ข้าวโพด
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ นำเข้าข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สำหรับปี 2561-2563 ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) โดยสาระสำคัญของร่างประกาศฯ กำหนดให้ ดังนี้ 1. ข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 1005.90.90 ซึ่งมีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (From D) หนังสือรับรอง ใบรับรอง หรือ เอกสารอื่นใด ซึ่งแสดงว่าสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อชีวิต หรือสุขภาพของมนุษย์สัตว์หรือพืช 2. การนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังนี้ 2.1 กรณีองค์การคลังสินค้า ต้องนำเข้าระหว่าง 1 ม.ค.- 31 ธ.ค. ของแต่ละปี และต้องจัดทำแผนการจัดซื้อ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการผลิต การตลาดภาวะ
“พ่อค้าข้าวโพด” ระดมยื่นหนังสือร้อง 3 หน่วยงาน พาณิชย์-เกษตรฯ-สำนักนายกฯ ขอให้รัฐใช้มาตรการซื้อข้าวโพด 3 นำเข้าข้าวโพด 1 ส่วนต่อ พร้อมเปิดจุดรับซื้อข้าวโพด กก.ละ 8.30 บาท ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ พร้อมตัวแทนสมาคมฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับ 3 หน่วยงานราชการ คือ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้คงมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี โดยกำหนดสัดส่วนให้ผู้นำเข้าข้าวสาลีต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนเพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ไว้ต่อไป เพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการนำเข้าข้าวสาลี พร้อมกันนี้ทางสมาคมฯ ยังได้เปิดจุดรับซื้อข้าวโพด ความชื้น 14.5% ราคา กก.ละ 8.30 บาท จากเกษตรกรภายในงานตลาดนัดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม 2560 ที่ จ.ตากด้วย สำหรับสาระสำคัญที่สมาคมฯ ขอให้คงมาตรการรับซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เพื่อไม่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบจากปัญหาราค
ในโอกาสที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ (สาขาท่าแดง) จำกัด อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการไตรภาคีเพชรบูรณ์โมเดล ซึ่งเป็นการนำร่องใช้เชื่อมโยงระบบรับซื้อ “ข้าวโพด” เพื่อลดปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติกรอบวงเงิน 1,500 ล้านบาทช่วยเหลือเกษตรกร โดยการชดเชยดอกเบี้ย 3% และคงใช้มาตรการกำหนดให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต 2560/2561 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณ 4.43 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.55% จากปีการผลิต 2559/2560 ที่มีปริมาณ 4.32 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับผลิตอาหารสัตว์ที่คำนวณโดยสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ในปี 2560 ปริมาณ 8.10 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.58% จากปี 2559 ที่มีปริมาณ 7.82 ล้านตัน แนวโน้มราคา ณ ความชื้น 14.5% เฉลี่ย กก.ละ 7.30-7.35 บาท ขณะที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ราคาเฉลี่ย กก.ละ 7.95-8.00 บาท แต่ผลผลิตมักจะออกมากระจุกตัวจึงมีโอกาสทำให้ราคาตกต่ำ กรมการค้าภายใน กระท
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2560/61 ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรปี 2560/61 โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) จัดสรรวงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท และรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส. วงเงิน 45 ล้านบาท โดยตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีในส่วนของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ การสนับสนุนสินเชื่อให้กับสถาบันเกษตรกรที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร เพื่อช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก ระหว่างเดือน ก.ย.-พ.ย. ประมาณ 3.07 ล้านตัน คิดเป็น 69.3% ของผลผลิตทั้งหมด ส่งผลให้ผลผลิตมีความชื้นสูง เกษตรกรไม่สามารถปรับปรุงคุณภาพได้ทันก่อนที่จะจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ ทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจปรับตัวลดลงได้หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือ กระทรวงพาณิ
การเข้าออกของเกษตรกรและนักศึกษา บริเวณหมู่บ้านแพะประทานพร อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นเรื่องประจำไปแล้ว หลัง บริษัท ซันสวีท จำกัด ปรับระบบภายในให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาดูงาน และสร้างฐานการเรียนรู้ในการทำโครงการ Smart farm เนื่องจากการสนับสนุนและให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ในการเปลี่ยนแปลงเกษตรยุค 4.0 ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานบริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด เปิดเผยอย่างเป็นกันเอง ถึงโครงการ Smart farm ที่กำลังดำเนินอยู่ว่า เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ ปี 2555 เพื่อเป็นฟาร์มต้นแบบให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ที่ได้เข้าช่วยควบคุมการเพาะปลูกให้มีความแม่นยำ และมีคุณภาพ จนสามารถเพิ่มจำนวนผลผลิตให้มากขึ้นในแต่ละปี เช่น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดการระบบน้ำ การให้ปุ๋ย การวัดอุณหภูมิความชื้น ความร้อน แสงแดด การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่ง เมื่อเกษตรกรมีความเข้าใจในระบบบริหารจัดการเป็นอย่างดีแล้ว จะสามารถนำองค์ความรู้ไปเป็นต้นแบบในการเพาะปลูกได้ “เราส่งเสริมเกษตรกรสองหมื่นรายเกี่ยวกับการทำเกษตร แบบ contract farming ในพื้นที่ภาคเ
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวรายงานการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศว่า ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา มีการนำเข้า 3 ครั้ง จากยูเครน พร้อมระบุว่าการจัดเก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลีถูกระงับตั้งแต่ปี 2556 ปัจจุบันรัฐบาลนี้ยังไม่มีท่าทีพิจารณาแก้ไขให้กลับมาจัดเก็บภาษีดังเดิม การปล่อยให้มีการนำเข้าได้โดยอิสระ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเลือกใช้ข้าวสาลีมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์โดยไม่ต้องเสียภาษี และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรนั้น กระทรวงพาณิชย์ ขอชี้แจงว่าประเทศไทยผูกพันภาษีนำเข้าสินค้าข้าวสาลี (พิกัด 1001) ภายใต้ WTO ตั้งแต่ ปี 2538 ไว้ที่ร้อยละ 27 ต่อมาในปี 2550 (มีผล 12 ก.ย.50) กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปฏิรูปภาษีศุลกากรให้เหลือร้อยละ 0 เนื่องจากสินค้าข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารคน และไม่มีปลูกในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ โดยขณะนั้นยังไม่มีการแยกพิกัดข้าวสาลีที่เป็นอาหารคนกับอาหารสัตว์ ซึ่งภายใต้พันธกรณี WTO ไทยไม่สามารถห้ามนำเข้าข้าวสาลีได้ แต่สามารถขึ้นภาษีได้ ไม่เกินร้อยละ 27 ตามที่ผูกพันไว้ แต่สำหรับคู่ค้าที่มี FTA (เช่น กับออสเตร
ข้าวโพดอินทรีย์ 2 เกิดจากการวิจัยของ ดร. โชคชัย ใช้เวลาวิจัยข้าวโพดสายพันธุ์นี้เป็นเวลา 6 ปี ข้าวโพดอินทรีย์ 2 เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์แท้ SSWI 114 กับ KSei 14004 ผลที่ออกมานั้น ข้าวโพดอินทรีย์ 2 ให้น้ำหนักฝักสดทั้งเปลือก 2,430 กิโลกรัม ต่อไร่ น้ำหนักฝักสดที่ปอกเปลือกแล้ว 1,371 กิโลกรัม ต่อไร่ ความหวาน 15 บริกซ์ รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมมาก แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่าง โทรศัพท์ 044-361-770-2
เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้มาจากการผสมข้าม ระหว่างพันธุ์แท้ที่ใช้เป็นพันธุ์แม่ คือ 50045 กับพันธุ์แท้ที่ เป็นพันธุ์พ่อ คือ 50056 ลักษณะต้น ความสูงต้น วัดจากระดับคอดินถึงข้อใบธง มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 176-225 เซนติเมตร ลักษณะเส้นไหม เส้นไหมสีชมพู จํานวนวันออกไหมเป็น 50% ของจํานวนต้นทั้งหมด นับแต่ให้น้ำครั้งแรก อยู่ในช่วง 46-55 วัน ลักษณะฝัก ความสูงฝัก วัดจากระดับผิวดินถึงข้อฝักบนสุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 91-120 เซนติเมตร มีจํานวนแถวเมล็ดปานกลาง เฉลี่ย 14 แถว เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีเมล็ดกึ่งกลางฝัก หัวแข็งและมีซังสีขาว สนใจเมล็ดพันธุ์ ติดต่อ บริษัท แปซิฟิค เมล้ดพันธุ์ จำกัด โทร. (036) 266-316-9
ได้มาจากการผสมข้ามระหว่างพันธุ์แท้ที่ใช้เป็นพันธุ์แม่ คือ 50053 กับพันธุ์แท้ที่เป็นพันธุ์พ่อ คือ 50056 ลักษณะต้น ความสูงต้นวัดจากระดับคอดินถึงข้อใบธง มีค่าเฉลี่ย อยู่ระหว่าง 176-225 เซนติเมตร เปลือกดอกย่อยสีแดง อับเรณูสีชมพู ลักษณะเส้นไหม เส้นไหมสีชมพู จํานวนวันออกไหมเป็น 50% ของจํานวนต้นทั้งหมด นับแต่ให้น้ำครั้งแรก อยู่ในช่วง 46-55 วัน ลักษณะฝัก ความสูงฝักวัดจากระดับผิวดินถึงข้อฝักบนสุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 91-120 เซนติเมตร มีจํานวนแถวเมล็ดปานกลาง เฉลี่ย 14 แถว เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีเมล็ดกึ่งกลางฝักหัวแข็งและมีซังสีขาว สนใจเมล็ดพันธุ์ ติดต่อ บริษัท แปซิฟิค เมล้ดพันธุ์ จำกัด โทร. (036) 266-316-9
เมล็ดมีสีขาวและสีม่วงในฝักเดียวกัน ฝักใหญ่ ให้ผลผลิตสูง คุณภาพฝักสดดีมาก ระบบรากและลำต้นแข็งแรง ปลูกได้ในทุกเขตการปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวในประเทศไทย สนใจเมล็ดพันธุ์ ติดต่อ บริษัท แปซิฟิค เมล้ดพันธุ์ จำกัด โทร.(036) 266-316-9
