กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลการปลูกข้าวนาปี ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) พบว่า เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการปลูกข้าวนาปีในพื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เฉลี่ย 828 บาท/ไร่ ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีในพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) จะได้รับผลตอบแทนสุทธิเพียง 347 บาท/ไร่ โดยพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม มีจำนวน 3.4 แสนไร่ คิดเป็นร้อยละ 25 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งจังหวัด ไม้ผล ที่น่าสนใจนำมาปรับเปลี่ยนในพื้นที่นาที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม คือ มะม่วงน้ำดอกไม้ โดยมีต้นทุนการผลิต 14,934 บาท/ไร่ ให้ผลตอบแทนจากการผลิตในปีที่ 4-5 ผลผลิต 1,123 กิโลกรัม/ไร่ เกษตรกรขายได้ในราคา 47.96 บาท/กิโลกรัม คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) 38,922 บาท/ไร่/ปี โดยผลผลิตในจังหวัดส่วนใหญ่ ร้อยละ 60 ขายให้แก่ผู้รวบรวมจากต่างจังหวัด (กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม) เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ และผลผลิต ร้อยละ 35 ขายให้แก่ ผู้รวบรวมขายในต
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยช่วงปี 2562 งบประมาณ จำนวน 3,120 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย ปี 2562 จากพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบหมายให้ สศก. วิเคราะห์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตร จากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่ง สศก. พบว่า การดำเนินงานตามแผนปฎิบัติการทั้ง 5 โครงการ จะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร จำนวน 1.08 ล้านครัวเรือน ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 36,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1,282 % ของงบประมาณที่ใช้ไป ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 40,002 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าการดำเนินงานของแต่ละโครงการ จะส่งผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ ดังนี้ 1.โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ถั่วเขียว) จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 6,429 ล้านบา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันบูรณาการข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การบูรณาการบริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย สวก. เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านเกษตร และ สวรส. เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านสาธารณสุข ดังนั้น เพื่อให้การบูรณาการบริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบกับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางที่ วช. รับผิดชอบอยู่ ดังนั้น ทั้ง 3 หน่วยงาน จึงได้ร่วมลงนามความร่วมมือใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS)และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 วาระที่ 1 วงเงินงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงินรวม 110,874 ล้านบาท สามารถจำแนกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน 25,536 ล้านบาท 2. กลุ่มงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง/หน่วยงาน (Function) จำนวน 33,600 ล้านบาท 3. กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) จำนวน 43,588 ล้านบาท 4. กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ (Area) จำนวน 8,150 ล้านบาท จากคำของบประมาณดังกล่าว มีการดำเนินงานที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 12 เรื่อง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้อง 8 เรื่อง วงเงินรวม 23,638 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. การแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน วงเงิน 1,349 ล้านบาท 2. มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก วงเงิน 4 ล้านบาท 3. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม วงเงิน 5,499 ล้านบาท 4. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน วงเงิน 16 ล้านบาท 5.
ตามกระแสข่าวโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความว่าประเทศไทยจะประกาศห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิตการใช้สารเคมีอันตรายในภาคเกษตรกรรม 3 ชนิด คือ พารา ควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส เพราะเป็นสารอันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงจะให้ยกเลิกการใช้ และจะมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไรสำหรับสารเคมีตัวอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ และจะมีแนวทางในการใช้สิ่งใดทดแทนที่มีประสิทธิภาพทั้งเชิงป้องกันกำจัดและสะท้อนต้นทุกการที่ผลิตที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำนักงานบริการวิชาการ ร่วมกับคณะเกษตร จะจัดเสวนาเรื่อง “ถ้าแบน 3 สาร อะไรจะเกิดขึ้นกับภาคเกษตรกรรมไทย” ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อเผยแพร่ความรู้ การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมเสวนากับวิทยากร เพื่อประมวลจัดทำสรุปประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารเคมีอันตรายในภาคเกษตร 3 ชนิด และสารเคมีที่มีพิษตัวอื่นๆ ด้วย เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และความ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกให้แก่เกษตรกรตาม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1” โดยมี นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม2562 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 โดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว โดยกลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 20,940 ล้านบาท จำนวนเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์กว่า 4.31 ล้านราย โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ
นับตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ถือว่า นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีอายุก้าวสู่ปีที่ 32… กว่า 30 ปี นิตยสารได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนทางด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง หากท่านที่ติดตามการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด จะทราบระบบการผลิตสินค้าการเกษตรของไทยเป็นอย่างดี เพราะมีการรวบรวม เรียบเรียง ผู้ประสบความสำเร็จมานำเสนอ ทุกสาขาอาชีพการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การแปรรูปสินค้าเกษตร การตลาด การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ อาชีพเกษตรกรรมบางสาขา ได้แบ่งแยกย่อยออกไปอีก อย่างทางด้านพืช มีพืชไร่นา พืชสวน พืชสวนอุตสาหกรรม พืชสมุนไพร ทางด้านอื่น อย่างปศุสัตว์ ก็แบ่งเป็นสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์เลี้ยงสวยงาม แต่ทีมงานก็ตามเก็บข้อมูล เพื่อนำเสนอให้กับผู้สนใจ กิจกรรมเสริมที่มิตรรักนักอ่านเทคโนโลยีชาวบ้านทราบกันดี ถือว่าเป็นจุดเด่นคือ เสวนาเกษตรสัญจร งานสัมมนาวิชาการที่อยู่ในความสนใจ ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 32 ทีมงานจึงได้จัดสัมมนา “ไม้ผลพารวย ยุค 5 G” ขึ้น ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 31 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. วิทยากรเริ่มจาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการ
ธ.ก.ส. ประเดิมจ่ายเงินประกันรายได้ชาวนา ปี 2562 งวดแรก 15 ต.ค. 62 จำนวน 3.49 แสนราย วงเงินกว่า 9,400 ล้านบาท ตามมติ ครม. ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือยกระดับรายได้ให้กับชาวนาทั่วประเทศกว่า 4.31 ล้านราย วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1” โดยมี นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 โดย นายอุตตม วนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านร
สหกรณ์ชาวสวนยางขานรับนโยบายประกันรายได้ พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่รักษาสัญญา ช่วยซับน้ำตาชาวสวน-คนรับจ้างกรีด ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากยางราคาตกกว่า 1.7 ล้านคน และยกระดับเสถียรภาพราคายางในประเทศแบบยั่งยืน ภายหลังรัฐบาลมีมติให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและลดผลกระทบให้แก่เกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ นายกิตติธัช ณ วาโย รองผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด ได้แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายดังกล่าวว่า ปัจจุบัน สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ มีสมาชิก 4,000 กว่าคน ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและธุรกิจหลักของสหกรณ์คือ รวบรวมน้ำยางสดแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน โดยรับซื้อยางประมาณ 500 กว่าตัน/ปี ปัจจุบัน สมาชิกมีความเดือดร้อนจากปัญหายางต่อเนื่อง โครงการประกันรายได้จึงถือเป็นความหวังของเกษตรกร นายกิตติธัช กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางในขณะนี้ด้วยว่า ในส่วนของสหกรณ์จะรับซื้อน้ำยางสดจากสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 35 – 37 บาท ถือว่าเป็นเกณฑ์ที่ต่ำมาก ส่วนราคาที่รัฐบาลจะประกันให้ ทราบว่าอยู่ที่ราคา 50 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ทำ
แนวทางพิจารณาแก้ไขเร่งด่วน ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ มันสำปะหลัง ข้าวโพดประธานอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง สั่งลุยทันที!! ตอน หารือหน่วยงานร่วมแก้ปัญหาพื้นฐาน ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตผู้อ่านถึงความเป็นมาของปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำมาหลายปี สร้างความเดือดร้อนของบรรดาพี่น้องที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมไปทุกหย่อมหญ้า ว่ากันอย่างนั้น พลอยทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่ลงตามๆ กัน ตลอดระยะเวลา 5 ปีเศษ ที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การเข้าถึงของเกษตรกรไปสู่ผู้แทนนั้น ต้องทิ้งช่วงไปของการขอความช่วยเหลือเป็นตัวแทนความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นได้เพื่อลดบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง เกษตรกรเข้าใจที่พวกเขาขาดที่พึ่งไป ครั้นเมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรไปแล้ว ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นรูปธรรมขึ้นมานั้น เป็นประชาธิปไตยแล้ว และสิ่งแรกที่รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาเร่งด่วน!! ให้นำไปพิจารณาแก้ไขของปัญหานั้นก็คือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แม้ว่ารัฐบาลเก่า หรือ คสช.เคยแก้ไขมาบ้าง แต่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ว่างั้นเถอะ การกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่อีกครั้ง ย่อมเข้าใจถึงปัญหาเก่าที่ตกค้างมา ภายหลังได้แบ่งเป็นคณะกรรมาธิการออกมาเป็น 35 คณะ แล้
