กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 29 (COP29) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภาคีสมาชิกภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ซึ่ง สศก. ได้ส่งผู้แทนร่วมประชุม COP29 ดังกล่าวระหว่างวันที่ 11-16 พฤศจิกายน 2567 โดยมีประเทศอาเซอร์ไบจานเป็นเจ้าภาพ และภาคีสมาชิกกว่า 200 ประเทศเข้าร่วม ประเด็นหารือด้านการเกษตร คือการขับเคลื่อนการดำเนินงานรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Sharm el-Sheikh joint work on implementation of climate action on agriculture and food security ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้การประชุมองค์กรย่อยเพื่อให้คำปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 61 (SBSTA 61) และการประชุมองค์กรย่อยด้านการดำเนินงานครั้งที่ 61 (SBI 61) โดยภาคีสมาชิกได้หารือและมีฉันทามติแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการพัฒนาเว็บไซต์ ชาร์ม เอล เชค (Sharm el-Sheik
วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี พุทธศักราช 2567 ณ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ มีรองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายสุรชัย ยุทธชนะ นายวัฒนา มังธิสาร และนายปรีชา ลิ้มถวิล พร้อมด้วย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ผู้ตรวจราชการกรม คณะผู้บริหาร (ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ทั้ง ๗๒ จังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) และประชาชนร่วมในพิธี ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกอบพิธีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถ ได้หยิบผ้าพระกฐินพระราชทานจากพานทอง ไปยังโต๊ะหน้าพระสงฆ์ วางผ้าพระกฐินบนพานแว่นฟ้า แล้วเดินไปยังโต๊ะหมู่บูชาหน้าพระประธาน ประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายเครื่องบริวารกฐิน โดยยอดเงินถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,856,869.40 บาท สำหรับการถวายผ
ธนาคารอาหารชุมชน “เกษตรวิชญา” แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร เกษตรวิชญา หมายถึง ปราชญ์แห่งการเกษตร คือชื่อของศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตั้งอยู่ที่ บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วันนี้ได้ก่อเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ประชาชนในพื้นที่ ในการยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเมื่อครั้งในอดีต ปฐมบทแห่งการพัฒนาตามพระราชดำริ เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังพื้นที่บ้านกองแหะ และทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้แนวทาง หรือวิธีการที่เหมาะสมต่อการเกษตร เลือกพืชปลูกให้เหมาะสม กำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการอนุรักษ์ แ
ส.ป.ก. ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันอาทิตย์ที่ 27ตุลาคม พุทธศักราช 2567 เวลา 15.14 น. ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 8 สวนหลวงพระราม 8 กรุงเทพมหานคร นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีครั้งสำคัญการเ
วันนี้ (3 ตุลาคม 2567) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ฟาร์ม เอ็กซ์โป 2024 ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตลาดสินค้าการเกษตรไทย มุ่งยกระดับสู่ภาคเกษตรมูลค่าสูง ด้านการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ และ นายโกศล บุญคง รองผู้ว่าการด้านบริหาร ร่วมนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ของ กยท. เพิ่มมูลค่ายางพารา สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวสวนยางที่ดียิ่งขึ้น นายณรงศักดิ์ กล่าวถึงการเข้าร่วมในครั้งนี้ว่า ตามนโยบายของ รมว.เกษตรฯ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร ตลอดจนพัฒนาอาชีพเกษตรกรให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ซึ่ง กยท. ได้สนับสนุนการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นสินค้ายางพาราคุณภาพดีและผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อสุขภาพ โดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดการนำยางพาราไปใช้ให้เกิดประโยชน์ภายในประเทศมากที่สุด ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่ายางพาราผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานมหกรรมการเกษตรในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้ประกอบและประชาชนทั่วไปแห่ร่วมงานอย่างคับคั่ง ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในงานแสดงนวัตกรรมและสินค้าการเกษตรครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ผ่านโซนแสดงนวัตกรรมกว่า 14 โซน และ 60 ไฮไลท์ รวมกว่า 300 บูธ ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรในทุกมิติ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เกษตรกรไทย และภาคการเกษตรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี งานจัดขึ้นวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงาน ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) ในครั้งนี้ เป็นการผลักดันอย่างต่อเนื่องที่สำคัญของภาคเกษตรที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องด้วยการเกษตรเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตมาอย่างย
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2567 และมีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 125,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 4,832 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.01) ประกอบด้วย งบประมาณของส่วนราชการ จำนวน 122,627 ล้านบาท งบประมาณของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 270 ล้านบาท และกองทุนจำนวน 2,461 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณจำนวน 125,358 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินหน้าสนับสนุนนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสภาคการเกษตร ดังนี้ 1. สร้างรายได้ วงเงิน 82,850 ล้านบาท ด้วยการเร่งให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดินทำกิน โดยดำเนินการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปรับปรุงหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนการผลิตพ
นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังกล่าวเปิด “การประชุมเพื่อลดมลพิษทางอากาศ โดยการหลีกเลี่ยงการเผาในภาคการเกษตร : สร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนในการแทนที่การเผาไหม้พืชผล” (Reduction of Air Pollution through Avoidance of Burning in Agriculture : “Facilitate partnership that scale viable alternative to crop burning”) ซึ่งจัดขึ้นโดย Friends of Thai Agriculture หรือ FTA โดยมี นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติภายในงาน ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ ว่า การประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทุกภาคส่วน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาของประเทศไทย และลดการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยและประชากรทั่วโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้ริเริ่มนโยบายสำคัญหลายประการ เพื่อลดผลกระทบจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติโดยเครือข่ายเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ คือ Smart Farmer และ Young S
ข้าว เป็นอาหารหลักของคนไทย และอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญทั้งในด้านการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่ขั้นตอนในการปลูกข้าวบางขั้นตอนกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ข้าวถูกปลูกอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษซากพืชในปริมาณมาก และเมื่อย่อยสลายจะปลดปล่อยก๊าซมีเทน ที่เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงการเผาตอซังข้าวหลังการปลูกข้าว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้น การหาแนวทางในการปลูกข้าวที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายการเกษตรยั่งยืน ที่เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวให้เกิดความยั่งยืน โดยได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตข้าวอย่างยั่งยืน แก่เกษตรกรตลอดห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่การคุ้มครอง คุณวิญญู วีระนันทาเวทย์ เจ้าของโรงสีข้าวกิจอุดม อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ต้นแบบโรงสีข้าวผลิตสินค้าเกษตรข้าวยั่งยืน สนับสนุนการปลู
ข้าว เป็นอาหารหลักของคนไทย และอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญทั้งในด้านการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่ขั้นตอนในการปลูกข้าวบางขั้นตอนกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ข้าวถูกปลูกอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษซากพืชในปริมาณมาก และเมื่อย่อยสลายจะปลดปล่อยก๊าซมีเทน ที่เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงการเผาตอซังข้าวหลังการปลูกข้าว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้น การหาแนวทางในการปลูกข้าวที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายการเกษตรยั่งยืน ที่เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวให้เกิดความยั่งยืน โดยได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตข้าวอย่างยั่งยืน แก่เกษตรกรตลอดห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่การคุ้มครอง คุณธนู ทัฬหกิจ “เกษตรกรรักษ์โลก” ประธานกลุ่มข้าวยั่งยืน บ้านดอนหมู อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เข้าร่วมมาตรฐานข้าวยั่งยืนเมื่อปี
