ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เปิดงานวันสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา จากนั้นได้เดินทางไปยังแปลงข้าวโพด เพื่อขับรถเกี่ยวข้าวโพดในแปลงสาธิตและขับรถไถกลบเศษวัสดุการเกษตร และเยี่ยมชมจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด ซึ่งนำอุปกรณ์การตรวจวัดความชื้นและการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดตามคุณภาพผลผลิต เพี่อมาสาธิตถึงขั้นตอนกระบวนการในการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร โดยสหกรณ์ได้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ความชื้น 30% ราคา 6.26 บาท ต่อกิโลกรัม แต่หากเกษตรกรนำมาแปรสภาพให้เหลือความชื้นไม่เกิน 14.5% จะขายได้ 8.00 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งทางสหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรแล้วส่งจำหน่ายให้กับผู้แทนบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ก่อนส่งเข้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ต่อไป พื้นที่จังหวัดตากเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จำนวน 25,070.75 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,876 ราย และมีสห
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562 (ปีเพาะปลูก 2562/63) พบว่า ลดลง เนื่องจากเกษตรกรลดขั้นตอนในการเตรียมดิน ซึ่งจากเดิมมีการไถแล้วแถกร่อง (ยกร่อง) เปลี่ยนเป็นไถแล้วไม่ต้องแถกร่อง อีกทั้งมีการนำเครื่องเก็บเกี่ยวมาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น โดยต้นทุนรวมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ที่ไร่ละ 4,385 บาท ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 0.42 (คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัม 5.84 บาท ลดลงร้อยละ 1.49) หากพิจารณาแยกประเภท พบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 (ฤดูฝน) ต้นทุนรวมไร่ละ 4,251 บาท (คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัม 5.71 บาท ลดลงร้อยละ 1.38) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 2 (ฤดูแล้ง) ต้นทุนรวมไร่ละ 5,329 บาท (คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัม 6.72 บาท ลดลงร้อยละ 2.47) โดยจะลดลงในกลุ่มของต้นทุนผันแปร ได้แก่ ค่าปุ๋ย ลดลงร้อยละ 0.65 ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15, 16-20-0 และ 46-0-0 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 1.40 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่วนค่าพันธุ์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.18 โดย ค่าแรงงาน ลดลง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนในบา
โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงปลายเดือนมีนาคมแล้ว คาดว่าจะได้ผลผลิตดี สร้างกำไรงามให้แก่เกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืช ลดปริมาณการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีอายุประมาณ 120 วัน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาในช่วงฤดูแล้ง เพื่อปรับสมดุลของปริมาณการผลิต การตลาดข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเชื่อมโยง แหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความชัดเจนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ตามแนวทางประชารัฐ สนับสนุนมาตรการจูงใจให้กับเกษตรกรในการลดรอบการปลูกข้าว อันเป็นการสร้างสมดุลอุปสงค์ อุปทาน เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาผลผลิตตกต่ำ และสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกร เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยตอนนี้ ในบางพื้นที่ได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นต้นเดือนพฤษภาคม 2562 และเพื่อให้การขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีคุณภาพ ได้ราคาดี จึงจำเป็นต้อง
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานวันรณรงค์และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนาขึ้น ณ แปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 5 ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานพร้อมทั้งเยี่ยมชมแปลงปลูกข้าวโพดของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในพื้นที่การเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้เครื่องเก็บเกี่ยว เพราะเป็นแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีการสาธิตการไถกลบตอซังข้าวโพดเพื่อให้เป็นปุ๋ยสำหรับการปลูกพืชในฤดูการต่อไป สำหรับเกษตรกรในอำเภอลาดยาว และอำเภอใกล้เคียงได้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 280 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 9,000 ไร่ ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 1,947 ตัน มูลค่า 13,786,524 บาท โดยมีสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ จำกัด รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด และส่งต่อให้บริษัทเอกชนที่เข้าร่วม
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดเลย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ โดยสถานการณ์การผลิตและการตลาด ปี 2562 (ปีเพาะปลูก 2561/62) ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า จังหวัดตาก มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 553,954 ไร่ ผลผลิต 404,896 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 1.95 และร้อยละ 1.23 ตามลำดับ จังหวัดเลย มีเนื้อที่เพาะปลูก 527,756 ไร่ ผลผลิต 371,201 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 0.25 และร้อยละ 2.38 ตามลำดับ โดยทั้งเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาในปีที่ผ่านมาจูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูก ประกอบกับภาครัฐดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ตามแนวทางการตลาดนำการผลิต ด้านราคาที่เกษตรกรขายได้ ทั้ง 2 จังหวัด อยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคา ณ 20 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า จังหวัดตาก ความชื้น 14.5% ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.37 บาท และความชื้นเกิน 14.5% กิโลกรัมละ 7.27 บาท จังหวัดเลย ความชื้น 14.5% กิ
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ใช้นโยบายการตลาดนำการผลิต โดยทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ประกอบกับปัจจุบันปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อลดรอบการปลูกข้าว และดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้ปิดระบบรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 95,592 ราย พื้นที่ 805,903 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มกราคม 2562) แม้ว่าจะปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไปแล้ว แต่กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงเดินหน้าเข้าให้ความรู้ และให้คำแนะนำด้านการเพาะปลูกแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นที่จังหวัดขอนแก่นได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูกใกล้เคียงกัน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดบริโภคฝักสดซึ่งจะปลูกทั้งปี และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนาที่ปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกาย
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่พบเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการการอบรมถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาแก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ และอำเภอเขื่องใน จำนวน 250 คน ณ สหกรณ์การเกษตรม่วงสามสิบ จำกัด โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ และรับฟังปัญหาอุปสรรคของเกษตรกร ปัจจุบัน จังหวัดอุบลราชธานี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 10,420 ราย พื้นที่เพาะปลูก 89,591.75 ไร่ มีจุดรวบรวมรับซื้อข้าวโพด 18 จุด แบ่งเป็นสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 17 จุด และภาคเอกชน 1 จุด สำหรับพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1,130 ราย พื้นที่ 9,024 ไร่ มีจุดรวบรวมที่สหกรณ์การเกษตรม่วงสามสิบ จำกัด
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการสานพลังประชารัฐ สนันสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาใน ตำบลโนนทัน อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานและต้อนรับ พร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ เลขานุการ รมว.กษ. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ศีลธรรม วราอัศวปติ ปศุสัตว์เขต 4 และผู้บริหารระดับสูง ร่วมลงพื้นที่ สรุปการลงพื้นที่ ดังนี้ 1.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นายสำลี ล้นทม สมาชิกเกษตรหนองเรือ จำกัด บ้านเปือย ม.5 ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ปลูกเมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม 2562 จำนวน 4 ไร่ 2.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นางทองเที่ยง สุดจอม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด บ้านเปือย ม.5 ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ปลูกเมื่อ วันที่ 7 ธันวาคม 2561 จำนวน 3 ไร่ 3. เกษตรกรอำเภอหนองเรือเข้าร่วมโครงการ จำนวน 31 ราย พื้นที่ปลูก 182 ไร่ 4.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นายประดิษฐ์ ศิริธรรมจักร หมอดินอาสา ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าว 19 ไร่ เป็นเกษตรผสมผสาน จัดทำระบบอนุร
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา หากเจอใบข้าวโพดเปลี่ยนสีม่วง ไม่ต้องตกใจ กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมให้คำแนะนำ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระยะนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป รวมทั้ง พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง อากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานานๆ และอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ข้าวโพดที่ปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังนา เกิดอาการใบและลำต้นสีม่วง โดยต้นข้าวโพดจะแสดงอาการในระยะที่ข้าวโพดเริ่มงอกจนถึงอายุประมาณ 15-20 วัน เพราะอากาศหนาวจะทำให้ธาตุฟอสฟอรัสถูกตรึงและปลดปล่อยให้ข้าวโพดนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่งผลให้ข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโต แต่หากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ข้าวโพดจะค่อยๆ ฟื้นตัว กลับมาเจริญเติบโตได้ตามปกติ ทั้งนี้ หากเกษตรกรเกิดความกังวลใจแนะนำให้ใช้ปุ๋ยเกล็ด สูตร 15-30-15 อัตราตามคำแนะนำ เพื่อเป็นอาหารเสริม ช่วยลำเลียงธาตุอาหารให้ข้าวโพดได้อีกทางหนึ่ง โดยฉีดพ่นทางใบ ตามช่วงเวลาฉีดพ่นที่เหมาะสมที่ดีที่สุดคือ 16.00-19.00 น. กร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อเป็นโมเดลในการปฏิรูปภาคการเกษตร โดยวางแผนการผลิตการเกษตรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล จากโครงการนำร่อง ที่ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการกว่า 206 ราย พื้นที่ 3,025 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 3,454.72 ตัน เกษตรกรสามารถขายได้ที่ความชื้นประมาณ 27% โดยราคาที่จุดรับซื้อของสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จ.อุตรดิตถ์ ราคาประมาณ 8 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ย 8,365 บาท ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาท ต่อไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มกราคม 2562) นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึง การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมา 3 ปี โดยในปีการผลิต 2559/2560 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 16,545 ราย พื้นที่ 148,949 ไร่ ในปีการผลิต 2560/2561 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 67,369 ราย พื้นที่ 452,827.75 ไร่ และในปีการผลิต 2561/2562 มีเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 96928
