ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ขณะนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วโครงการฯ จำนวน 95,620 ราย พื้นที่ 807,155.50 ไร่ คิดเป็น 74.80% ของเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในจำนวนนี้ปลูกไปแล้ว 60% โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ปลูกรวม 2 ล้านไร่ใน 33 จังหวัด ซึ่งจะรับสมัครและเริ่มปลูกไม่เกินวันที่ 15 ม.ค.นี้ เพื่อเลี่ยงฤดูการเก็บเกี่ยวที่เป็นต้นฤดูฝน สำหรับผลผลิตที่ได้ทางสมามอาหารสัตว์ได้ตั้งจุดรับซื้อ ร่วมกับสหกรณ์ ในทุกอำเภอ โดยจะรับซื้อข้าวโพดเกรดคุณภาพเบอร์ 2 ความชื้น 14.50% ในราคาไม่ต่ำกว่า 8.29 บาทต่อกิโลกรัม ณ โรงงานกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกำหนดมาตรฐานในการรับซื้อเดียวกัน ซึ่งมีตารางหักความชื้นของกระทรวงพาณิชย์เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะรับซื้อที่มีคุณภาพตามเกณฑ์เท่านั้น และจะร่วมกับรัฐในการพิจารณาแนวทางดำเนินการสำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด “โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตข้าวโพดใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทย ทุกวันนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผลิตได้น้อย บางปีจึงต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาใช้ในประเทศ ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์ลูกผสม ที่มีลักษณะทางการเกษตรสม่ำเสมอ ได้แก่ ขนาดฝัก ความสูงฝัก ความสูงต้น อายุถึงวันออกไหมและเก็บเกี่ยว ที่สำคัญให้ผลผลิตและคุณภาพสูงกว่าพันธุ์ผสมเปิด จึงเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ได้ สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ลูกผสมที่จำหน่ายในท้องตลาด มักให้ผลผลิตสูง มีอายุเก็บเกี่ยว 100-120 วัน พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี นครราชสีมา เลย เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร เป็นต้น ในแต่ละปีการผลิตเกษตรกรจะเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 2 ครั้ง ข้าวโพดรุ่นแรก เริ่มปลูกในช่วงฤดูฝน ประมาณช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงมี
นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยยืนยันปริมาณผลผลิตข้าวโพดในประเทศยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ส่งผลทำให้ที่ผ่านมาต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เชื่อมั่นโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของรัฐบาลจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร พร้อมประสานโรงงานอาหารสัตว์ร่วมเปิดจุดรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่เป้าหมาย 33 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและได้ราคาที่เป็นธรรม นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยถึงความร่วมมือในการดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาว่า ทางสมาคมได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ เนื่องจากสมาคมมีสมาชิกเป็นบริษัทเอกชนที่ผลิตอาหารสัตว์ประมาณ 55 แห่ง และมีความต้องการข้าวโพดเพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์อีกจำนวนมาก ปัจจุบันปริมาณข้าวโพดในประเทศยังขาดแคลนและต้องการให้เพิ่มผลผลิตอีกปีละ 3 ล้านตัน ซึ่งอาจจะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพิ่มอีก 3-4 ล้านไร่ และหากสามารถเพิ่มผลผลิตได้อีกปีละ 3 ล้านตัน ก็
กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง พร้อมแนะเกษตรกรเลือกปลูกพืชให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยได้จัดประชุมคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และร่วมจัดทำข้อมูลแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง รวมทั้งนโยบายและมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในฤดูกาลที่จะถึงนี้ พร้อมกับเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชฤดูแล้งที่ใช้น้ำน้อยที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา และโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรังปี 2562 ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังดำเนินการ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าสถิติราคาและผลตอบแทนผลผลิตในช่วงฤดูแล้งปีที่ผ่านมา (ก.พ. – พ.ค.) พบว่าพืชใช้น้ำน้อย ได้แก่ พืชไร่ พืชผัก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ดังนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% (มี.ค.-พ.ค.) ราคา 8.42 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรมีรายได้ 8,445 บาทต่อไร่
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ปี 2561 โดยมีเป้าหมายพื้นที่รวม 2 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำนั้น ล่าสุด ตนได้ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ตามโครงการ เพื่อขอให้เร่งรัดรณรงค์เชิญชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการให้ได้ตามเป้าหมายโดยขอให้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการซึ่งอยู่ในจังหวัดและอำเภอมาร่วมวางแผนและกำกับหรือแนะนำการปฏิบัติงาน สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้เน้นย้ำให้เร่งรัดดำเนินการ คือ 1. ให้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่ เพื่อเชิญชวนเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายของแต่ละจังหวัด โดยจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่เกษตรกรจะได้รับจากประโยชน์จากโครงการ มีเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ กลุ่มเกษตรกรวิ
ก.เกษตรฯ เดินหน้าส่งเสริม ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา 2 ล้านไร่ สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จูงใจเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ประสานบริษัทเอกชนชั้นนำ เบทาโกร – ซีพี รับซื้อผลผลิต เริ่ม พ.ย. นี้ เผยปลูกข้าวโพดหลังนาให้ผลกำไรดีกว่าปลูกข้าว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนา ที่บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเปิดเผยว่า โครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูกาลทำนา ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นำร่องพื้นที่ 5,000 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 430 ครัวเรือน คาดว่าจะได้รับผลผลิตประมาณ 7,500 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะประสานเครือเบทาโกร และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้มารับซื้อผลผลิตต่อจากสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ส่วนราคาขั้นต่ำกำหนดรับซื้อ 5 บาท/กิโลกรัม (กก.) คาดว่าจะมีรายได้ 7,500บาท/ไร่ เมื่อหักต้นทุน เหลือกำไรประมาณ 4,000 บาท/ไร่ ขณะที่ผลกำไรจากการปลูกข้าวหลังหักต้นทุนแล้ว เหลือเพียง 2,000 บาท/ไร่ เท่านั้น สำหรับพื้นที่บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่นำร่องการสนับสนุนให้เกษตรก
สศก. เกาะติดสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระบุ ปีนี้ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 5 ล้านตัน เผย ผลผลิตรุ่น 1 เริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้วเดือนสิงหาคมนี้ ด้าน นบขพ. ได้กำหนดมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ ณ ความชื้น 14.5% ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2561 (ปีเพาะปลูก 2561/62) ข้อมูลผลพยากรณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2561 พบว่า เนื้อที่เพาะปลูก รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 6.708 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่จำนวน 6.716 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.12) เนื้อที่เก็บเกี่ยว รวมทั้งประเทศ 6.668 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 6.673 ล้านไร่ (ลดลงร้อยละ 0.08) ผลผลิต รวมทั้งประเทศ 5.003 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 4.957 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92) ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก ทั้งประเทศ 746 กิโลกรัม ต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ให้ผลผลิต 738 กิโลกรัม ต่อไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.08) สำหร
การเปลี่ยนใจคน มันยาก โดยเฉพาะ คนแก่ เกษตรกรที่ทำแต่นาข้าวเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิต คุณว่ายากมั้ย ยากสิ แต่ถามว่า ทำได้ป่าว ทำได้สิ หลังจากที่นิดและโอเล่ ตัดสินใจเริ่มโครงการเปลี่ยนนาข้าว เป็นข้าวโพด มาถึงวันนี้ ก็ใช้เวลา 3 ปี วันนี้ก็มาถึงวันที่ ชาวนาหลายคน เริ่มหันมาปลูกข้าวโพดแล้ว และแล้วก็ตามกันมาทั้งหมู่บ้าน เมื่อถามทั้งสองคนว่า ทำไง ถึงได้มาอย่างนี้ คำตอบเดียวที่มีคือ คุณต้องเข้าใจเขาให้มากๆ ว่า อาชีพของเขา เป็นอาชีพที่เสี่ยงมาก แม้ว่า รัฐบาลประกาศ มอบเงิน 2,000 บาท ซึ่งมากกว่ากำไรที่ได้จากการปลูกข้าว เพื่อสนับสนุนชาวนาว่า อย่าปลูกข้าว แต่เรื่องจริง ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนใจอยู่ดี นั่นเพราะเกษตรกรเขาไม่รู้วิธีปลูก ไม่รู้ว่า รัฐให้จริงรึป่าว รู้แค่อย่างเดียวว่า เกี่ยวข้าวเมื่อไร ราคาจะดีไม่ดี เขาก็ขายได้ หรือแม้แต่ เอกชนจะเปรียบเทียบราคา ต้นทุน กำไร ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามากกว่า การเปลี่ยนใจ ก็ยังไม่เกิดมากเท่าไร นั่นก็เพราะว่า พวกเขา ขาดความมั่นใจ ว่าสิ่งใหม่จะดีกว่า ความเสี่ยงตัวใหม่ที่ยากจะเลือก จนกว่าจะเห็นใครสักคนเปลี่ยนแล้วสำเร็จ ความมั่นใจเริ่มมา ตราบใดที่ยังสร้างความมั่นใจไม่ได้ ชาวนาเข
รมว.กษ. รุกนโยบายการผลิตสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องความต้องการของตลาด เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนา จึงได้จัดทำโครงการปลูกพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี โดยในรายการพืชอื่นๆ นั้น มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นทางเลือกหนึ่งและมีพืชใช้น้ำน้อยอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับมันสำปะหลังนั้นไม่ได้อยู่ในรายการพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมันสำปะหลัง กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีอนาคต ที่จะปรับปรุง พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การผลิตข้าว ปัจจุบัน พบว่า ข้าว มีผลผลิตส่วนเกินจากความต้องการตลาด โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ประมาณ 71.8 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 32.63 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการทั้งในและนอกประเทศเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 30.88 ล้านตัน ดังนั้น จึงเกิดผลผลิตส่วนเกิน 1.75 ล้านตัน เมื่อคำนวณกลับเป็นพื้นที่จะมีเนื้อที่ปลูกข้าวมากเกินความต้องการ 2.6 ล้านไร่ ขณะที่พืชเศรษฐกิจหลักอีกหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูงก
มีใครบางคนว่าไว้ สังคมเกษตร คือ สังคม old style เขาจะไม่เชื่อที่ลมปาก ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเขาได้ ต้องทำให้เขาเห็นตัวอย่าง เหมือนเรื่องของ นิด กับ โอเล่ ที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง “โอเล่” เป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริม ของธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ส่วน “นิด” ข้าราชการจากกระทรวงเกษตรฯ ประจำท้องที่ คนหนึ่งรู้พื้นที่ รู้เกษตรกร อีกคนหนึ่งรู้วิชาการ และรู้ตลาด เมื่อสองขั้วมาผสมกัน อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาทั้งสองพบกันในฐานะเพื่อนร่วมรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน และจบมาจากสายเกษตรทั้งคู่ คนหนึ่งเรียน Breeding อีกคนจบสาขาเศรษฐศาสตร์การเกษตร 10 ปี ให้หลัง โชคชะตาพาเขามาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ โอเล่ และลูกพี่ของเขา พี่เปีย บังเอิญขับรถหลงทางเข้ามาใน อำเภอพิบูลมังสาหาร ที่ที่พวกเขาพบว่า เป็นอำเภอที่มีน้ำท่าบริบูรณ์มาก และที่สำคัญเป็นพื้นที่นา ที่เป็นดินเหนียวปนทราย เป็นดินที่เหมาะกับพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชเศรษฐกิจตัวสำคัญที่ปัจจุบัน ประเทศไทยต้องการ 8 ล้านตัน แต่เอาเข้าจริง ไทยปลูกได้เพียง 4 ล้านตัน เท่านั้น ทั้งสองรู้ได้ในทันทีว่า ที่นี่มีโอกาส เพียงแต่ยังไม่ร
