กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง มีแนวโน้มที่รุนแรง และแผ่วงกว้างกระทบพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ซึ่งจังหวัดชัยนาท และจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) ได้แปลภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 8 (ข้อมูล ณ 19 มกราคม 2563) พบว่า จังหวัดชัยนาท พื้นที่ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมงและตำบลห้วยกรดพัฒนา อำเภอสรรคบุรี ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช ตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอหนองหญ้าไซ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ เป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง จากการลงพื้นที่ของ สศท.7 เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง เบื้องต้นพบว่า พืช ข้าวนาปรัง และมันสำปะหลัง ได้รับผลกระทบทำให้ผลผลิตลดลง จึงมีการเตรียมข้อมูลและวางแผนด้านการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหา ให้ลดการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำปริมาณมาก โดยเฉพาะข้าวนาปรัง และหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อาทิ ถั่วลิสง ถั่วเขียว ข้าว
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตร กรป.กลางมะปรางมันปัตตานี จำกัด ตำบลช้างไห้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมี นางรอชนานี สันหมุด สหกรณ์จังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดปัตตานี บุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี คณะกรรมการสหกรณ์และสมาชิก ให้การต้อนรับ สหกรณ์การเกษตร กรป.กลางมะปรางมันปัตตานี จำกัด สมาชิก 556 คน ทุนดำเนินงาน 21,570,448 บาท ดำเนินงาน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเงินรับฝากจากสมาชิก ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย และธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสด โดยเป็นกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ยางพารา (Mega Farm Enterprise) โดยได้ดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำยางสด และยางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิก และเกษตรกรอีกทางหนึ่ง ในปี 2562 มีสมาชิกร่วมโครงการแปลงใหญ่ยางพารา 157 ราย เนื้อที่ 1,300 ไร่ ปริมาณการรวบรวม จำนวน 22.173 ตัน ซึ่งการทำแปลงใหญ่ยางพารา ช่วยให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันผลิตยางพาราและรวบรวมผลผลิตจำหน่ายสู่ตลาด ช่วยลด
อ.ส.ค. เตรียมจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “รักนม รักฟาร์ม สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทาน” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม และสืบสานพระราชปณิธาน พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยยุคใหม่ เพื่อก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติ” โดยงานจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 29 ม.ค.-9 ก.พ. 63 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระองค์ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทยและแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนยีการเกษตรสมัยใหม่ไปสู่เกษตรกร จัดงานขึ้นระหว่าง วันที่ 29 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นงานประจำปี ที่ อ.ส.ค. จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปีนี้จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ภายใต้แนวค
นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ครั้งที่ 1/2563 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการกรมส่งเสริมการเกษตร (Operation Room) ชั้น 2 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีนายวราวุธ ชูธรรมธัช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2558 – 2562 ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งร่วมพิจารณาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ฉบับที่ 3 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 โดยสังเขป มี 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิต การตลาดไม้ผล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที่
นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ครั้งที่ 1/2563 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการกรมส่งเสริมการเกษตร (Operation Room) ชั้น 2 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมี นายวราวุธ ชูธรรมธัช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2558 – 2562 ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งร่วมพิจารณาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ฉบับที่ 3 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนา ผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 โดยสังเขป มี 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิต การตลาดไม้ผล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63 ข้าวรอบที่ 2 (นาปรัง) จํานวน 4.54 ล้านไร่ โดยข้อมูลเบื้องต้นจากการรายงานผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ณ 8 มกราคม 2563 พบว่า มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 3.12 ล้านไร่ หรือร้อยละ 68.72 ของแผน โดยในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) เกษตรกรปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 2.25 ล้านไร่ (แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 1.59 ล้านไร่ ซึ่งไม่อยู่ในแผนการเพาะปลูก และนอกเขตชลประทาน 0.66 ล้านไร่) คิดเป็น 2.14 เท่าของแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา (22 จังหวัด) ดังนั้น หากเกิดภัยแล้ง อาจจะเกิดปัญหาการพิพาทกันในเรื่องการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกร และปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในบางพื้นที่ รวมทั้งปัญหาในเรื่องที่เกษตรกรบางส่วนต้องซื้อน้ำหรือสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อไม่ให้ข้าวที่ปลูกไปแล้วเสียหาย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวนาปรังมีแนวโน้มสูงขึ้น จากข้อมูล สศก. ปี 2562 พบว่า ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังประมาณ 7.89 ล้านไร่ ซึ่งในปี 2563 เกษต
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุน FTA ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 161.79 ล้านบาท ให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อรองรับ FTA เพื่อยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อ ตั้งแต่การผลิตโคต้นน้ำจนถึงการตลาดเนื้อคุณภาพสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ การอนุมัติเงินกองทุนครั้งนี้ สศก. เล็งเห็นถึงความสำคัญของเตรียมการรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าไทย – ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการ SSG ภายใต้ความตกลง TAFTA ในวันที่ 1 มกราคม 2564 และคาดว่า จะมีการนำเข้าโคมีชีวิต เนื้อโคแช่แข็ง และเครื่องในโคแช่แข็งจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์มากขึ้น อันเป็นผลมาจากที่ราคาถูกกว่าเนื้อโคในประเทศไทย และจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สูง ประกอบกับราคาจำหน่ายโคเนื้อที่ไม่แ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้แถลงข่าวใหญ่ “มอบของขวัญปีใหม่ การขับเคลื่อนภาคการเกษตร ปี 2563” ไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรครบทุกมิติ ซึ่งประกอบไปด้วยประเด็นสำคัญ อาทิ การบริหารจัดการแหล่งน้ำทั้งระบบ การส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ การใช้ระบบตลาดนำการผลิต เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ/ล้นตลาด การลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร การจัดทำข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data) และศูนย์เทคโนโลยีทางการเกษตร (Agri-technology and innovation center: AIC) การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) รวมไปถึง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้ สศก. แจ้งไปยังทุกหน่วยงานเพื่อเร่งจัดทำรายละเอียดแผนปฏิบัติการ (Action plan) ในการขับเ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 (COP 25) ระหว่างวันที่ 2-9 ธันวาคม 2562 ซึ่งการประชุมดังกล่าวจัดขึ้น ณ กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางที่เป็นรูปธรรมให้บรรลุข้อตกลงในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับความตกลงปารีส โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย ผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีกรมวิชาการเกษตร และ สศก. ร่วมประชุม สำหรับการเจรจาในส่วนของภาคเกษตร กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ยังคงให้ความสำคัญกับการเรียกร้องให้เกิดความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนภาคเกษตร ภายใต้ “การทำงานร่วม Koronivia” (Koronivia Joint Work on Agriculture: KJWA) ซึ่งกำหนด Roadmap ระหว่าง 2018 – 2020 และการสนับสนุนจากองค์กรท
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสินค้ามะพร้าว ภายใต้คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เปิดเผยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้มอบหมายให้ สศก. ลงพื้นที่แหล่งผลิตมะพร้าวที่สำคัญ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตมะพร้าวผลแก่ของ สศก. แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว โดย สศก. ได้จัดเวทีชี้แจงและตอบข้อสงสัยต่างๆ ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ อำเภอบางสะพาน และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังรวมกว่า 60 ราย การจัดเวทีชี้แจงครั้งนี้ สศก. โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์สารสนเทศการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) ได้ชี้แจงถึงขั้นตอนและกระบวนการจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตทางเศรษฐศาสตร์ ที่ได้คำนวณถึงปัจจัยค่าแรง/ค่าจ้าง ค่าวัสดุ ค่าเสียโอกาสของเงินลงทุน ค่าเช่าที่ดินต่อฤดูกาลผลิต และต้นทุนเฉลี
