ชันโรง
อาจารย์นักวิจัย มทร.ธัญบุรี ออกแบบรังเลี้ยงผึ้งชันโรงสำหรับผลิตน้ำผึ้งเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์เกษตรกรในการเก็บผลผลิต สร้างรายได้แก่ชุมชน และคว้ารางวัลเหรียญทองเวทีวิจัยนานาชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี สวาสดิ์ธรรม อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เจ้าของผลงานวิจัย กล่าวว่า น้ำผึ้งจากผึ้งชันโรงหรือ Stingless Bees เป็นที่รู้จักกันและขึ้นชื่อว่ามีคุณค่าและสรรพคุณทางยาสูง ผลการวิเคราะห์ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของน้ำผึ้งจากชันโรงมีมากกว่าน้ำผึ้งจากผึ้งพันธุ์ 2-3 เท่า มีกรดอะมิโนและเกลือแร่หลายชนิด มีน้ำตาลทรีฮาโลส ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีประโยชน์สำคัญทางด้านการแพทย์และเภสัช จึงทำให้มีราคาสูง แต่จุดอ่อนของชันโรงคือให้ผลผลิตน้ำผึ้งต่อรังในปริมาณน้อย มีวิธีเก็บเกี่ยวยุ่งยากกว่าผึ้งพันธุ์ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวอ่อนได้ อีกทั้งขณะเก็บน้ำผึ้งจะมีถ้วยน้ำผึ้งที่แตกเสียหาย มีน้ำผึ้งไหลออกมาบริเวณพื้นรัง ทำความสะอาดให้แห้งได้ยาก ก่อให้เกิดการบูดของน้ำผึ้ง ส่งกลิ่นดึงดูดศัตรูของชันโรงให้เข้ามาทำลาย ส่งผลให้รังล่มสลายได้ง่าย
“ชันโรง” หลายท่านรู้จัก แต่ก็อาจมีอีกหลายท่านที่ไม่รู้จัก บางท่านไม่รู้จักชันโรง แต่รู้จัก ขี้สูด ติ้ง ขี้ตังนี อุง หรือ “ผึ้งจิ๋ว” ซึ่งก็ล้วนเป็นชื่อของชันโรงทั้งสิ้น เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับชันโรง ทราบและเข้าใจถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ของแมลงเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นตัวการในการผสมเกสรให้พืชพันธุ์ต่างๆ ทำให้พืชติดผลมากขึ้น เรามาทำความรู้จักกับแมลงชนิดนี้กัน สำหรับ “ชันโรง” มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นเช่น คนเหนือเรียก ขี้ตังนี ขี้ตัวนี หรือ ขี้ย้าแดง ภาคใต้เรียก แมลงอุง ทางอีสานเรียก แมลงขี้สูด ภาคตะวันออกเรียก ตัวตุ้งติ้ง “ชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว” (Stingless bees) คือ แมลงผสมเกสรตัวเล็กๆ จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กในเหมือนผึ้ง “ชันโรง” มีวิวัฒนาการสูงกว่าผึ้งป่าและผึ้งหึ่ง นอกจากนี้ชันโรงยังให้น้ำผึ้งอีกด้วย น้ำผึ้งและเกสรของชันโรงมีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วๆ ไป เนื่องจากเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เพราะรังของชันโรงหายาก และมีปริมาณน้ำผึ้งน้อย ชันโรงนอกจากจะให้น้ำผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้วยังช่วยผสมเกสรพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ชันโรงมีกล้ามเนื้อที
คุณอาจเคยเห็นแมลงตัวเล็กๆ ที่มีรูปร่างคล้ายผึ้งมักบินตอมต้นไม้ ดอกไม้ จนหลายคนเกิดความสงสัยแล้วกลัวว่าจะต่อยทำอันตราย แต่ความจริงมันไม่ใช่ผึ้งเพราะมันคือตัว “ชันโรง” ที่เป็นแมลงขนาดเล็กมีหน้าที่เก็บน้ำหวานจากพืชนานาพันธุ์มาใช้เป็นอาหารคล้ายการทำงานของผึ้ง แต่ต่างจากผึ้งพันธุ์เพราะชันโรงไม่มีเหล็กในจึงไม่สามารถต่อยได้ ฉะนั้น กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชันโรงจึงมีความปลอดภัยกว่าผึ้งทั่วไป ชันโรงมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ภาคกลาง เรียกว่า ตัวชันโรง หรือ ชันโรง ภาคเหนือ เรียกว่า แมงตานี หรือ ขี้ตั๋งนี ภาคอีสานเรียกว่า ขี้สูด เรียกกับชันโรงที่ทำรังใต้ดิน ภาคตะวันออก เรียกว่า ตัวชำมะโรง, อีโลม หรือ แมลงอีโลม ภาคตะวันตก เรียกว่า ตัวติ้ง, ตุ้งติ้ง และภาคใต้ เรียก แมลงอุง การเรียกผึ้งชนิดนี้ว่า ชันโรง เป็นการเรียกตามพฤติกรรมในการเก็บชัน โดยสังเกตว่าถ้าเรือลำที่ยาชันไว้ ตัวชันโรงจะมาตอมที่รอยยาชันแล้วเอาชันกลับไปที่รังของมัน ไม้ที่มียางมาก อย่างไม้สน หรือไม้ยาง ตัวชันโรงจะชอบมาตอม อย่างไรก็ตาม บทบาทสำคัญของชันโรงต่อมนุษย์คือการผลิตน้ำหวาน ซึ่งว่ากันว่าน้ำหวานที่เป็นน้ำผึ้งชันโรงนี้ได
เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี รวมกลุ่มแปลงใหญ่ผลิตน้ำผึ้งชันโรง หวังส่งเสริมให้คนไทยรู้จักและรับประทานน้ำผึ้งชันโรงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งป้อนตลาดต่างประเทศที่ปัจจุบันมีแนวโน้มความต้องการน้ำผึ้งจากชันโรงสูงขึ้น เผยการทำการเกษตรในรูปแปลงใหญ่สามารถช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงและทำตลาดได้อย่างยั่งยืน นายสวัสดิ์ จิตตเจริญ ประธานแปลงใหญ่ชันโรง อ.มะขาม จ.จันทบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง กล่าวว่า ปัจจุบันการเลี้ยงผึ้งชันโรงใน อ.มะขาม จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีการเลี้ยงผึ้งชันโรงที่ใหญ่ที่ของประเทศ โดยหัวใจสำคัญในการเลี้ยงนั้นก็เพื่อไว้ให้ชันโรงช่วยผสมเกสรในสวนไม้ผล ทำให้ไม้ผลติดดอกออกผลได้ดีมีคุณภาพ ส่วนน้ำผึ้งของชันโรงก็นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาดีกว่าน้ำผึ้งจากผึ้ง ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ดีของเกษตรกรอีกทางหนึ่ง โดยที่ผ่านมาการขายน้ำผึ้งชันโรงของเกษตรกรที่พื้นที่แห่งนี้จะผลิตและขายโดยไม่ได้มีการรวมกลุ่มกัน ซึ่งก็สามารถทำตลาดได้ดี มีเท่าไรก็ขายหมด เนื่องจากการปริมาณการเลี้ยง
