น้ำท่วม
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ได้มีน้ำป่าจากเทือกเขาฝั่งทิศตะวันออก อ.กาญจนดิษฐ์ และเขตรอยต่อ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มของ อ.ดอนสัก หลายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย หมู่ 1 – 2 , 4- 6 , 8 -10 , 12 – 14 ต.ดอนสัก , หมู่ 1- 5 ต.ไชยคราม และหมู่ 1- 6 ต.ชัยคราม รวม 33 หมู่บ้าน โดยกำลังทหารมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี กว่า 20 นาย เข้าช่วยอพยพประชาชนบ้านนาเหนือ หมู่ 1 ต.ดอนสัก จำนวน 14 ครอบครัว 56 คนพร้อมขนย้ายสิ่งของไปพักอาศัยที่จุดอพยพชั่วคราวที่วัดนาตาดี ซึ่งนายเจริญ เปลี่ยวจิต นายอำเภอดอนสัก ได้จัดเตรียมที่พักภายในวัดไว้รองรับ และอพยพประชาชนหมู่ที่ 3 , 14 ต.ปากแพรก จำนวน 2 ครอบครัว รวม 8 คน ไปอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน นายสานนท์ อยู่สถิตย์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 1 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก กล่าวว่า ครอบครัวอาศัยอยู่กัน 4 คน น้ำได้ไหลมาอย่างรวดเร็วพัดบ้านพังเสียหายก่อนย้ายออกมายังจุดอพยพชั่วคราว ด้านนางสมบุญ นิยะกิจอายุ 86 ปี บ้านเลขที่ 37 / 1 บ้านนาเหนือ หมู่ 1 ต.ดอนส
น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ทะลักเข้าท่วมเขตย่านการค้าและชุมชนตลาดเทศบาลย่านตาขาว น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ย่านการค้า และชุมชน เทศบาลย่านตาขาว โดยน้ำล้นเอ่อขึ้นจากแม่น้ำปะเหลียน ผู้ว่าตรังเร่งเข้าสำรวจความเสียหาย เผยส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำผิดพลาด ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ ขณะที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตและผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว 3 ราย ชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำคลองปะเหลียน ต่างได้ช่วยกันอพยพสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ขณะที่เทศบาลตำบลย่านตาขาว โดยนายวุฒิชัย สุนทรนนท์ นายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว ได้นำสิ่งของอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในชุมชนริมคลองแม่น้ำปะเหลียน โดยเฉพาะผู้สูงอายุบางคน ยอมเฝ้าทรัพย์สินอยู่ในบ้าน ไม่ยอมอพยพไปอยู่ในสถานที่เทศบาจัดให้เป็นที่อาศัยชั่วคราว แต่ไม่สามารถปรุงอาอาหารได้ จึงต้องนำข้าวกล่อง น้ำดื่มใปแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน รวมทั้งอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่กำลังอดอาหารในช่วงนี้ด้วย ทั้งนี้ล่าสุดปริมาณน้ำริมแม่น้ำคลองปะเหลียนมีน้ำสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร 20 เซนติเมตร และบริเวณยานการค้าตลาดเทศบาลตำบลย่านตาขาว มีน้ำท่วมสูงประมาณ 4
เมื่อวันที่ 1ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ปัตตานี ฝนที่ตกต่อเนื่องติดต่อกันตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุด ในเขตเมืองปัตตานี เข้าบ้านเรือนประชาชน ถนนหลักหลายสาย เช่น ถนนพิพิธ ถนนจะบังติกอ ถนนมะกรูด ถนนปัตตานีภิรมย์ ระดับน้ำท่วมสูงมากโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำปัตตานี เช่นบริเวณซอยโรงอ่าง หลังโรงเรียนเทศบาล 4 น้ำท่วมสูงมากกว่า 1เมตร พื้นที่รอบนอกเมือง เช่นตำบลรูสะมิแล ตำบลบาราเฮาะ ตำบลปะกาฮะรัง และตำบลตะลุโบะ ปริมาณน้ำท่วมสูงมากกว่าในตัวเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การสัญจรในเมืองปัตตานี เป็นไปอย่างลำบาก บางจุดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ฝนตกหนักขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นออกมา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยริมแม่น้ำ ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมเมืองปัตตานีครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ10ปี โดยเช้านี้ฝนตกหนักกว่าวันที่ผ่านมาทำให้ปริมาณน้ำยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
วันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.กงหรา จ.พัทลุงว่า ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดฝนกตกหนัก และทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่บ้านน้ำทรายแดง หมู่ที่ 2 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง น้ำป่าไหลทะลักบ้านหมู่บ้านฉับพลัน ชาวบ้านที่นอนหลับอยู่ต่างสะดุ้งตื่น รีบเก็บข้าวของ ทรัพย์สินที่มีค่าหนีน้ำ ขณะที่มีอีกหลายรายไม่สามารถเคลื่อนย้ายข้าวของได้ทันจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้า เก้าอี้ อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าต่างๆได้รับความเสียหายจำนวนมาก นางพรรณี อินยายศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 2 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะกำลังหลับ ฝนตกลงมาหนักมาก ประมาณ ตี 1 มีป่าน้ำไหลหลากเข้ามาในบ้าน น้ำมาเร็วมาก จึงได้เรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยขน แต่ขนได้บางส่วน ที่เหลือเสียงหายทั้งหมด ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่จังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพิ่มสูงขึ้นจากตลิ่งกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำประชาชนในชุมชนกือดาบารู ท่ากอไผ่ หัวสะพาน โปฮงยามู และบือเร็ง ออกไปพักอาศัยที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 และโรงเรียนเทศบาล 1 ซึ่งล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 250 คน ขณะที่ถนนเจริญเขต บริเวณศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะหน้าโรงแรมมารีน่า โรงแรมธารา และสถานบันเทิงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก น้ำจากแม่น้ำโก-ลกได้เอ่อล้นเข้าท่วมเต็มพื้นที่ลุ่มต่ำระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งรถทุกชนิดยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ ยกเว้นภายในศาลเจ้าแม่โต้ะโมะที่ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ด้านจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” และทหารจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกได้ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบสำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
ฝนตกกระหน่ำตรัง 3 วันขยายวงกว้าง จมใต้บาดาล ประกาศพื้นที่ประสบภัย 5 อำเภอ หวั่นมวลน้ำจากทุ่งสงไหลสมทบส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น โรงเรียนประกาศให้นักเรียนหยุดเรียนได้ นิมนต์พระสงฆ์หนีน้ำ รายงานข่าวจากจังหวัดตรัง วันที่ 27 พฤศจิกายน แจ้งว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่จังหวัดตรังติดต่อกันนาน 3 วันส่งผลให้มีพื้นที่น้ำท่วมเป็น 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.นาโยง อ.ห้วยยอด อ.ปะเหลียน และ อ.ย่านตาขาว โดยสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มริมเทือกเขาบรรทัด อ.นาโยง อ.ปะเหลียน และ อ.ย่านตาขาว และพื้นที่ที่ตั้งติดแม่น้ำตรัง อ.ห้วยยอด โดยมวลน้ำจะไหลมาสมทบในอำเภอเมืองตรัง แม้ว่าทางจังหวัดจะได้มีการประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังภาวะน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช้าวันเดียวกัน นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง นายอำเภอนาโยง ผู้บริหารท้องถิ่น เดินทางไปสำรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอนาโยง โดยเฉพาะถนนสายหลักทับเที่ยง-นาโยง-
นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร ( KOFC) ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าจะสร้างความเสียหาย รวม 14,198.21 ล้านบาท กระทบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 3,648.01 ล้านบาท หรือ 0.04% ของมูลค่าจีดีพีรวมทั้งประเทศ และ 0.59% ของมูลค่าจีดีพีสาขาเกษตร โดยสาขาพืชมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด 3,593.17 ล้านบาท รองลงมาเป็นสาขาประมง 53.47 ล้านบาท และสาขาปศุสัตว์ 1.38 ล้านบาท นายภูมิศักดิ์กล่าวว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้น แบ่งได้ เป็น 3 ช่วง คือ 1.วันที่ 5 กรกฎาคม -15 สิงหาคม 2560 อิทธิพลพายุตาลัส-เซินกา สำรวจความเสียหายแล้ว จำนวน 43 จังหวัด เกษตรกรรวม 444,854 ราย เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 11,959.65 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านพืชเสียหาย 3.41 ล้านไร่ มูลค่า 11,817.04 ล้านบาท ประมงพื้นที่บ่อปลา 12,253 ไร่ มูลค่า 133.68 ล้านบาท และด้านปศุสัตว์ สัตว์ตายและสูญหาย 60,591 ตัว มูลค่า 8.93 ล้านบาท ปัจจุบันให้การช่วยเหลือแล้ว 3,869.39 ล้านบาท 2.ตั้งแ
กลายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดทุก ๆ ปี เมื่อประเทศไทยย่างเข้าสู่ฤดูฝนกับปัญหาน้ำท่วมน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเมืองใหญ่ และศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศตลอดลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร เป็นการติดตามระดับน้ำท่ามกลางความหวาดผวากับเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 จะหวนกลับมาอีกหรือไม่ โดยเป็นไปในลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลาด 3 ปีของรัฐบาล คสช. แม้ว่าในฤดูฝนปีนี้ กรมชลประทานจะมีการบริหารจัดการน้ำด้วยการ “หน่วงน้ำ-ตัดยอดน้ำเข้าทุ่ง-เก็บกักน้ำในเขื่อนใหญ่” อย่างได้ผล ส่งผลให้สามารถรักษาระดับน้ำไหลผ่านที่สถานีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้ได้ไม่เกินไปกว่า 2,900 ลบ.ม./วินาที จากระดับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่ 3,500 ลบ.ม./วินาที ไว้ได้ก็ตาม แต่ปริมาณน้ำจากภาคเหนือตอนล่างที่ฝนตกท้ายเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ ได้ทวีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของพายุ 4 ลูก ที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลหลากเหนือเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 3,000 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานเองก็ได้บริหารจัดการน้ำจำนวนนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือที่มีทั้งหมด
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 พ.ย. 2560 มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด ครัวเรือนละ 3,000 บาท แบ่งเป็นช่วงภัยพายุตาลัสและเซินกา เสร็จสิ้นวันที่ 30 พ.ย. 2560 และช่วงภัยทกซูรี หย่อมความกดอากาศต่ำ และร่องมรสุมเสร็จสิ้น 31 ธ.ค. 2560 และโครงการปรับเปลี่ยนระบบผลิตข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง รวมถึงชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี 6 เดือน สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร กรอบวงเงินรวม 4,715.19 ล้านบาท โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุตาลัสและเซินกา ช่วงตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.-15 ส.ค .2560 จำนวน 1,759,038 ครัวเรือน วงเงิน 3,592.66 ล้านบาท สร้างความเสียหายสิ้นเชิงด้านการเกษตร 43 จังหวัด เกษตรกรรวม 435,059 ราย แบ่งเป็นด้านพืช 419,938 ราย พื้นที่ 3.22 ล้านไร่ ด้านประมง 13,501 ราย พื้นที่บ่อปลา 12,431 ไร่ 3,022 ตารางเมตร ด้านปศุสัตว์ 1,620 ไร่ สัตว์ตายและสูญหาย 60,591 ตัว แปลงหญ้า 92 ไร่ ในส่วนครัวเรือนที่ได้รับพายุทกซูรี หย่อมความกดอากาสต่ำ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จนเกิดน้ำไหลห
ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี สถานการณ์แม่น้ำท่าจีนวันนี้ยังมีปริมาณน้ำสูงใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลไผ่กองดิน ตำบลจระเข้ใหญ่ ตำบลตะค่า ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงมาก ทำให้ล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและพืชไร่เกษตรกรที่ทำบ่อปลา บ่อกุ้ง มีพื้นที่เสียหายไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ บางแห่งสูงประมาณ 1.50-1.80 เมตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ถนนหลายเส้นทางถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ และถนนยังถูกน้ำกัดเซาะจนพังหลายสาย ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
