น้ำท่วม
พาณิชย์ออกตรวจเข้มป้อมปรามการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม จับมือห้างใหญ่ลดราคาสินค้าเป็นพิเศษในจังหวัดประสบภัยน้ำท่วม จัดรถธงฟ้าเคลื่อนที่ลงพื้นที่ถึงเกษตรกร จัด 10 สายตรวจคุมราคาวัสดุทำกระทงด้วย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในโดยได้ประสานงานกับห้างสรรพสินค้าในพื้นที่จัดหาสินค้าให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน และกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง และให้มีการจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม รวมทั้งได้ประสานไปยังพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ขณะนี้พบว่าปริมาณสินค้ายังมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน และไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา แต่อย่างไรก็ตาม รมว.พาณิชย์ (พณ.) ได้เน้นย้ำให้พาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ สำหรับมาตรการรองรับภายหลังน้ำลด ได้แจ้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ให้จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการ เช่น ของใช้ประจำวัน ไม้กวาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น อุปกรณ์วัสด
หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้เร่งจัดหาเสื้อชูชีพมามอบให้นักเรียน พร้อมหามาตรการช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่โรงเรียนวัดพรหมเกษร หมู่ 1 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่มวลน้ำที่ท่วมได้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงอาคารเรียน ซึ่งนักเรียนต้องย้ายมามาเรียนในอาคารสูง แต่ในการเดินทางมาเรียนนั้นมีนักเรียนหลายครอบครัวที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะมาเรียน ทำให้หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงได้ขอรับบริจาคเสื้อชูชีพ ส่งผลให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่พบปะนายอำเภอบางระกำ
พาณิชย์ขู่ร้านค้าฉวยโอกาสโก่งราคาซ้ำเติมประชาชนช่วงน้ำท่วมเจอคุกแน่ ยันสินค้าไม่ขาดแคลน ส่วนชาวนาหากจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวให้ช่วยประสานรถเกี่ยวเข้าไปเกี่ยว และโรงสีเข้าไปรับซื้อ จับตาปาล์มน้ำมันราคาตกผลผลิตล้น นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเข้าไปดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า หากพบการฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ “ขอให้สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าด้วยว่า พื้นที่ใดมีปัญหาสินค้าขาดแคลน ให้เร่งประสานงานนำสินค้าจากพื้นที่ใกล้เคียงส่งเข้าไปในพื้นที่ทันที และให้เตรียมความพร้อมหากน้ำลด ให้เพิ่มปริมาณสินค้าที่จำเป็นต่อการทำความสะอาดบ้านเรือน เช่น ไม้กวาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อุปกรณ์วัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนเพื่อให้ประชาชนได้ซื้อไปใช้ในการดูแลซ่อมแซมบ้านเรือนด้วย” นางอภิรดี กล่าว นางอภิรดี กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพา
“อภิรดี”สั่งดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าในจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลนและเกิดการฉวยโอกาส ย้ำหากฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เผยให้เข้าไปดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หากจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยว ให้ช่วยประสานรถเกี่ยวเข้าไปเกี่ยวและโรงสีเข้าไปรับซื้อ ส่วนภาคธุรกิจให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ๆ ประสบปัญหาน้ำท่วม ให้เข้าไปดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลน และดูแลพ่อค้าแม่ค้าห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ขอให้สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าด้วยว่า หากพื้นที่ใดมีปัญหาสินค้าขาดแคลน ให้เร่งประสานนำสินค้าจากพื้นที่ใกล้เคียงส่งสินค้าเข้าไปในพื้นที่ทันที และให้เตรียมความพร้อม หากน้ำลดแล้ว ให้ประสานเพิ่มปริมาณสินค้า
น.ส.กฤตยาพร ทัพภะทัต รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ว่า ในพื้นที่นิคมฯบางปูจะไม่เกิดภาวะอุทกภัยในพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในเขื่อนภาคกลางและแม่เจ้าพระยา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังในกรณีที่เกิดฝนตกหนักสะสม ซึ่งนิคมฯบางปูเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงที่ กนอ. จึงยกระดับการเฝ้าระวังเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ น.ส.กฤตยาพรกล่าวว่า วันที่ 24-28 ตุลาคม พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนลดลงเหลือเพียง 10% แต่หากมีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตประกอบการเสรีที่อยู่ต่ำจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งรถเล็กจะไม่สามารถขับผ่านได้ ทำให้พนักงานเข้าพื้นที่ไม่ได้เช่นกัน กนอ.จึงประสานหน่วยงานเตรียมพื้นที่จอดรถและเตรียมรถขนส่งคอยอำนวยความสะดวกพนักงานเดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อให้โรงงานในนิคมฯสา
วันที่ 24 ต.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ชายแดนด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสายซึ่งเป็นชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณสะพานมิตรภาพข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 เอ่อล้นโดยระดับน้ำใต้สะพานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและขึ้นสู่ระดับ 4 เมตรถึงระดับ 4.40 เมตรภายในระยะเวลาที่รวดเร็วหลังจากฝนตกหนักได้นานประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมถนนใต้สะพานในฝั่งไทยและเข้าท่วมร้านค้าสินค้าชายแดนตรงถนนทางเข้าตลาดสายลมจอยและร้านค้า 2-3 ร้าน จนต้องปิดร้านชั่วคราวและขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันเกือบไม่ทัน ขณะที่ฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ก็ขนของหนีน้ำและย้ายยานพาหนะอย่างฉุกละหุกเช่นเดียวกัน โดยน้ำได้อ้อมพนังกั้นน้ำชั่วคราวตรงศูนย์การค้าท่าขี้เหล็กและทะลักเข้าท่วมตลาดท่าล้อซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดน ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำส่วนรถยนต์และจักรยานยนต์ที่จอดตามตลาดและซอกซอยต่างๆ ต่างขนออกจากตลาดทิ้งไว้เพียงอาคารบ้านเรือน สถานที่ของรัฐและร้านค้าที่ถูกน้ำท่วมขังโดยรอจนกว่าน้ำจะลดลงขณะที่บรรยากาศยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝนและมีฝนตกเป็นช่วงๆ น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอกา
วันที่ 24 ต.ค. 2560 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า ทั้งประเทศมี 19 จังหวัดที่ยังมีปัญหาเผชิญน้ำท่วม จากลุ่มน้ำปิง ยม น่าน ท่าจีน ป่าสัก ถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยปัญหาเกิดจากการระบายน้ำฝนที่ตกมาใน 2-3 ระยะที่ผ่านมา ไม่ว่าจากพายุหรือดีเปรสชั่น จะมีปัญหาจากการระบายน้ำตกค้างทั้งหมด ซึ่งได้เข้าไปบริหารจัดการ ทั้งเเยกน้ำไปในทิศทางที่ไปได้ รวมถึงการนำน้ำไปเก็บ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ทราบมาว่า กรมชลประทานได้ปล่อยน้ำใน 2-3 วันที่ผ่านมา ราว 2,700 ลูกบาศก์เมตร ยังไม่มีผลต่อกรุงเทพฯ ด้านภาพรวมผลกระทบของประชาชน พล.อ.อนุพงษ์ เผยว่ามีผลกระทบตามเเนวริมน้ำที่เอ่อล้นจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆ ที่จำเป็นต้องระบาย ไม่ว่าจะเป็นจากขอนเเก่น ลำน้ำพอง ลงมายังลำน้ำชี ซึ่งบางส่วนยังมาไม่ถึง คาดว่า 2-3 วัน น้ำจากอุบลคงลงมาถึง เเละจะมีผลกระทบตามเเนวริมน้ำ รวมทั้งลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมด สำหรับผลกระทบต่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในส่วนภูมิภาค จากการตรวจสอบเมื่อวานนี้ ทุกพื้นที่สามารถประกอบพระราชพิธีได้ ไม่มีผลกระทบต
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดสภาวะน้ำท่วมในเขตพื้นที่หลายตำบลของ อ.หล่มสัก ทำให้ชาวนาต่างพากันวิตกกังวลเกรงว่านาข้าวจะถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะชาวนาในเขตต.ลานบ่า,ต.บ่านไร่,ต.บุ่งคล้า จึงพากันว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวเพื่อระดมเกี่ยวข้าวในนา โดยนายสุบิน บุตรเมือง อายุ 73 ปี ชาวนาหมู่ 7 ต.ลานบ่า ระบุว่า ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องซึ่งรอบนี้ทราบว่าปริมาณน้ำเยอะมาก และยังเก้ดเหตุการณ์พนังกั้นน้ำริมแม่น้ำป่าสักในหมู่บ้านถูกกระแสน้ำซัดจนพังอีก จึงเร่งติดต่อให้รถเข้าเกี่ยวข้าวในนาที่ปลูกไว้ 4 ไร่ 3 งาน เพราะหากลังเลเกรงได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะหากมีน้ำทะลักเข้าท่วมเกรงนาข้าวจะได้รับความเสียหายยิ่งราคาข้าว ณ เวลานี้ค่อนข้างต่ำด้วย ด้านนายอาร์บอย กลีบบัวทอง เจ้าของรถเกี่ยวข้าว กล่าวว่า ตอนนี้ชาวนาแห่จองคิวกันแน่นเพราะทุกคนต่างก็เกรงน้ำจะท่วมนาจึงจำป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อน แต่เนื่องจากการเคลื่อนย้ายรถเกี่ยวข้าวค่อนข้างลำบาก ฉะนั้นเมื่อรถเข้าพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวตรงจุดหรือบริวณไหน ก็จะแจ้งนัดแนะคิวให้ชาวนาเตรียมตัวไว้ ส่วนราคาค่าเกี่ยวข้าวจะคิดไร่ละ 600 บาท ที่มา : ม
จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ผ่านมา11วัน ในพื้นที่7ตำบลประกอบด้วย ต.สรรพยา ต.บางหลวง ต.เขาแก้ว ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก บ้านเรือนประชาชน ต้องถูกน้ำท่วมจำนวนกว่า2,700หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องขนของอพยพขึ้นมาอาศัยกิน-นอนอยู่บนถนนกว่า500ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า16,000ไร่ นั้น นอกจากประชาชนจำนวนกว่า7,000คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้แล้ว ชาวบ้านบอกว่ายังมีพืชสวนครัวต่างๆที่ต้องแช่น้ำมาถึง11วัน ทำให้เริ่มมีพืชหลายชนิดมีอาหารเหี่ยวเฉา ใบเหลืองใหม้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังจะตายเช่น มะะกอ กล้วย ขนุน มะม่วง และไม้ผลต่างๆ ซึ่งชาวบ้านเองก็ทำได้แต่เพียงแค่นั่งดูด้วยความรันทดใจเพราะไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เพราะชาวบ้านเองปัจจุบันก็กินอยู่กันอย่างลำบาก ได้เพียงแค่ภาวนาให้น้ำลดลงเร็วๆก่อนที่ต้นไม้จะตายหมด โดยจากการตรวจสอบปริมาณน้ำจากภาคเหนือที่ไหลผ่าน จ.นครสวรร์เข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว โดยวัดได้ 2,854ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น8ซ.ม.วัดได้17.06เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งต่ำกว่า
น้ำท่วมซ้ำอีกระลอกนาข้าวหอมมะลิภาคอีสาน พื้นที่การเกษตรลุ่มน้ำชีสาหัสทั้งมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขณะที่ราคาข้าวถีบตัวสูงขึ้นแตะเกวียนละ 14,000 บาท ด้านผู้ประกอบการโรงสีรุกส่งออกเอง ลดพึ่งพ่อค้ารายใหญ่ นายสมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เขื่อนอุบลรัตน์จะระบายน้ำออกจากเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนอาจมีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ต้องดูพายุฝนที่จะมาว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน “ตอนนี้พื้นที่ปลูกข้าวใน จ.ร้อยเอ็ดที่เสียหายไม่น้อยกว่า 5 แสนไร่ น้ำระลอกใหม่จากเขื่อนคงจะขยายพื้นที่เพิ่ม แต่ภายในตัวเมืองไม่กระทบเท่าไหร่ มีเพียงพื้นที่ลุ่มน้ำทำการเกษตร บริเวณพนังกั้นลำชีที่เป็นทางเดินน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาวไหลมารวมกันในลำน้ำชีสู่ที่ราบลุ่มของ จ.ร้อยเอ็ด” ด้านนางจวงจิรา สุริยวนากุล ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฤดูการผลิตปี 2560/2561 ที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตปลาย ต.ค.-พ.ย.60 ราคาเริ่มปรับสูงขึ้นแล้ว เนื่องจากผลผลิตออกมาน้อย ความต้องการของตลาดในช่
