ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่พบเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการการอบรมถ่ายทอดความรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาแก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ และอำเภอเขื่องใน จำนวน 250 คน ณ สหกรณ์การเกษตรม่วงสามสิบ จำกัด โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการ และรับฟังปัญหาอุปสรรคของเกษตรกร ปัจจุบัน จังหวัดอุบลราชธานี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 10,420 ราย พื้นที่เพาะปลูก 89,591.75 ไร่ มีจุดรวบรวมรับซื้อข้าวโพด 18 จุด แบ่งเป็นสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 17 จุด และภาคเอกชน 1 จุด สำหรับพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1,130 ราย พื้นที่ 9,024 ไร่ มีจุดรวบรวมที่สหกรณ์การเกษตรม่วงสามสิบ จำกัด
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการสานพลังประชารัฐ สนันสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาใน ตำบลโนนทัน อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานและต้อนรับ พร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ เลขานุการ รมว.กษ. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ศีลธรรม วราอัศวปติ ปศุสัตว์เขต 4 และผู้บริหารระดับสูง ร่วมลงพื้นที่ สรุปการลงพื้นที่ ดังนี้ 1.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นายสำลี ล้นทม สมาชิกเกษตรหนองเรือ จำกัด บ้านเปือย ม.5 ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ปลูกเมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม 2562 จำนวน 4 ไร่ 2.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นางทองเที่ยง สุดจอม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด บ้านเปือย ม.5 ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ปลูกเมื่อ วันที่ 7 ธันวาคม 2561 จำนวน 3 ไร่ 3. เกษตรกรอำเภอหนองเรือเข้าร่วมโครงการ จำนวน 31 ราย พื้นที่ปลูก 182 ไร่ 4.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นายประดิษฐ์ ศิริธรรมจักร หมอดินอาสา ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าว 19 ไร่ เป็นเกษตรผสมผสาน จัดทำระบบอนุร
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา หากเจอใบข้าวโพดเปลี่ยนสีม่วง ไม่ต้องตกใจ กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมให้คำแนะนำ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระยะนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป รวมทั้ง พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง อากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานานๆ และอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ข้าวโพดที่ปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังนา เกิดอาการใบและลำต้นสีม่วง โดยต้นข้าวโพดจะแสดงอาการในระยะที่ข้าวโพดเริ่มงอกจนถึงอายุประมาณ 15-20 วัน เพราะอากาศหนาวจะทำให้ธาตุฟอสฟอรัสถูกตรึงและปลดปล่อยให้ข้าวโพดนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่งผลให้ข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโต แต่หากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ข้าวโพดจะค่อยๆ ฟื้นตัว กลับมาเจริญเติบโตได้ตามปกติ ทั้งนี้ หากเกษตรกรเกิดความกังวลใจแนะนำให้ใช้ปุ๋ยเกล็ด สูตร 15-30-15 อัตราตามคำแนะนำ เพื่อเป็นอาหารเสริม ช่วยลำเลียงธาตุอาหารให้ข้าวโพดได้อีกทางหนึ่ง โดยฉีดพ่นทางใบ ตามช่วงเวลาฉีดพ่นที่เหมาะสมที่ดีที่สุดคือ 16.00-19.00 น. กร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อเป็นโมเดลในการปฏิรูปภาคการเกษตร โดยวางแผนการผลิตการเกษตรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล จากโครงการนำร่อง ที่ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการกว่า 206 ราย พื้นที่ 3,025 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 3,454.72 ตัน เกษตรกรสามารถขายได้ที่ความชื้นประมาณ 27% โดยราคาที่จุดรับซื้อของสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จ.อุตรดิตถ์ ราคาประมาณ 8 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ย 8,365 บาท ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาท ต่อไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มกราคม 2562) นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึง การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมา 3 ปี โดยในปีการผลิต 2559/2560 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 16,545 ราย พื้นที่ 148,949 ไร่ ในปีการผลิต 2560/2561 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 67,369 ราย พื้นที่ 452,827.75 ไร่ และในปีการผลิต 2561/2562 มีเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 96928
นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ขณะนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วโครงการฯ จำนวน 95,620 ราย พื้นที่ 807,155.50 ไร่ คิดเป็น 74.80% ของเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในจำนวนนี้ปลูกไปแล้ว 60% โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ปลูกรวม 2 ล้านไร่ใน 33 จังหวัด ซึ่งจะรับสมัครและเริ่มปลูกไม่เกินวันที่ 15 ม.ค.นี้ เพื่อเลี่ยงฤดูการเก็บเกี่ยวที่เป็นต้นฤดูฝน สำหรับผลผลิตที่ได้ทางสมามอาหารสัตว์ได้ตั้งจุดรับซื้อ ร่วมกับสหกรณ์ ในทุกอำเภอ โดยจะรับซื้อข้าวโพดเกรดคุณภาพเบอร์ 2 ความชื้น 14.50% ในราคาไม่ต่ำกว่า 8.29 บาทต่อกิโลกรัม ณ โรงงานกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกำหนดมาตรฐานในการรับซื้อเดียวกัน ซึ่งมีตารางหักความชื้นของกระทรวงพาณิชย์เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะรับซื้อที่มีคุณภาพตามเกณฑ์เท่านั้น และจะร่วมกับรัฐในการพิจารณาแนวทางดำเนินการสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด “โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตข้าวโพดใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทย ทุกวันนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผลิตได้น้อย บางปีจึงต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาใช้ในประเทศ ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์ลูกผสม ที่มีลักษณะทางการเกษตรสม่ำเสมอ ได้แก่ ขนาดฝัก ความสูงฝัก ความสูงต้น อายุถึงวันออกไหมและเก็บเกี่ยว ที่สำคัญให้ผลผลิตและคุณภาพสูงกว่าพันธุ์ผสมเปิด จึงเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ได้ สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ลูกผสมที่จำหน่ายในท้องตลาด มักให้ผลผลิตสูง มีอายุเก็บเกี่ยว 100-120 วัน พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี นครราชสีมา เลย เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร เป็นต้น ในแต่ละปีการผลิตเกษตรกรจะเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 2 ครั้ง ข้าวโพดรุ่นแรก เริ่มปลูกในช่วงฤดูฝน ประมาณช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงมี
นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยยืนยันปริมาณผลผลิตข้าวโพดในประเทศยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ส่งผลทำให้ที่ผ่านมาต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เชื่อมั่นโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของรัฐบาลจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร พร้อมประสานโรงงานอาหารสัตว์ร่วมเปิดจุดรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่เป้าหมาย 33 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและได้ราคาที่เป็นธรรม นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยถึงความร่วมมือในการดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาว่า ทางสมาคมได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ เนื่องจากสมาคมมีสมาชิกเป็นบริษัทเอกชนที่ผลิตอาหารสัตว์ประมาณ 55 แห่ง และมีความต้องการข้าวโพดเพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์อีกจำนวนมาก ปัจจุบันปริมาณข้าวโพดในประเทศยังขาดแคลนและต้องการให้เพิ่มผลผลิตอีกปีละ 3 ล้านตัน ซึ่งอาจจะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพิ่มอีก 3-4 ล้านไร่ และหากสามารถเพิ่มผลผลิตได้อีกปีละ 3 ล้านตัน ก็
กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง พร้อมแนะเกษตรกรเลือกปลูกพืชให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยได้จัดประชุมคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และร่วมจัดทำข้อมูลแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง รวมทั้งนโยบายและมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในฤดูกาลที่จะถึงนี้ พร้อมกับเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชฤดูแล้งที่ใช้น้ำน้อยที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา และโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรังปี 2562 ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังดำเนินการ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าสถิติราคาและผลตอบแทนผลผลิตในช่วงฤดูแล้งปีที่ผ่านมา (ก.พ. – พ.ค.) พบว่าพืชใช้น้ำน้อย ได้แก่ พืชไร่ พืชผัก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ดังนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% (มี.ค.-พ.ค.) ราคา 8.42 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรมีรายได้ 8,445 บาทต่อไร่
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ปี 2561 โดยมีเป้าหมายพื้นที่รวม 2 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำนั้น ล่าสุด ตนได้ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ตามโครงการ เพื่อขอให้เร่งรัดรณรงค์เชิญชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการให้ได้ตามเป้าหมายโดยขอให้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการซึ่งอยู่ในจังหวัดและอำเภอมาร่วมวางแผนและกำกับหรือแนะนำการปฏิบัติงาน สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้เน้นย้ำให้เร่งรัดดำเนินการ คือ 1. ให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่ เพื่อเชิญชวนเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายของแต่ละจังหวัด โดยจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่เกษตรกรจะได้รับจากประโยชน์จากโครงการ มีเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ กลุ่มเกษตรกรวิ
ก.เกษตรฯ เดินหน้าส่งเสริม ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา 2 ล้านไร่ สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จูงใจเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ประสานบริษัทเอกชนชั้นนำ เบทาโกร – ซีพี รับซื้อผลผลิต เริ่ม พ.ย. นี้ เผยปลูกข้าวโพดหลังนาให้ผลกำไรดีกว่าปลูกข้าว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนา ที่บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเปิดเผยว่า โครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูกาลทำนา ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นำร่องพื้นที่ 5,000 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 430 ครัวเรือน คาดว่าจะได้รับผลผลิตประมาณ 7,500 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะประสานเครือเบทาโกร และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้มารับซื้อผลผลิตต่อจากสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ส่วนราคาขั้นต่ำกำหนดรับซื้อ 5 บาท/กิโลกรัม (กก.) คาดว่าจะมีรายได้ 7,500บาท/ไร่ เมื่อหักต้นทุน เหลือกำไรประมาณ 4,000 บาท/ไร่ ขณะที่ผลกำไรจากการปลูกข้าวหลังหักต้นทุนแล้ว เหลือเพียง 2,000 บาท/ไร่ เท่านั้น สำหรับพื้นที่บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่นำร่องการสนับสนุนให้เกษตรก
