กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณลุ่มน้ำประแสร์ ให้มีเพียงพอสำหรับส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกในเขตโครงการ และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ โดยมีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมเขตอำเภอวังจันทร์ อำเภอเขาชะเมา และอำเภอแกลง ของจังหวัดระยอง ซึ่งที่ผ่านมา โครงการฯ มีแหล่งน้ำต้นทุนที่เพียงพอทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าด้วยระบบท่อพร้อมทั้งหัวจ่ายน้ำสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แต่ยังไม่มีระบบแพร่กระจายน้ำสมบูรณ์ที่จะเข้าถึงทุกแปลงของเกษตรกรโดยตรง ดังนั้น กรมชลประทาน โดยสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 19 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบชลประทานระดับไร่นา (On Farm Irrigation) จึงได้ดำเนินการก่อสร้างโดยการเชื่อมท่อส่งน้ำย่อยเข้ากับท่อส่งน้ำหลักเพื่อส่งน้ำเข้าสู่แปลงของเกษตรกร ช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะได้ จากการติดตามของ สศก. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการฯ พบว่า มีพื้นที่ได้
19 องค์กรเกษตรกร รับทราบมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ชี้เลื่อนแบนพาราควอต ไม่ได้ช่วยเกษตรกร อุตสาหกรรมในประเทศ และการส่งออก หากรัฐมนตรีลงนามในประกาศฯ ก็จะยื่นเรื่องฟ้องศาลทันที เพราะเสียหายหนัก ปีหน้าเกษตรกรต้นทุนเพิ่ม 1,400% กระทบมูลค่าการส่งออก 5.7 แสนล้านบาท GDP ภาคการเกษตรหายวับ 43% นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศฯ เรื่องยกเลิก 3 สารเคมีเกษตร และข้อมูลจาก 19 องค์กรเกษตรถึงความจำเป็นของพาราควอตต่อพืชเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ไม่ถูกนำไปประกอบการพิจารณาในการตัดสินของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดังนั้น 4 เดือนจากนี้ไป กรมวิชาการเกษตร จะต้องศึกษาข้อมูลผลกระทบทางเศรษฐกิจ และหาสารทดแทนมาให้ได้ หากยังไม่มีความชัดเจน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะเซ็นต์ประกาศยกเลิกพาราควอตไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเกษตรกรจะฟ้องศาลปกครองต่อทันที และรัฐบาลต้องระงับการนำเข้า ถั่วเหลือง ข้าวสาลี พืช ผักและผลไม้จากต่างประเทศ ซึ่งยังใช้ พาราควอต ด้วยเช่นกัน ด้าน นายกิตติ ชุณหะวงศ์ นายกสมาคมอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การตัดสินครั้งนี้ เป็นเครื
ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 49 ของสหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายนคร ปราชญ์นคร ประธานกรรมการสหกรณ์และสมาชิก ให้การต้อนรับ ณ ลานอเนกประสงค์ สำนักงานโรงงานสหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าการประชุมใหญ่ของสหกรณ์มีความสำคัญมากที่ทุกฝ่ายจะได้มาร่วมกันพิจารณาระเบียบวาระต่างๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของสหกรณ์ และให้ข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งวางแผนปรับปรุงฟื้นฟูสหกรณ์และอาชีพให้กับสมาชิก ซึ่งสหกรณ์จะต้องวางแนวทางการบริหารงานเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกในปีต่อไป และเพื่อให้สหกรณ์เป็นสถาบันที่ให้บริการแก่สมาชิกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วิธีการสหกรณ์เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศให้ดีขึ้นและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนตามนโยบายภ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคใบร่วงในยางพารา ในเขตพื้นที่ปลูกยางพาราภาคใต้ตอนล่างของประเทศว่า การยางแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงถึงลักษณะอาการที่ปรากฏบนใบยางพารา ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกันกับการรายงานของประเทศสมาชิกสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ หรือ IRRDB (อินโดนีเซีย มาเลเซีย และศรีลังกา) คือ เป็นลักษณะอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของน้ำยาง ทำให้ผลผลิตลดลงกว่า ร้อยละ 30-50 โดยส่วนใหญ่จะพบในพันธุ์ยาง RRIM 600 พันธุ์ RRIT 251 และพันธุ์ PB 311 จากสถานการณ์ดังกล่าว สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 จังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมติดตาม ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ พบว่า ขณะนี้มีการระบาดของโรคดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดตรัง รวม 365,883 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 17 ของเนื้อที่กรีดได้ (ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562) แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ยี่งอ รือเสาะ เจาะไอร้อง จะแนะ สุคิริน แว้ง ระแงะ สุไหงปาดี สุไหงโก-ลก ศรี
เริ่มแล้วสำหรับการประชุมยุวเกษตรกร ระหว่างประเทศ The 3rd Asia 4-H network conference เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 8 ประเทศ ระหว่าง วันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2562 ภายใต้ธีมงาน “Great Bonding of Youth Power สัมพันธภาพที่ยิ่งใหญ่ของพลังเยาวชน” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนายุวเกษตรกรของประเทศต่างๆ และนำเสนอการพัฒนายวุเกษตรกรของประเทศไทย นายวราวุธ ชูธรรมธัช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังจากการเปิดงานว่า ได้รับมอบหมายจาก ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเป็นประธานพิธีเปิดงานในวันนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศ Asia 4-H Network Conference นับเป็นครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้น เพื่อให้เครือข่ายยุวเกษตรกรในภูมิภาคเอเชีย ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ซึ่ง Asia 4-H network เป็นเครือข่ายยุวเกษตรกรระดับภูมิภาคเอเชีย ทำหน้าที่ในการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในภูมิภาคเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นผู้นำ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา ใช้หลักการ 4-H ได้แก่ Head,
19 องค์กรเกษตร เอาจริง ยื่นค้านแบน 3 สารเคมีเกษตร หวั่นรัฐมนตรีกลับคำ เตรียมฟ้องทุกรายหากลงนามแบน 3 สารเคมี พร้อมลั่นประกาศเกษตรกรไทยไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ 19 องค์กรเกษตร ยื่นคำขาดหลังประชุมร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เหตุพบกันครั้งก่อน รับปากนำข้อมูลไปพิจารณาใหม่ แต่กลับเร่งลงนามประกาศแบน 3 สารเคมี กลุ่มเกษตรกรร่วมประกาศสัตยาบัน แบนพรรคประชาธิปัตย์ หากแบน 3 สารฯ เล็งฟ้องทุกรายที่ร่วมลงนาม นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ยกเลิก 3 สารเคมีเกษตร ผลออกมาชัดเจนแล้วว่า ร้อยละ 75 ไม่ต้องการให้แบนสารเคมีเกษตร จากกลุ่มตัวอย่าง 48,789 ราย แต่ในความเป็นจริงมีเกษตรกรอีกกว่า 1.5 ล้านราย ได้แสดงความจำนงต้องการใช้และไม่ต้องการแบนผ่านการเข้ารับการอบรมเพื่อขอซื้อและใช้สารเคมีดังกล่าว ควรนับรวมเป็นคะแนนที่คัดค้านการแบน ซึ่งจะส่งผลให้รวมแล้วเกือบ 100% ไม่ต้องการให้แบนสารฯ ดังกล่าว ดังนั้น ผลการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา จำเป็นต้องนำมาพิจารณาใหม่ โดยร
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในฐานะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนปฏิบัติราชการกรมหม่อนไหม ระยะ 3 ปี (2564-2566) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ โรงแรม เดอะไพรเวซี่บีช รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า งานกรมหม่อนไหมเป็นงานที่สำคัญ เพราะเป็นงานที่ดำเนินงานตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ส่งเสริมงานหม่อนไหมมาโดยตลอด กรมหม่อนไหม จึงต้องพัฒนาไหมไทยไปสู่ระดับนานาชาติ ต้องเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาผ้าไหมไทยให้มีคุณภาพ มีมูลค่าเพิ่ม และเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น “แม้กรมหม่อนไหมจะมีงบประมาณในการทำงานน้อย แต่ก็ขอให้พยายามคิดหาวิธีในการทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผมจะผลักดันให้ผ้าไหมไทยมีมูลค่าเพิ่มและก้าวไกลไปในระดับสากล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น” นายเฉลิมชัย กล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ควรมีการจำหน่ายผ้าไหมในทุกๆ สนามบิน เพื่อให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เห็นถึงเอกลัก
“มนัญญา” ลุยเอง นำทัพผู้บริหาร อ.ส.ค. “นมไทย-เดนมาร์ค” หาลู่ทางเปิดตลาดผลิตภัณฑ์นมในประเทศจีน หวังผลักดัน อ.ส.ค. เป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศ และเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมนมในอาเซียน ตลอดจนขยายการรองรับการเติบโตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย นส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กำลังเร่งผลักดัน อ.ส.ค. ให้เติบโตเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศไทยและเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมนมในอาเซียน โดยนำคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เดินทางไปศึกษาและสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์นม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหาลู่ทางในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ในตลาดต่างประเทศให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยการเดินทางครั้งนี้ได้สำรวจตลาดที่ Hema Supermarket ที่มีจุดแข็งในการบริหารการขายทาง Online – Offline และห้าง Carrefour ปัจจุบัน ประเทศจีน ได้มีการพัฒนาในเรื่องบรรจุภัณฑ์ ดีไซน์และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์นม ที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งจีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก หากสามารถส่งออกได้ ก็จะรองรับการเติบโตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคน
ข้าวโพด เป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกเพื่อนำเมล็ดมาเป็นส่วนผสมการทำอาหารสัตว์ ตามมติคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังการทำนาหรือในช่วงฤดูนาปรัง เพื่อปรับปริมาณการผลิตการตลาดข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความสมดุล เพื่อให้อุตสาหกรรมของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีเสถียรภาพในการผลิตสินค้าและลดการพึ่งพาจากภายนอกประเทศ ที่สำคัญคือส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ มีรายได้ 6,000 บาท ต่อไร่ มั่นคง และวิถียั่งยืน คุณสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ 3.8 ล้านไร่ มีเกษตรกร ประมาณ 2.2 แสนครัวเรือน พืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว ทุเรียน มันสำปะหลัง พริก ยางพารา หอมแดง อ้อยโรงงานหรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางพันธุศาสตร์ GI (Geographical Indications) ได้แก่ ข้าวหอมมะลิเขตทุ่งกุลาร้องไห้ และทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากสาเหตุที่เกษตรกรทำนาแบบต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณผลผลิตข้าวมาก ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้และการยังชีพ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติและอนุมัต
อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร สิ่งทอ ผนึกมือเกษตรกร ฉะสภาหอการค้าฯ และภาครัฐ เร่งรัดแบน 3 สาร เตรียมเผชิญ 4 วิบัติ เศรษฐกิจไทยปีหน้า สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวานอุตสาหกรรม สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ สงสัยการทำงานของ 3 พรรค กระทรวงใหญ่ เหตุใดเร่งรีบ แบน 3 สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส แถมจัดเต็มงบประมาณซื้อเครื่องจักร งบทำลายสารเคมีเกษตร เอื้อกลุ่มทุนสารเคมีทดแทน เผยเศรษฐกิจไทยเตรียมพบ 4 วิบัติ จากผลพวงวิกฤตการเกษตร นายภมร ศรีประเสริฐ อุปนายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า การแบนสารกำจัดวัชพืชจะกระทบกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาไทยส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด สร้างรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และเป็นที่ยอมรับจากประเทศคู่ค้าไม่เคยพบปัญหาสารตกค้าง จึงมองว่ารัฐควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำอะไร ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศ
