ข้าวโพด
ลักษณะพันธุ์ ข้าวโพด แปซิฟิค แฟนซี สีม่วง ต้นแข็งแรง ปลูกได้ดีในทุกสภาพ โตเร็ว ติดฝักสม่ำเสมอ ฝักยาวใหญ่ เมล็ดขาวนวล เรียงเต็มถึงปลายฝัก เป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีเมล็ดหวานมากขึ้นถึง 25% เพื่อรสชาติ เหนียวหวาน นุ่ม ผลผลิตสูง อายุเก็บเกี่ยว 18-20 วัน หลังจากออกไหมแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. (036) 266-316-9
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เกาะติดโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 29 จังหวัด เผย ภาพรวมเกษตรกรพึงพอใจโครงการในระดับมาก สามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในโครงการได้ 163,094 ตัน มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 300 บาทต่อไร่ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นรวม 279.25 ล้านบาท นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประเมินผลโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดพื้นที่และผลผลิตข้าว โดยให้เกษตรกรเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งในพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี นำไปสู่การปรับระบบการปลูกข้าวที่ถูกต้อง และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทน โดยผลการติดตามในพื้นที่ 29 จังหวัด (ร้อยละ 82.86 ของจังหวัดเป้าหมายรวม 35 จังหวัด) พบว่า ปริมาณการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในโครงการได้เฉลี่ย 1,095 กิโลกรัมต่อไร่ รวม 163,094 ตัน มูลค่า 827.20 ล้านบาท โดยเกษตรกร ร้อยละ 57.39 ขายผลผลิตให้ภาคเอกชนที่ร่วมโครงการ เฉลี่ย 9,437 กิโลกรัม/ราย ราคาที่จำหน่ายได้เฉลี่ย 5.18 บาท/กิโลกรัม
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนสำคัญของภาคปศุสัตว์ ปัญหาที่เกิดในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จึงเชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรถึงผู้บริโภค แต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีกำลังการผลิต 20 ล้านตัน ทำให้มีความต้องการใช้วัตถุดิบทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดอย่างมาก แต่วัตถุดิบมีไม่เพียงพอจึงเกิดปัญหาตามมามากมาย นายบุญธรรม อร่ามศิริวัฒน์ เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เล่าว่า ความต้องการใช้ข้าวโพดในแต่ละปี เฉลี่ย 8 ล้านตัน แต่ไทยปลูกได้ 4.6-5.0 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลี กากข้าวสาลี (DDGS) มาทดแทน 3 ล้านตัน เพื่อผสมให้ได้สารอาหารโปรตีนในระดับใกล้เคียงกับข้าวโพด ซึ่งมีโปรตีน 7-8% ส่วนข้าวสาลีมีโปรตีน 9-10% DDGS มีโปรตีน 25-30% เป็นเหตุให้กระทรวงพาณิชย์ต้องกำหนดมาตรการให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพด 3 ส่วนเพื่อรับสิทธินำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ไม่ให้กระทบชาวไร่ แต่ปัญหาสำคัญมาจากไทยปลูกข้าวโพดผิดวิธีและขาดประสิทธิภาพ โดยแต่ละปีปลูกข้าวโพดได้ 4.6-5 ล้านตัน แบ่งเป็น 3 ฤดูกาล คือ 1) ข้าวโพดต้นฝน เก็บเกี่ยวช่วงสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี มีสัดส่วน 70% ของผลผลิตทั้งหมด ม
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ปรับเพิ่มมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิตปี 60/61 ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดปลายเดือนสิงหาคม เพื่อทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาเป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้ตกต่ำ โดยในส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการการซื้อตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยประสาน 3 ส่วนระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม (พ่อค้าคนกลาง) และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ จะนำร่องแห่งแรกที่จ.นครราชสีมา โดยจะใช้โมเดลนี้กับทุกจังหวัดที่มีโรงงานอาหารสัตว์ พร้อมรณรงค์ให้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี ความชื้นไม่เกิน 14.5% มีการตากให้แห้งก่อนขายเพื่อขายให้ได้ราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกก.ตามที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ระบุให้ความร่วมมือในราคานี้ พร้อมเร่งหาตลาดส่งออก ซึ่งแทน 6 มาตรการเดิม เช่น ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์เพื่อส่งออก รับซื้อข้าวโพดเมล็ดแห้ง ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท หรือการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนข้าวโพด เช่น ข้าวสาลี โดยอาจกำหนดภาษีนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันตามฤดูกาล เป็นต้น สำหรับ มาตรการมันสำปะหลัง เน้นเชื่อมโยงตลาดล่วงหน
ชง กกร. 7 ส.ค.นี้ ออกประกาศคุมเข้มพ่อค้าพืชไร่จดทะเบียนแจ้งปริมาณสถานที่จัดเก็บ หลังเกษตรกรร้องเรียนราคาผลผลิตตกต่ำ ด้านสมาคมพ่อค้าพืชไร่รับสนองมาตรการของภาครัฐ ขีดเส้น 3 เดือนหากราคาข้าวโพดไม่ปรับขึ้น รัฐควรทบทวนมาตรการใหม่ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธาน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เพื่อออกประกาศตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้ค้า และผู้ประกอบการค้าพืชไร่ เช่น ลานมันลานเทปาล์มน้ำมัน และผู้รับซื้อข้าวโพด ให้แจ้งปริมาณ และสถานที่จัดเก็บเพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามดูแลผู้ที่อยู่ในระบบการซื้อขายตามบัญชีที่เกิดขึ้นได้ “ที่ผ่านมามีเกษตรกรร้องเรียนว่าไม่ได้รับราคาที่เหมาะสมตามที่ภาครัฐกำหนด เช่น คุมราค่าปลายทาง แต่เกษตรกรต้นทางขายได้ราคาต่ำ เกิดคำถามว่า แล้วกลางทางได้เท่าไร น่าจะดูแลกลางทางด้วย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ดูแลเกษตรกร ต่อไปหากไม่แจ้งก็จะมีความผิดตามกฎหมายราคาสินค้าฯ” นางนันทว
ชง กกร. 7 ส.ค.นี้ ออกประกาศคุมเข้มพ่อค้าพืชไร่จดทะเบียนแจ้งปริมาณสถานที่จัดเก็บ หลังเกษตรกรร้องเรียนราคาผลผลิตตกต่ำ ด้านสมาคมพ่อค้าพืชไร่รับสนองมาตรการของภาครัฐ ขีดเส้น 3 เดือนหากราคาข้าวโพดไม่ปรับขึ้น รัฐควรทบทวนมาตรการใหม่ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธาน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เพื่อออกประกาศตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้ค้า และผู้ประกอบการค้าพืชไร่ เช่น ลานมันลานเทปาล์มน้ำมัน และผู้รับซื้อข้าวโพด ให้แจ้งปริมาณ และสถานที่จัดเก็บเพื่อให้สามารถตรวจสอบติดตามดูแลผู้ที่อยู่ในระบบการซื้อขายตามบัญชีที่เกิดขึ้นได้ “ที่ผ่านมามีเกษตรกรร้องเรียนว่าไม่ได้รับราคาที่เหมาะสมตามที่ภาครัฐกำหนด เช่น คุมราค่าปลายทาง แต่เกษตรกรต้นทางขายได้ราคาต่ำ เกิดคำถามว่า แล้วกลางทางได้เท่าไร น่าจะดูแลกลางทางด้วย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ดูแลเกษตรกร ต่อไปหากไม่แจ้งก็จะมีความผิดตามกฎหมายราคาสินค้าฯ” นางนันทว
กลุ่มนักธุรกิจเมืองเชียงใหม่ ระดมทุนตั้ง “บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด” เริ่มโปรเจ็กต์เร่งด่วนแก้ปัญหาหมอกควันพื้นที่แม่แจ่ม พลิกแผ่นดินจากเกษตรเชิงเดี่ยวปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สู่การทำเกษตรมูลค่าสูง ปั้นโมเดล “บ้านสองธาร” 200 ไร่ เลิกเผาเด็ดขาด ชาวบ้าน 35 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ จัดระบบพื้นที่ 4 โซน เน้นพืชเศรษฐกิจเจาะตลาดอาหารท้องถิ่น โรงเรียน โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต ผลผลิตลอตแรกออกปลายปีนี้ นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานกรรมการ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ก่อตั้งขึ้นมาด้วยการรวมตัวกันของนักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ โดยต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า จังหวัดเชียงใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกมิติ แต่เป็นการเติบโตที่ไร้การควบคุม มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย และมีปัญหาหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งการรวมตัวกันภายใต้ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มุ่งเน้นให้เป็นองค์กรที่ทำงานแบบจิตอาสาและจิตสะอาด เพื่อพัฒนาสังคมเมืองเชียงใหม่ให้ดีขึ้น สำหรับรายได้หรือกำไรที่ได้จากการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะไม่มีเงินปันผลให้ผู้ถ
เกษตรเปิดโมเดลไขปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.น่าน วางยุทธศาสตร์ 5 ปี บูรณาการเชิงรุกร่วมกับ 3 กระทรวง จูงใจส่งเสริมที่ดินทำกินจากบนลงล่างปลูกพืชอื่นแทนข้าวโพดและยาง เผยปีนี้รุกป่าน้อยลงเหลือ 1,000 ไร่ หรือเท่ากับศูนย์ นโยบายทวงคืนผืนป่าเป็นผลเร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบกลไกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พื้นที่ไม่ถูกกฎหมาย จังหวัดน่าน โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามความก้าวหน้า ล่าสุด คณะกรรมการได้มีมติบูรณาการส่งเสริมอาชีพในจำนวนป่าที่ถูกบุกรุกไป 1.6 ล้านไร่ โดย 9.4 แสนไร่ ถูกบุกรุกโดยการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ดำเนินการใน 2 พื้นที่หลัก แบ่งเป็น พื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ถูกบุกรุก 2.2 แสนไร่ 2.พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยกำหนดให้ใช้แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ใช้โมเดลการจัดสรรที่ดิน จ.แม่ฮ่องสอน (2560-2564) ทั้งดำเนินการโดยการลาดตระเวนพื้นที่ป่าไม่ให้มีการขยายหรือบุกรุกเพิ่ม ขณะเดียวกัน ป่าที่ถูกยึดคืนมาได้ให้นำมาฟื้นฟูร่วมกับชาวบ
เมืองน่านแม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่มีความสำคัญอย่างมากในฐานะเป็นพื้นที่ต้นน้ำของประเทศ โดยสัดส่วนของปริมาณน้ำ 40% ของแม่น้ำเจ้าพระยามาจากแม่น้ำน่าน ทว่าปัญหาที่สะสมเรื้อรังมานานก็คือพื้นที่ต้นน้ำกลายเป็นภูเขาหัวโล้น พื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ลดลงอย่างน่าใจหายหลังจากมีการกระตุ้นส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ที่มีพื้นที่ปลูกมากอันดับต้น ๆ ของประเทศปีละเกือบ 1 ล้านไร่ แม้ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนจะปลุกกระแสไปช่วยกันปลูกป่าเพิ่ม หรือไปส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ทดแทน เช่น กาแฟ แต่ก็ถือว่ายังผิดกฎหมายเหมือนเดิม เพราะทำกินในพื้นที่ป่า วันนี้รากเหง้าของปัญหาจึงยังไม่ถูกปลดชนวน “ไพศาล วิมลรัตน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จะมีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร Q : ปัญหาที่แท้จริงของเมืองน่านคืออะไร ปัญหาของน่านวันนี้คือ ที่ทำกินถูกกฎหมายมีน้อย พื้นที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ป่า 85% เหลือพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินมีน้อยมากเพียง 15% เท่านั้น และปัญหาอีกด้านคือ คนอยู่ในป่ามาก่อนที่รัฐจะประกาศเขตป่าครอบทับลงไป ซึ่งเดิมเป็นป่าอุดมสมบูรณ์และมีสถานการณ
เกษตรฯ เข็นโครงการปรับแผนปลูกข้าวโพดหลังนาประชารัฐ เอกชนแห่เข้าร่วม 116 บาท ตั้งเป้า 3 แสนไร่ ห้ามรับซื้อผลผลิตจากพื้นที่ไม่ถูกกฎหมาย จี้กรมวิชาการฯ งัด พ.ร.บ.พันธุ์พืช 2518 คุมเมล็ดพันธุ์ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่าจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายปรับลดพื้นที่การปลูกข้าว ผ่านโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2559/2560 รอบ 2 ให้เหลือจำนวน 6.86 ล้านไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิต 4.38 ล้านตันข้าวเปลือก โดยมีเป้าหมายลดพื้นที่ทำนาข้าว ประมาณ 3 ล้านไร่ จึงเกิดโครงการนี้ขึ้น เพื่อทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง โดยมีเป้าหมาย 35 จังหวัด พื้นที่ 2 ล้านไร่ ตั้งเป้าเกษตรกรเข้าร่วม 2 แสนราย โดยใช้งบฯ กลาง 24 ล้านบาท และงบฯ อุดหนุนชดเชยดอกเบี้ย จากการให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไร่ละ 4,000 บาท ซึ่งผลของโครงการนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมเพียง 16,545 ราย พื้นที่ 1.4 แสนไร่ ได้รับเงินสินเชื่อ ธ.ก.ส. 395 ราย วงเงิน 10 ล้านบาท เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวและจำหน่ายแล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ตามเป้า เนื่องจากเกษตรกรไม่ได้รับสินเชื่อ ทำให้ถอนตัวจากการสมัครเ
