กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนแล้งและฝนทิ้งช่วง ระหว่างมิถุนายน – ธันวาคม 2562 พบความเสียหายครอบคลุมทุกภาครวม 19 จังหวัด ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2562 พบพื้นที่เสียหาย ด้านพืช 5,203,667 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 4,359,136 ไร่ พืชไร่ 804,664 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 3,866 ไร่ รวมมูลค่าความเสียหาย 5,822.07 ล้านบาท และพบว่าสถานการณ์ภัยแล้งยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแผนและมาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือ และลดผลกระทบที่เกิดจากความเสียหาย เช่น มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคเกษตร มาตรการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เกษตรที่ประสบภัย และสร้างความตระหนักให้เกษตรกรรับรู้ถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อปรับตัวรองรับสถานการณ์ เช่น ปรับเปลี่ยนการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจาก Big Data ด้านการเกษตร เพื่อประกอบการตัดสินใจและวางแผนการผลิตซึ่งปีเพาะป
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าบทบาทภารกิจของ สศก. ในการจัดทำและบริการข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การจัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรที่สำคัญเพื่อให้เกษตรกรทราบถึงข้อมูลช่วงเวลาการผลิตและการเก็บเกี่ยวสินค้าเกษตรในแต่ละเดือนของปีเพาะปลูกนั้นๆ โดยได้จัดทำและรวบรวมสินค้าเกษตรสำคัญ 20 ชนิด เพื่อเผยแพร่ให้เกษตรกรใช้ในการวางแผนการผลิตและผู้สนใจได้นำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน สศก. ได้พัฒนาการจัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรให้ลงลึกในรายละเอียดระดับจังหวัดมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในด้านการผลิตแล้ว ยังเสริมสร้างความมั่นคงอาหาร รวมทั้งสร้างสมดุลตลาดสินค้าเกษตรในระดับพื้นที่ เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชนและท้องถิ่นไปพร้อมกันอีกด้วย สำหรับการจัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรระดับจังหวัด สศก. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงอาหารตลอดห่วงโซ่ ภายใต้คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ได้ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งส่วนกลางและในระดับพื้นที่ ได
กษ. พร้อมขับเคลื่อนโครงการฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ดีเดย์ 25 ธันวาคมนี้ เตรียม Kick off ผนึก 10 กระทรวง ลงนาม MOU ประเดิมลุยแผนระยะแรก จัดทำฐานข้อมูลเพื่อให้บริการในสินค้าเกษตรสำคัญ 5 ชนิด รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร เพื่อป็นของขวัญปีใหม่มอบให้เกษตรกรและพี่น้องประชาชน นายอลงกรณ์ พลบุตร ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้มีนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิตอลด้านการเกษตร ด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเกษตรอัจฉริยะ (Intelligence Agricultural Big data) และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเครื่องมือให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายเกษตร 4.0 กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีเลขาธิการ สศก. เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ Big data เพื่อร่วมผนึกกำลังในการขับเคลื่อน B
“อลงกรณ์”ชี้ต้องเร่งระบายเกลือล้นฉาง 25,000 ตันพร้อมรับมือเกลือฤดูใหม่เกือบ1ล้านต้น ประสานพาณิชย์-กรมศุลกากรดูแลปัญหาเกลือต่างประเทศทะลักราคาต่ำทำให้เกลือไทยขายไม่ออก นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาปัญหาเกลือทะเลวันนี้(10ธ.ค.)ว่าปัญหาหลักเกิดจากมีการนำเข้าเกลือต่างประเทศจำนวนมากราคาไม่ถึง 1 บาทต่อ กก. ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุนของเกษตรกรในประเทศ ทั้งที่มีค่าขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำให้เกลือทะเลในประเทศขายไม่ออกค้างสต๊อกอยู่ในยุ้งฉางกว่า 25,000 ตัน เกษตรกรชาวนาเกลือขาดเงินทุนหมุมเวียนและไม่มียุ้งฉางรองรับเพียงพอยิ่งกว่านั้นจะมีเกลือฤดูใหม่เริ่มทยอยเก็บตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมนี้ถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้าอีกเกือบ 1 ล้านตัน นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่าในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ล่าสุด เมื่อวันที่6ธ.ค.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนด 5 มาตรการสำหรับเพื่อช่วยเหลือชาวนาเกลือ ได้แก่ 1.มาตรการเร่งระบายเกลือค้างสต๊อค 2.มาตรการจำนำเกลือในยุ้งฉาง 3.มาตรการสินเชื่อเพื่อซ่อมเสริมสร้างยุ้งฉางและพัฒนาการ
“เฉลิมชัย” นำทีมลงใต้ ติดตามสถานการณ์น้ำ สร้างความมั่นใจในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ ย้ำทุกจว.เตรียมแผนรับมือเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 62 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และความคืบหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) จังหวัดสงขลา โดยมี นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 15 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 16 และนายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปความก้าวหน้าของโครงการฯ ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน คลองภูมินารถดำริ (คลองระบายน้ำ ร.1) รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เป็นอย่างมาก จากการลงพื้นที่ติดตามงานก่อสร้างปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี เปิดแล้วมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” อย่างยิ่งใหญ่เพื่อยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณและเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาดินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านกระทรวงเกษตรฯประกาศพร้อมยึดแนวทางพระราชดำริเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรดินภาคเกษตรทั่วประเทศสู่ความยั่งยืน วันนี้ (4 ธันวาคม 62) พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพิธีงานมหกรรม“ภูมิพลังแผ่นดิน” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการจัดการดิน เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคมระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคมโดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการมอบประกาศเกียรติคุณให้ศูนย์เครือข่ายและศูนย์เรียนรู้เครือข่าย พกฉ. ที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระอัจฉริยภ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนจังหวัดอุทัยธานี เมืองเกษตรปลอดภัย ในพื้นที่นำร่องตำบลเกาะเทโพ และพบปะพี่น้องเกษตรกร ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านเกาะสวรรค์ ตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายบุญธรรม ทองพิจิตร นายอำเภอเมืองอุทัยธานี นายวิรัช ฉายาประเสริฐ รักษาราชการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี นางสาวเยาวรัตน์ เรืองสาตรา สหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายจังหวัดอุทัยธานีเมืองเกษตรปลอดภัยและกล่าวกับพี่น้องเกษตรกรว่า เกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ เป็นนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานราชการต้องขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่สำคัญประชาชนต้องให้ความร่วมมือและร่วมกันผลิตสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัย รัฐบาลและหน่วยงานราชการจะเป็นฝ่ายจัดหาตลาดเพื่อรองรับผลผลิตเหล่านี้
พะเยา ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพราะชาวนาจังหวัดพะเยาปลูกข้าวหอมมะลิในดินที่เกิดจากตะกอนลำน้ำ ที่ถูกพัดพามาจากน้ำแม่อิง มีส่วนประกอบจากหินภูเขาไฟและหินตะกอนชนิดต่างๆ พบบริเวณพื้นที่ราบหรือค่อนข้างราบระหว่างหุบเขา ซึ่งเหมาะแก่การปลูกข้าวหอมมะลิ ทำให้ข้าวหอมมะลิพะเยามีความหอมที่โดดเด่น และเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเกิดแนวคิดขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว ภายใต้ชื่อ “พะเยาโมเดล” โดยจับมือกับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดพะเยา และ บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิ ความชื้น 15% ในราคา 18,000 บาท ต่อตัน ซึ่งสูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ในปี พ.ศ. 2562 ถึง 3,000 บาท ต่อตัน โดย บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด เริ่มรับซื้อผลผลิตในเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป “ข้าวฮักพะเยา” คุณสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รับผิดชอบธุรกิจข้าวและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ข้าว
อ.ส.ค.เตรียมจัดงาน “Thai-Denmark Milksic Festival 2019” หวังปลุกกระแสและสร้างค่านิยมเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ถึงGen X ให้หันมาดื่มนมไทย-เดนมาร์ค นมโคสดแท้100% ไม่ผสมนมผงที่ผลิตจากน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้คนไทยและสนับสนุนโคนมอาชีพพระราชทานให้เป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน อีกทั้งเป็นการผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์อันดับที่ 1 ที่อยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยภายในปี 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการจัดงานไทย-เดนมาร์ค มิ้ลค์สิค เฟสติวัล 2019 (Thai-Denmark Milksic Festival 2019) ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อ สืบสาน รักษา ต่อยอด “โคนมอาชีพพระราชทาน” ซึ่งเป็นอาชีพทรงคุณค่าที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานไว้ให้แก่เกษตรกรไทย ทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน จึงมอบหมายให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) จัดงานรณรงค์การบริโภคนมด้วยผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คภายใต้ชื
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงข่าวเปิดโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2563 ชูแนวคิด “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” คัดสรรสินค้าสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จัดลงกระเช้าของขวัญและตกแต่งสวยงาม ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเน้นสินค้าเพื่อสุขภาพ เปิดจำหน่ายที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 – 12 มกราคม 2563 พร้อมบริการส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อซื้อสินค้าครบ 10,000 บาท ผู้สนใจกระเช้าสินค้าสหกรณ์สั่งซื้อได้ทางออนไลน์ Facebook : coop market และ ID Line : cpd.shop หวังขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ไปสู่ผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพจากจังหวัดต่างๆ มาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้า เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเริ่มดำเนินการมาอ
