กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รมช.มนัญญา ร่วมแสดงความยินดีโอกาสครบรอบ 47 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมผลักดันนโยบายสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สนับสนุนให้สหกรณ์ดึงลูกหลานสมาชิกสหกรณ์กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตร เน้นการทำเกษตรอินทรีย์ ลดใช้สารเคมี ทำเกษตรแนวใหม่ ทำน้อยแต่ได้มาก ใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและขยายช่องทางตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภค นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ บริเวณลานหน้าพระอนุสาวรีย์กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ ในการนี้ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 47 ปี และเชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อมอบให้กับข้าราชการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน พร้อมทั้งยังให้นโยบายการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการ ลูกจ้างและบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ “กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสสหกรณ์ พัฒนาสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน จัดเกรดสหกรณ์ระดับ A B
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวให้นโยบายกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี ว่า ขอให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี การส่งเสริมงานสหกรณ์ เพราะจะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักหลายด้าน แต่ก็ทรงให้ความสำคัญกับงานสหกรณ์มาก เพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง “ความพอเพียงไม่ได้หมายความว่าลำบาก แต่เป็นการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืน เพราะหากไม่พอเพียงจะทำให้ชีวิตลำบาก หากรู้จักคำว่าพอเพียงจะไม่ลำบาก เกินกว่านั้นคือฟุ่มเฟือย ไร้ความจำเป็น ดังนั้นให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ในทุกพื้นที่จริงจังกับการทำงานเพื่อความเข้มแข็งสหกรณ์ กรมนี้ถือว่าทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุดและภารกิจยิ่งใหญ่ที่สุด ดิฉันอยากให้สกรณ์เราเข้มแข็ง เราต้องทุ่มเท จากนี้ดิฉันจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมและให้กำลังใจสหกรณ์ทุกพื้นที่ จะไม่มีการทอดทิ้ง” รมช.เกษตรฯ กล่าว นางสาวมน
รมช. มนัญญา มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาช่องทางการขายสินค้าสหกรณ์ผ่านตลาดออนไลน์ แชร์ส่วนแบ่งตลาด 3 ล้านล้านบาท นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมงานสหกรณ์ เพราะจะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักหลายด้าน แต่ก็ทรงให้ความสำคัญกับงานสหกรณ์มากเพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง “ ความพอเพียงไม่ได้หมายความว่าลำบาก แต่เป็นการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืน เพราะหากไม่พอเพียงจะทำให้ชีวิตลำบาก หากรู้จักคำว่าพอเพียงจะไม่ลำบาก เกินกว่านั้นคือฟุ่มเฟือย ไร้ความจำเป็น ดังนั้นให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ในทุกพื้นที่จริงจังกับการทำงานเพื่อความเข้มแข็งสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือว่าทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุดและภารกิจยิ่งใหญ่ที่สุด ดิฉันอยากให้สกรณ์เราเข้มแข็ง เราต้องทุ่มเ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการประชุมเรื่องความร่วมมือต่อต้านประมงผิดกฎหมายระหว่างอาเซียนและแปซิฟิกครั้งที่1ที่กรุงนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาว่า รู้สึกพอใจผลการประชุมครั้งแรกระหว่างอาเซียน-แปซิฟิกที่เห็นพ้องต้องกันในการสร้างความร่วมมือทางด้านประมงยั่งยืนเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร(food security)ในระดับภูมิภาคนับเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญของอาเซียน10ประเทศและกลุ่มแปซิฟิก16ประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นควรให้เสนอประเด็นการทำประมงแบบยั่งยืนเป็นวาระการพิจารณาของเอเปคด้วย ทางด้านนายปีเตอร์ ทอมสัน ฑูตพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการทางทะเลและมหาสมุทรแสดงความยินดีที่อาเซียนพร้อมร่วมมือกับกลุ่มประเทศแปซิฟิกในการต่อต้านประมงผิดกฎหมายซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายSDGของสหประชาชาติว่าด้วยประมงยั่งยืน(Sustainable Fishery)พร้อมกับแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย(IUU Fishing)จนเป็นที่ยอมรับจากอียูและการที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนริเริ่มนโยบายประมงอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy)และการจัดตั้งเครือข่าย อาเซียนในการต่อต้านการประมงผิด
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมงาน “โครงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจ สิ่งแวดล้อม” สร้างช่องทางตลาดใหม่แก่เกษตรกร พร้อมเพิ่มศักยภาพและมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจ เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย ยกระดับสู่คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ภายในงานพบกับสินค้าเกษตรคุณภาพ หลากหลายผลิตภัณฑ์ จำหน่ายในราคาพิเศษ และกิจกรรมมากมายตลอดทั้งงาน ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2562 รวม 5 วัน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) กล่าวว่า “อ.ต.ก. ได้ดำเนินการ ขับเคลื่อน ตามนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปและพัฒนาทางด้านภาคการเกษตรโดยให้ความสำคัญและสนับสนุนให้เกษตรกร หันมาทำการเกษตรเชิงคุณภาพ และปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทั้งยังคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภคให้เกษตรกร มีความยั่งยืน จึงได้มีกำหนดจัดงาน “โครงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจ สิ่งแวดล้อม” ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2562 รวม 5 วัน ณ ลานโ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 576 ล้าน ให้สหกรณ์กู้ปลอดดอก 1 ปี นำไปช่วยฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้มีเงินทุนทำการเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมขอความร่วมมือสหกรณ์ยืดเวลาชำระหนี้และ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้กับสมาชิก นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด ตามนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมจะใช้เงินจากองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) วงเงิน 576.287 ล้านบาท จัดสรรให้สหกรณ์กู้ยืมได้สหกรณ์ละไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี ให้นำไปช่วยฟื้นฟูอาชีพให้กับสมาชิก โดยสหกรณ์สามารถนำไปให้สมาชิกกู้ต่อรายละ ไม่เกิน 20,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เช่นกัน ทั้งนี้ เงินที่ให้กู้ สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะต้องประกอบอาชีพทำการเกษตรและพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายและต้องอยู่ในเขตที่ประกาศการให้ความช่วยเหลื
มกอช. รุกดันมาตรฐานและการรับรองสินค้าเกษตร“แปลงใหญ่” เล็งไกลเพิ่มโอกาสด้านการแข่งขันรุกขยายตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ชูความสำเร็จแปลงใหญ่ปี 62 หนุนให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดในพื้นที่ 6 จว.ภาคอีสาน พร้อมดันทุเรียนแปลงใหญ่โซนภาคตะวันออกเข้าสู่มาตรฐาน GAP ช่วยยกระดับการผลิตและขยายช่องทางตลาดให้เกษตรกว้างขวางขึ้น นายวิทวัสก์ สาระศาลิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนา เรื่อง “การส่งเสริมความรู้ด้านมาตรฐานและการรับรองสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่” ว่า สืบเนื่องจากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ด้านการเกษตรได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรให้มีศักยภาพและขีดความสามารถทางการแข่งขันและมุ่งยกระดับการผลิตให้เข้าสู่คุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย ประกอบกับกระทรวงเกษตรฯ ได้มีนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มทำการผลิต การบริหารจัดการร่วมกัน และรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน โดยให้เกษตรกรสามารถเป็นผู้จัดการ บริหารการผลิต ผลผลิต และการตลาด เพ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นวาระที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยในส่วนของภาคเกษตร แม้จะยังไม่มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แต่กลับเป็นภาคที่มีความเสี่ยงสูงต่อสถานการณ์ภาวะโลกร้อน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2562 ที่กระทบพื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง ต่อมาเพียง 2 สัปดาห์ เกิดพายุโซนร้อนฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในภาคอีสานตอนล่าง มีพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 3.36 ล้านไร่ (ข้อมูลศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ณ วันที่ 20 กันยายน 2562) ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศอย่างเห็นได้ชัด โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้ประเมินไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2573 หรืออีก 11 ปีหลังจากนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลอย่างรุนแรงต่อภาคเกษตรในทุกพื้นที่ทั่วโลกหากไม่มีการรับมือจริงจัง การจัดอันดับดัชนีความเสี่ยงจากสภาพอากาศโลก ระหว่างปี ค.ศ. 1998 – 2017 ในรายงาน Global Climate Risk Index 2019 ระบุว่
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงปฏิญญาร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินทรฯ สยามบรมราชกุมารี” ของจังหวัดน่าน ซึ่ง สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ได้รับแต่งตั้งในคณะทำงานด้านการเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ได้ร่วม ลงนามในปฏิญญาดังกล่าวกับส่วนราชการต่างๆ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ซี่งมี นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงาน เป็นประธาน การลงปฏิญญาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานระหว่างส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ และร่วมการจัดทำแผนภายใต้โครงการฯ ในส่วนของภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในทุกมิติ ทั้งด้านความหลากหลายของทรัพยากรจากธรรมชาติของภูฟ้า เช่น สัตว์บก สัตว์น้ำ แมลง พืชอาหาร พืชสมุนไพร พืชใช้ประโยชน์ เห็ด แหล่งท่อง
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่าที่ผ่านมาทั้ง 2 หน่วยงานมีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อร่วมมือในด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โดยผ่านตู้ประชาสัมพันธ์ Kiosk ซึ่งเป็นระบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งให้บริการ ณ ที่ทำการ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ และยังมีความร่วมมือกันในด้านข้อมูล Big data กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งข้อมูลราคาสินค้าเกษตรรายวัน ผ่านเว็บไซต์แผ่นดินทอง และ Application A-Mobile และข้อมูลราคาสินค้าเกษตร สำหรับพยากรณ์ราคาสินค้าเกษตรรายเดือน การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ระหว่าง สศก.และ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือทางวิชาการให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลด้านการติดตามประเมินผล การประมาณการ GDP ภาคเกษตร และการสำรวจข้อมูลโดยนำเทคโนโลยีสารสนเท
