กล้วย
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายการุณย์ มะโนใจ รักษาการเกษตรอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “กล้วยยักษ์” ซึ่งเป็นรูปกล้วยหักมุกขนาดใหญ่ 1 ลูก โดยนายการุณย์ ให้ข้อมูลว่า เพื่อนบ้านในหมู่บ้านนำมาแบ่งปันให้เมื่อเย็นวันนี้ (19 ก.พ. 62) สอบถามพี่ชายของภรรยาทราบว่าพื้นถิ่น ต.แม่ใส อ.เมืองพะเยา เรียกว่า กล้วยตีบ ส่วนผู้สูงอายุเรียกอีกอย่างว่ากล้วยหมาโล ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ทางด้าน อ.เชียงคำ อ.ภูซาง จ.พะเยา จะเรียกว่า กล้วยส้ม เนื่องจากหากกล้วยสุกแล้วรับประทานโดยที่ไม่นำไปปิ้ง ย่าง หรือนึ่ง กล้วยชนิดนี้จะมีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย จึงเรียกว่า กล้วยส้ม สำหรับชื่อปกติทั่วไปเรียกว่า กล้วยหักมุก เพื่อนของตนให้ข้อมูลว่านำไปปิ้งจะหอมและอร่อยมาก ส่วนกล้วยหักมุกที่ตนได้มาจากเพื่อนบ้านในครั้งนี้ น้ำหนักประมาณ 0.5 กก. ตนเพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน ที่มา : มติชนออนไลน์
กล้วยน้ำว้าในประเทศไทย พบว่ามีอยู่ประมาณ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้ขาว, กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้เหลือง และกลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้แดง โดยกล้วยน้ำว้าในแต่ละกลุ่มก็มีลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น กล้วยน้ำว้าไส้ขาว ที่รู้จักกันดีคือ “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เมื่อนำไปทำ “กล้วยตาก” จะได้กล้วยตากที่สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำ หรือ เอาไปทำกล้วยแผ่นอบ ก็จะมีสีเหลืองสวยพอดี ไม่เหลืองมาก เหมือนกลุ่มกล้วยน้ำว้าเหลือง ส่วนกล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้เหลือง เหมาะสำหรับการกินผลสด ทำกล้วยเชื่อม กล้วยทอด กล้วยบวชชี เป็นกล้วยที่เหมาะสำหรับการแปรรูป ทำขนม ใช้งานได้หลากหลายที่สุด สุดท้ายคือ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง เป็นกล้วยที่ติดผลค่อนข้างดก ไส้กลางค่อนข้างแข็ง มีความฝาด จะเหมาะนำไปทำกล้วยเชื่อม หรือทำไส้ข้าวต้มมัด เพราะไส้กล้วยมีความแข็งไม่เละ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดงนั้น ไม่เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยตาก เพราะกล้วยตากที่มีสีคล้ำดำ สีไม่สวย ดูเหมือนกล้วยตากเก่า ในกรณีดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นกับผู้ปลูกหลายรายที่ส่งกล้วยน้ำว้าไส้แดงขายกับผู้ผลิตกล้วยตาก พบว่า กล้วยตากที่ไ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คิดค้นการผลิตกระดาษจากกาบกล้วยน้ำว้าด้วยวิธีชีวภาพ ที่สามารถเก็บไว้ได้นานโดยกระดาษไม่เหลืองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการผลิตกระดาษในเชิงหัตถกรรมจะใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต คือใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ในการแช่และต้มเยื่อกระดาษ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ใช้ในการฟอกเยื่อกระดาษ สารเคมีทั้งสองตัวนี้จะเป็นตัวทำให้กระดาษที่ได้ขาวสว่าง เนื่องจากเกิดการทำปฏิกิริยากับลิกนิน ทำให้ปริมาณลิกนินในเยื่อกระดาษลดลง แต่การใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ ถึงแม้จะทำให้ปริมาณลิกนินในเยื่อลดลง ในทางกลับกันผลผลิตเยื่อที่ได้ก็จะมีค่าลดลงเช่นกัน นอกจากนั้น เมื่อสิ้นสุดกระบวนการต้มเยื่อ น้ำทิ้งที่ได้จะมีส่วนประกอบของโซเดียมที่อยู่ในรูปเกลือต่างๆ สารประกอบคาร์โบไฮเดรต และลิกนิน สารต่างๆ เหล่านี้เมื่อถูกปล่อยลงในน้ำทิ้งก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งปฏิกิริยาของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ใช้ในการฟอกเยื่อกระดาษก็เป็นแต่เพียงการทำให้ลิกนินก่อให้เกิดสีแตกตัวเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการกำจัดลิกนิน เจ้าตัวลิกนินนี้เอง ที่จะทำให้กระดาษกลับเป็นสีเหลืองได้โดยง่าย นอกจากนี้การผลิตก
นายสมเดช คงกะพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ ข้าว ผัก และไฮไลต์ คือ กล้วยหอมทอง ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกเกือบ 20,000 ไร่ โดยขึ้นทะเบียนเกษตรกรประมาณ 12,500 ไร่ กระจายในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของปทุมธานี 4 อำเภอ ได้แก่ หนองเสือ ธัญบุรี ลำลูกกา และคลองหลวง มีเกษตรกร 1,500 ราย สร้างรายได้เฉลี่ยปีละ 300-500 ล้านบาท โดยจุดเด่นอยู่ที่การปลูกแบบร่องสวน และไม่ใช้สารเคมี ทำให้ผลผลิตได้คุณภาพ รูปทรงดี ผิวและสีสวย มีความคงทนในการขนส่ง และควบคุมการผลิตได้ ถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ทั้งปริมาณ คุณภาพ และพื้นที่ปลูก ด้านการตลาดส่งจำหน่ายตลาดค้าส่งผักผลไม้ ได้แก่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไอยรา โดยผลผลิตเฉลี่ยปีละ 30,000 ตัน แบ่งเป็นตลาดภายในปทุมธานีและปริมณฑล 20% กระจายไปจังหวัดอื่น ๆ และห้างสรรพสินค้า 60% บางส่วนมีการเซ็นสัญญากับเกษตรกรถึงในแปลง รวมถึงส่งออกต่างประเทศ 20% ปัจจุบันผลผลิต ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งนี้การปลูกจะใช้เวลา 8 เดือน และผลผลิตออกมากสุดช่วงเทศกาลตรุษจีน ราคาหน้าสวน 12-15 บาท/กิโลกรัม (กก.) ต้นทุนการผลิตอย
กล้วย เป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี เกษตรกรส่วนใหญ่จึงรีบตัดกล้วยดิบออกมาบ่มให้สุกด้วยแก๊สเอทิลีนโดยตรงหรือใช้ถ่านแก๊ส แคลเซียมคาร์ไบด์ โดยทุบถ่านแก๊สเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อถ่านแก๊ส ซุกไว้กลางเข่งกล้วย ก่อนที่จะบรรจุผลไม้ลงไปจนเต็มเข่ง ระหว่างการขนส่งกล้วยจะมีการคายน้ำทำปฏิกิริยาทางเคมีกับถ่านแก๊ส กลายเป็นแก๊สอะเซทิลีนไปกระตุ้นให้กล้วยเริ่มกระบวนการสุก แต่ผู้บริโภคไม่ชอบกล้วยลักษณะนี้ เพราะมีกลิ่นแก๊สติดในเนื้อกล้วย และมีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกล้วยที่ปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ บ่มกล้วยโดยใช้ “ความร้อนจากธูป” ความจริงในอดีตคนไทยนิยมบ่มผลไม้ให้สุกด้วยเทคนิคง่ายๆ โดยใช้ “ความร้อนจากธูป” เริ่มจากเรียงกล้วยดิบใส่โอ่ง จุดธูปประมาณ 7-8 ก้าน ปักใส่แก้วที่ใส่ทรายตั้งไว้กลางโอ่ง ปิดฝาโอ่งให้สนิท รอสัก 2-3 วัน จึงค่อยมาเปิดดู จะเห็นกล้วยสุกเหลืองพร้อมกันและมีรสชาติอร่อยตามที่ต้องการ บ่มผลไม้โดยใช้ “เตาดินอบความร้อน” อีกเคล็ดลับหนึ่งที่น่าสนใจคือ เคล็ดลับการบ่มผลไม้ให้สุก โดยใช้ “เตาดินอบความร้อน” จากภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยโบราณในอำเภอลานสภา จังหวัดนครศรีธร
แม้ กำแพงเพชร จะเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า “กล้วยไข่” อร่อย และเป็นผลไม้เศรษฐกิจประจำจังหวัด แต่สำหรับเกษตรกรที่จังหวัดกำเเพงเพชร กลับบอกว่าการปลูกกล้วยไข่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด อย่าให้แปลงรก ที่สำคัญมีเทคนิคการปลูกกล้วยให้ได้ผลผลิต ไร่ละ 2 ตัน ทีมงานได้ลงพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ของสมาชิกกลุ่ม อย่าง คุณป้าพิมพ์ และ คุณลุงไพริน คำพวงวิจิตร เป็นเจ้าของสวน อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 1 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ (063) 750-9275 ปลูกกล้วยไข่มานานกว่า 30 ปี ใช้เนื้อที่ปลูก 12 ไร่ จำนวน 2,000 กว่าต้น เป็นพันธุ์กล้วยไข่ดั้งเดิมของกำแพงเพชร คุณป้าพิมพ์ บอกว่า การปลูกกล้วยไข่ที่กำแพงเพชรนับเป็นเรื่องยาก ต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาดในแปลงปลูก อย่าให้รก ปุ๋ยที่ใช้ในตอนเริ่มปลูกใช้สูตรเสมอ 15-15-15 พอตกเครือจะใช้ปุ๋ยน้ำตาลสูตร 21-0-0 ใส่เพื่อเร่งผล ส่วนปัญหาที่เกิดเป็นประจำคือ โรคใบไหม้ แล้วยังต้องเผชิญกับภัยจากพายุลมแรงที่พัดจนต้นกล้วยหักโค่นเสียหาย ซึ่งลมพายุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงที่กำลังมีผลผลิต แล้วสังเกตทุกปีมักเกิดขึ้นหลังจากเข้าหน้าฝ
“กล้วยเล็บมือนาง” ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญและขึ้นชื่อของเกษตรกรจังหวัดชุมพร ดังคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก” จากคำบอกเล่าของคนในท้องถิ่น พบว่า กล้วยเล็บมือนาง เป็นกล้วยท้องถิ่น อันเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดชุมพร มีรสชาติหอม หวาน อร่อยกว่ากล้วยเล็บมือนางที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เนื่องด้วยพันธุ์กล้วย สภาพพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ และจากการที่เกษตรกรในจังหวัดชุมพรจำนวนมากนิยมปลูกกล้วยเล็บมือนาง ทำให้ผลผลิตล้นตลาด จึงนำกล้วยเล็บมือนางมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น กล้วยเล็บมือนางอบแห้ง กล้วยเล็บมือนางทอดกรอบ กล้วยเล็บมือนางอบเคลือบช็อกโกแล็ต และอื่นๆ ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตลอดมา สำหรับคุณค่าของ กล้วยเล็บมือนาง นั้นอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท ช่วยควบคุมความดันโลหิต และการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ ร่วมกับฟอสฟอรัสในการนำออกซิเจนไปยังสมอง ช่วยปล่อยพลังงานออกมาจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน และการสร้างไกลโคเจน ไม่ว่าจะเป็นกล้วยสดหรือตากแห้
กล้วยน้ำว้าในประเทศไทย พบว่ามีอยู่ประมาณ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้ขาว, กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้เหลือง และกลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้แดง โดยกล้วยน้ำว้าในแต่ละกลุ่มก็มีลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น กล้วยน้ำว้าไส้ขาว ที่รู้จักกันดีคือ “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เมื่อนำไปทำ “กล้วยตาก” จะได้กล้วยตากที่สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำ หรือ เอาไปทำกล้วยแผ่นอบ ก็จะมีสีเหลืองสวยพอดี ไม่เหลืองมาก เหมือนกลุ่มกล้วยน้ำว้าเหลือง ส่วนกล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้เหลือง เหมาะสำหรับการกินผลสด ทำกล้วยเชื่อม กล้วยทอด กล้วยบวชชี เป็นกล้วยที่เหมาะสำหรับการแปรรูป ทำขนม ใช้งานได้หลากหลายที่สุด สุดท้ายคือ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง เป็นกล้วยที่ติดผลค่อนข้างดก ไส้กลางค่อนข้างแข็ง มีความฝาด จะเหมาะนำไปทำกล้วยเชื่อม หรือทำไส้ข้าวต้มมัด เพราะไส้กล้วยมีความแข็งไม่เละ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดงนั้น ไม่เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยตาก เพราะกล้วยตากที่มีสีคล้ำดำ สีไม่สวย ดูเหมือนกล้วยตากเก่า ในกรณีดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นกับผู้ปลูกหลายรายที่ส่งกล้วยน้ำว้าไส้แดงขายกับผู้ผลิตกล้วยตาก พบว่ากล้วยตากที่ได
คุณจันตนา นามกร ประธานกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตำบลบ้านทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พาเทคโนโลยีชาวบ้าน เข้าชมกระบวนการทำกล้วยเล็บมือนางแปรรูป คุณจันตนา เล่าว่า เมื่อก่อนเคยทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าและช่างทำผมมาก่อน แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ หลังจากนั้น ก็มาเป็นประธานกลุ่มการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของตำบลบ้านทะเลทรัพย์ คุณจันตนา บอกว่า กล้วยเล็บมือนางที่แปรรูป เป็นกล้วยเล็บมือนางของจังหวัดชุมพร นำมาจากเกษตรกรที่ลงชื่อเป็นสมาชิกของทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ กระบวนการผลิตใช้เวลาทำให้เสร็จภายใน 1 วัน ทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์จะเน้นในเรื่องของคุณภาพ การยืดอายุของอาหารเพราะว่าจะคงความกรอบและสีสันที่สวยงามไว้ได้นาน…จึงได้ใช้ถุงแบบไนโตรเจนเพื่อให้ดูแลผลิตภัณฑ์ได้นาน 6 เดือน วิธีการแปรรูป นำกล้วยเล็บมือนางแก่ 70 เปอร์เซ็นต์ มาปอกเปลือกชั้นนอกของกล้วยออก พอเสร็จแล้ว ก็นำกล้วยใส่ลงไปในถังน้ำที่ประกอบด้วยน้ำมันเล็กน้อย เพราะว่าต้องการให้ยางของกล้วยแยกตัวออกจากลูกกล้วย จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสไลซ์กล้วยลงไปในกระทะ…จะต้องดูอุณหภูมิในกระทะก่อนว่าได้ประมาณ 70-80 อ
คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโทรายนี้ สนใจเรียนสายเกษตร ตั้งแต่ ม. 3 ช่วงนั้นธุรกิจคอมพิวเตอร์กำลังบูม คุณแม่แนะนำให้เธอเรียนด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อจบแล้วมีงานทำแน่นอน คุณมุก ยอมรับว่า ตอนนั้น เธอยังไม่รู้จักตัวเองมากพอ จึงตัดสินใจเรียนในสาขาธุรกิจคอมพิวเตอร์ ตามความต้องการของคุณแม่ หลังเรียนจบ ในปี 2540 เธอทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 2 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อทำอาชีพเกษตรที่เธอใฝ่ฝัน คุณมุก บอกว่า เธอรู้จักกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 ด้วยความบังเอิญ ช่วงนั้นเพื่อนรุ่นพี่รายหนึ่งในพื้นที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ที่ทำสวนกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 แต่ขายหน่อไม่ได้ เขารู้ว่า คุณมุกเก่งเรื่องการตลาด จึงฝากให้คุณมุกช่วยขายหน่อให้เขาหน่อย คุณมุกช่วยขายหน่อพันธุ์กล้วยปากช่อง 50 ของสวนดังกล่าว ในราคา หน่อละ 35 บาท และรับหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองและกล้วยไข่มาขายควบคู่กันไป ปรากฏว่า ช่วง 1 ปี ที่ขายหน่อพันธุ์กล้วย สร้างผลกำไรที่ดี ทำให้เธอสนใจที่จะปลูกกล้วยเพื่อขายหน่อพันธุ์บ้าง คุณมุก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “กล้วยน้ำว้า พันธุ์ปากช่อง 50” เริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดอย่างแพร่
