น้ำท่วม
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางจนถึงฝนหนักบริเวณฝั่งพระนครเกือบทั้งหมดต่อเนื่องพื้นที่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรสาคร ส่วนถนนที่มีน้ำท่วมขังเร่งระบาย ถ.แจ้งวัฒนะ บริเวณ หน้าบริษัท ทีโอที ยาว 200 เมตร สูงประมาณ 10 เซนติเมตร และ บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ถนนแจ้งวัฒนะ ยาว 100 เมตร ระดับน้ำสูงกว่า 10 เซนติเมตร ส่วนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ตั้งแต่หน้าสนามบินดอนเมือง ถึง คลังสินค้า น้ำท่วมสูง 20 เซนติเมตร บริเวณช่องทางซ้าย และเร่งรอระบายสภาพถนนเปียกลื่น ส่งผลทำให้ช่วงถนนรามอินทรา ขาเข้า มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าถนนวิภาวดี มีการจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า และติดขัดเป็นบางช่วงถนน ที่ศาลาว่าการ กทม. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเวลา 03.26 น. พบกลุ่มฝนปานกลาง เขตดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร ลาดพร้าว เคลื่อนตัวทิศใต้ ต่อมา เวลา 04.00 น. พบกลุ่มฝนปานกลาง 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน คันนายาว สายไหม บางซื่อ จตุจักร ลาดพร้าว ต่อเนื่องพื้นที่ จ.นนท
วันที่ 15 ธ.ค.วันที่ 15 ธ.ค. นายวีรชัย วิโรจน์แสงอรุณ ผอ.ปศุสัตว์เขต 9 จ.สงขลาเปิดเผยว่าน้ำท่วมขังพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาเป็นเวลาหลายวัน พบว่าสัตว์เลี้ยงอ่อนเพลีย ซูบผอม แผลถลก จึงป้องกันการเกิดปัญหากระทบต่อสัตว์เลี้ยง ได้ส่งหน่วยปศุสัตว์เฉพาะกิจ 60 คน ประกอบด้วยนายสัตวแพทย์และสัตวบาลลงพื้นที่ 4 อำเภอ มี สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธ์และ อ.ระโนด มาช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการฉีดวัคซีน ให้ยาพยาธิให้หญ้าแห้ง 14,000 กก. นายสมพงศ์ หนูสง ส.อบจ.สงขลา เขต อ.สทิงพระเปิดเผยว่าตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขัง หญ้าเน่าเปื้อยทั้งหมด ทำให้วัว ควายขาดแคลนอาหารสัตว์พืชสด ต้องอาศัยฟางแห้งประทังชีวิต แต่ขณะนี้ฟางแห้งขาดแคลนและราคาเพิ่มขึ้นจากปกติก้อนละ 40 บาทเป็นก้อนละ 80-90 บาท ทางราชการจัดสรรให้ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเกษตรกรอยู่ลึกในหมู่บ้าน ต้องสั่งซื้อจาก จ.สุพรรณบุรีเข้ามา และโรคปากเท้าเปื้อยเริ่มจะระบาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านท่าช้าง หมู่ 8 ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ รวมตัวกันเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน หลังประสบปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากถนนเชื่อมระหว่างบ้านท่าช้าง-บ้านหนองไผ่ ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ถูกน้ำท่วมขังระยะทางกว่า 500 เมตร ลึก 1-1.50 เมตร นานกว่า 7 เดือน ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านอย่างน้อย 500 ครัวเรือน ต้องเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากบ้านหนองไผ่ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัดเวฬุวัน และโรงเรียนบ้านท่าช้าง ชาวบ้าน และผู้ปกครองต้องเรือใช้สัญจร บางรายที่ไม่มีเรือต้องใช้ถังน้ำมามัดติดกันทำแพลอยน้ำพาบุตรหลานไปเรียนหนังสือ หรือไม่ก็ต้องเดินทางอ้อมระยะทางไกลกว่า 20 กิโลเมตร ชาวบ้านระบุว่าที่ผ่านมาเคยขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายครั้ง จนผ่านผู้บริหารใหญ่ระดับจังหวัด แต่ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแล นายจำปี อรัญชัย อายุ 67 ปี ชาวบ้านท่าช้าง หมู่ 8 ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่า
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บ้านเรือนประชาชนใน อ.กระแสสินธุ์ กว่า 3,100 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 9,000 คน ใน 4 ตำบล ได้แก่ ต.กระแสสินธุ์ ต.โรง ต.เชิงแส และ ต.เกาะใหญ่ ยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากน้ำในทะเลสาบสงขลาเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ ประกอบกับประสบปัญหาน้ำทะเลหนุน ทำให้ระดับน้ำยังท่วมสูง 1-3 เมตร โดยประสบปัญหาน้ำท่วมมานาน 9 วัน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากต้องสัญจรโดยทางเรือ และรถบรรทุกขนาดใหญ่เท่านั้น ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนเครื่องบริโภค และน้ำดื่มสะอาด แม้ส่วนราชการในพื้นที่จะพยายามให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ โดยผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือนั้นทำได้อย่างลำบาก เพราะการสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยต้องรอให้ระดับน้ำลดลงตามธรรมชาติ คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยน้ำที่ท่วมในพื้นที่ขณะนี้เริ่มส่งกลิ่นเหม็น ประชาชนที่เดินลุยน้ำเริ่มมีอาการ และน้ำกัดเท้าบ้างแล้ว จึงอยากให้ระดมการช่วยเหลือในพื้นที่นี้บ้าง ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำในทะเลสาบสงขลาที่หนุนเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่ง ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอย่างหนักเพราะผลผลิตอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ปลายคลองอู่ตะเภา บริเวณปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา จึงถูกทั้งน้ำในคลองอู่ตะเภาและน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมแหล่งปลูกข่าที่ใหญ่ที่สุดของ จ.สงขลา อาจจะส่งผลให้ข่าเน่าตายได้ ล่าสุดพบว่าเกษตรกรผู้ปลูกข่าต้องลุยน้ำท่วมเข้าไปถอนข่าก่อนที่จะเน่าเสียด้วย นายไว และนางจัด ดำรัตนา อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่7 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา กล่าวว่า ต้องลุยน้ำเข้าไปขุดข่าที่ปลูกไว้ 5 ไร่ ซึ่งถูกน้ำท่วมทั้งหมด ที่บางส่วนเริ่มเน่าตาย เพราะแช่น้ำมานานกว่า 1สัปดาห์ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์น้ำท่วมผลผลิตน้อยส่งผลให้ราคาข่าเริ่มดีขึ้นจากก่อนหน้าเคยขายกิโลกรัมละ 25 บาท ขณะนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ได้มีน้ำป่าจากเทือกเขาฝั่งทิศตะวันออก อ.กาญจนดิษฐ์ และเขตรอยต่อ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มของ อ.ดอนสัก หลายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย หมู่ 1 – 2 , 4- 6 , 8 -10 , 12 – 14 ต.ดอนสัก , หมู่ 1- 5 ต.ไชยคราม และหมู่ 1- 6 ต.ชัยคราม รวม 33 หมู่บ้าน โดยกำลังทหารมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี กว่า 20 นาย เข้าช่วยอพยพประชาชนบ้านนาเหนือ หมู่ 1 ต.ดอนสัก จำนวน 14 ครอบครัว 56 คนพร้อมขนย้ายสิ่งของไปพักอาศัยที่จุดอพยพชั่วคราวที่วัดนาตาดี ซึ่งนายเจริญ เปลี่ยวจิต นายอำเภอดอนสัก ได้จัดเตรียมที่พักภายในวัดไว้รองรับ และอพยพประชาชนหมู่ที่ 3 , 14 ต.ปากแพรก จำนวน 2 ครอบครัว รวม 8 คน ไปอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน นายสานนท์ อยู่สถิตย์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 1 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก กล่าวว่า ครอบครัวอาศัยอยู่กัน 4 คน น้ำได้ไหลมาอย่างรวดเร็วพัดบ้านพังเสียหายก่อนย้ายออกมายังจุดอพยพชั่วคราว ด้านนางสมบุญ นิยะกิจอายุ 86 ปี บ้านเลขที่ 37 / 1 บ้านนาเหนือ หมู่ 1 ต.ดอนส
น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ทะลักเข้าท่วมเขตย่านการค้าและชุมชนตลาดเทศบาลย่านตาขาว น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ย่านการค้า และชุมชน เทศบาลย่านตาขาว โดยน้ำล้นเอ่อขึ้นจากแม่น้ำปะเหลียน ผู้ว่าตรังเร่งเข้าสำรวจความเสียหาย เผยส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำผิดพลาด ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ ขณะที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตและผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว 3 ราย ชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำคลองปะเหลียน ต่างได้ช่วยกันอพยพสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ขณะที่เทศบาลตำบลย่านตาขาว โดยนายวุฒิชัย สุนทรนนท์ นายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว ได้นำสิ่งของอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในชุมชนริมคลองแม่น้ำปะเหลียน โดยเฉพาะผู้สูงอายุบางคน ยอมเฝ้าทรัพย์สินอยู่ในบ้าน ไม่ยอมอพยพไปอยู่ในสถานที่เทศบาจัดให้เป็นที่อาศัยชั่วคราว แต่ไม่สามารถปรุงอาอาหารได้ จึงต้องนำข้าวกล่อง น้ำดื่มใปแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน รวมทั้งอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่กำลังอดอาหารในช่วงนี้ด้วย ทั้งนี้ล่าสุดปริมาณน้ำริมแม่น้ำคลองปะเหลียนมีน้ำสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร 20 เซนติเมตร และบริเวณยานการค้าตลาดเทศบาลตำบลย่านตาขาว มีน้ำท่วมสูงประมาณ 4
เมื่อวันที่ 1ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ปัตตานี ฝนที่ตกต่อเนื่องติดต่อกันตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุด ในเขตเมืองปัตตานี เข้าบ้านเรือนประชาชน ถนนหลักหลายสาย เช่น ถนนพิพิธ ถนนจะบังติกอ ถนนมะกรูด ถนนปัตตานีภิรมย์ ระดับน้ำท่วมสูงมากโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำปัตตานี เช่นบริเวณซอยโรงอ่าง หลังโรงเรียนเทศบาล 4 น้ำท่วมสูงมากกว่า 1เมตร พื้นที่รอบนอกเมือง เช่นตำบลรูสะมิแล ตำบลบาราเฮาะ ตำบลปะกาฮะรัง และตำบลตะลุโบะ ปริมาณน้ำท่วมสูงมากกว่าในตัวเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การสัญจรในเมืองปัตตานี เป็นไปอย่างลำบาก บางจุดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ฝนตกหนักขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นออกมา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยริมแม่น้ำ ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมเมืองปัตตานีครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ10ปี โดยเช้านี้ฝนตกหนักกว่าวันที่ผ่านมาทำให้ปริมาณน้ำยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
วันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.กงหรา จ.พัทลุงว่า ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดฝนกตกหนัก และทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่บ้านน้ำทรายแดง หมู่ที่ 2 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง น้ำป่าไหลทะลักบ้านหมู่บ้านฉับพลัน ชาวบ้านที่นอนหลับอยู่ต่างสะดุ้งตื่น รีบเก็บข้าวของ ทรัพย์สินที่มีค่าหนีน้ำ ขณะที่มีอีกหลายรายไม่สามารถเคลื่อนย้ายข้าวของได้ทันจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้า เก้าอี้ อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าต่างๆได้รับความเสียหายจำนวนมาก นางพรรณี อินยายศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 2 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะกำลังหลับ ฝนตกลงมาหนักมาก ประมาณ ตี 1 มีป่าน้ำไหลหลากเข้ามาในบ้าน น้ำมาเร็วมาก จึงได้เรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยขน แต่ขนได้บางส่วน ที่เหลือเสียงหายทั้งหมด ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่จังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพิ่มสูงขึ้นจากตลิ่งกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำประชาชนในชุมชนกือดาบารู ท่ากอไผ่ หัวสะพาน โปฮงยามู และบือเร็ง ออกไปพักอาศัยที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 และโรงเรียนเทศบาล 1 ซึ่งล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 250 คน ขณะที่ถนนเจริญเขต บริเวณศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะหน้าโรงแรมมารีน่า โรงแรมธารา และสถานบันเทิงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก น้ำจากแม่น้ำโก-ลกได้เอ่อล้นเข้าท่วมเต็มพื้นที่ลุ่มต่ำระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งรถทุกชนิดยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ ยกเว้นภายในศาลเจ้าแม่โต้ะโมะที่ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ด้านจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” และทหารจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกได้ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบสำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
