กล้า ท้า ปลูก ปี 2” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “นารักษ์โลก” เฟ้นหานักพัฒนาแปลงเพาะปลูกข้าว สร้าง Smart Farmer หน้าใหม่ให้กับวงการเกษตร โดยใช้บันทึกปฏิทินการเพาะปลูก KAS Crop Calendar On LINE เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ยกระดับการทำนาที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางด้านการเกษตรให้กับประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 โดยมี นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) รัฐมนตรีหรือผู้แทนระดับรัฐมนตรีของประเทศต่างๆ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร เน้นยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยมุ่งเน้นให้นำเทคโนโลยีด้านการเกษตร เช่น เกษตรแม่นยำ หรือเกษตรอัจฉริยะ มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นในเรื่อง
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 (กิจกรรมเปิดกระปุกออมสิน) จัดโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยร่วมเปิดกระปุกออมสิน นับยอดเงินออมผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์พร้อมกันทั่วประเทศ ชูสร้างวินัยการเงินภาคครัวเรือน กระตุ้นให้เกิดการออม ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญในการยกระดับรายได้ของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ อีกทั้งส่งเสริมการเพิ่มความรู้ทางการเงินการบัญชี และส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งดำเนินงานภายใต้ หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ด้วยการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการบริหารจัดการแบบแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่ เกษตรแม่นยำ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มผลผลิตและแก้ไขภาคการเกษตร ขับเคลื่อนงานผ่านหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งให้เ
เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ ระบุ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ 4 หน่วยงานในสังกัด เร่งสำรวจข้อมูลเพื่อทำแผนแก้ปัญหาหนี้ของเกษตรกรเกี่ยวกับระบบการผลิต และการฟื้นฟูเกษตร ที่ค้างนานกว่า 30 ปี ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวถึงผลการประชุมติดตามโครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร (คปร.) และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร (ผกก.) ที่มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า การประชุมดังกล่าว มีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังและผู้แทน ธ.ก.ส. เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ คปร. และ ผกก. ที่ค้างมานานตั้งแต่เริ่มทำโครงการปี 2534-2539 ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิก กฟก.ที่ขึ้นทะเบียนหนี้ และระบุประเภทหนี้เป็นหนี้โครงการส่งเสริมของรัฐอยู่จำนวน 20,353 ราย 23,907 สัญญา มูลหนี้ทั้งสิ้น 1,059,590,517.84 บาท โดยที่ประชุมเห็นชอบกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ออกเป็นสองระดับดังนี้ 1. กรณีหนี้ไม่เ
