ปลาหมอคางดำ
ปรบมือให้รัวๆ กับโครงงานวิทยาศาสตร์สุดสร้างสรรค์ของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพอัมพวาเปลี่ยนวิกฤตปลาหมอคางดำให้มีประโยชน์ด้วยวิทยาศาสตร์ แปรรูปก้างปลาหมอคางดำให้กลายเป็น “ถ่านกัมมันต์” ช่วยดูดซับสีและกลิ่นในน้ำเสีย เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แก้ปัญหาเอเลี่ยนสปีชีส์ด้วยนวัตกรรมรักษ์โลกอย่างแท้จริง! ผลงานนักศึกษาที่นำก้างปลาหมอคางดำมาพัฒนาเป็นถ่านดูดซับกลิ่นและสีในน้ำเสีย ไอเดียดี มีประโยชน์ และตอบโจทย์ความยั่งยืนสุดๆ วิทยาลัยการอาชีพอัมพวาได้นำเสนอผลงานชิ้นนี้ ในเวทีประกวดนวัตกรรม โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับภาคกลาง ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ผลงานนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก เพราะเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นในการเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ ทั้งเป็นวัตกรรมรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมสุดๆ นับเป็นนวัตกรรมชุมชน ที่สามารถต่อยอดสร้างอาชีพได้ในอนาคต
สืบเนื่องจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.) ได้สั่งอายัดปลากระป๋อง ที่ติดฉลากว่าเป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ตราดอกตันหยง ของบริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ในจังหวัดสมุทรสาคร หลังจากมีผู้บริโภคร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สินค้าไม่ตรงปก ไม่ใช่เนื้อปลาซาร์ดีน แต่เป็นปลาหมอคางดำ หลังจากกรมประมง ตรวจสอบสายพันธุ์ปลาได้ยืนยันว่า ปลาที่พบในปลากระป๋องคือปลานิล เพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องสายพันธุ์ปลา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนและมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) นำปลากระป๋องที่ผลิตในล็อตเดียวกับที่ สคบ. สั่งอายัดไว้ส่งไปให้ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตรวจสอบซ้ำด้วยวิธีสกัดดีเอ็นเอ เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม และวิเคราะห์ลำดับเบสด้วยเทคนิค Sanger Sequencing โดยใช้เครื่องหมายพันธุกรรม Mini16S และ UniCOI โดยเปรียบเทียบลำดับเบสกับฐานข้อมูล GenBank ของ NCBI พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมท
กรณีที่มีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย ลุกลามลงไปถึงเขตน้ำทะเลในหลายจังหวัด กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองในช่วงที่ผ่านมานั้น ดร.พรเทพ เนียมพิทักษ์ หัวหน้าสาขาวิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้วิเคราะห์ข้อมูลตามหลักวิชาการว่า กรณีพบปลาหมอคางดำในท้องทะเล คาดว่าเกิดจากมวลน้ำจืดพัดพาออกสู่ทะเลเสียมากกว่า เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ปลาชนิดนี้อาศัยและแพร่พันธุ์ได้ดีทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อยในป่าชายเลน และปากแม่น้ำเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับ ปลาหมอคางดำปรับตัวเก่ง มีความสามารถพิเศษ ทนความเค็มได้สูงถึง 40 ppt ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติซึ่งมีค่าความเค็มโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 33-35 ppt ประกอบกับ ทะเลไทยเป็นพื้นที่ทะเลเปิด จึงมีโอกาสพบปลาหมอคางดำในชายฝั่งทะเลได้เช่นกัน ส่วนปลาหมอคางดำจะเคลื่อนย้ายไปหากินนอกชายฝั่งทะเลได้ไกลแค่ไหน ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ ปลาหมอคางดำกินอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่แพลงก์ตอน พืชน้ำ ซากอินทรีย์ ไปจนถึงตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ส่วนสาหร่ายทะเล หญ้าทะเล ปลาหมอคางดำจะกินหรือเปล่า ยังไม่มีรายงานวิจัยในเรื่องนี้ เมื่อถูกถามว่า ปลาหมอคางดำทนทานต่
นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานพันธมิตร กำหนดจัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” ครั้งที่ 25 กำจัดปลาหมอคางดำ นำไปใช้ประโยชน์ จับปลาหมอคางดำทำอาหาร พร้อมเปิดตัว “ครัวประมงมหาชัย” เป็นครั้งแรก อย่าลืมแวะไปชิมเมนูอาหารทำจากปลาหมอคางดำ และปลาส่วนหนึ่งจะนำไปทำน้ำปลาและทำน้ำหมัก ณ ประตูน้ำคลองสหกรณ์ สาย 3 (บริเวณหน้าบริษัท เอ็นเอส ซีฟูดส์ จำกัด ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร) เป็นจุดจัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” ซึ่งเป็นวาระสำคัญของจังหวัดสมุทรสาครในการระดมกำลัง กำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง
สมุทรสาคร – โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี จังหวัดสมุทรสาคร เดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำต่อเนื่องเป็นวันที่ 23 แล้ว นับตั้งแต่เริ่มเปิดรับซื้อเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ชุมชนที่จับปลาหมอคางดำมีที่ขาย ล่าสุดรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรและชาวประมงแล้วกว่า 600,000 กิโลกรัม และยังคงเปิดรับซื้อปลาจากทั่วประเทศทุกวันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร นายปรีชา ศิริแสงอารำพี โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี เปิดเผยว่า การรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปผลิตเป็นปลาป่น ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเกษตรกรนำปลาที่จับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีที่รับซื้อในราคาที่เหมาะสม ช่วยสร้างช่องทางระบายผลผลิต และเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนและชาวประมงมีส่วนร่วมในการลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง “ตลอด 22 วันที่ผ่านมา มีเกษตรกรและชาวประมงนำปลาหมอคางดำมาขายทุกวัน ทั้งจากจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่บางขุนเทียน รวมถึงจังหวัดเพชรบุรี และยังเปิดรับชื้อทุกวันในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ช่วย
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ วัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมบุคลากรในสังกัดร่วมกับภาคเอกชน โดยบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด บริษัท เหล็กทรัพย์ จำกัด และประชาชนในพื้นที่จัดกิจกรรมมอบพันธุ์ปลายี่สกเทศและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของจังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว เป็นประธานเปิดกิจกรรม ร่วมด้วย นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร คุณปรีชาและคุณศิริวรรณ ศิริแสงอารำพี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด คุณสุวิศว์และคุณจินตนา เมฆเสรีกุล ประธานกรรมการบริษัท เหล็กทรัพย์ จำกัด ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน และ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน นายเผดิม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครแม้เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่สำคัญอย่างยิ่งในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมการประมงและการแปรรูปสัตว์น้ำระดับประเทศ เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางอาหารทะเล และสัตว์น้ำที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดโลก การส่ง
สงขลา – ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. ลงพื้นที่สำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะบริเวณทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลาตอนบน ระหว่างวันที่ 9–10 มิถุนายน 2569 ผลการสำรวจไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ดังกล่าว การปฏิบัติงานครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จังหวัดสงขลา ภายใต้ภารกิจติดตามสถานการณ์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่สำคัญของภาคใต้ จากการสำรวจภาคสนาม ไม่พบปลาหมอคางดำในจุดที่ทำการสำรวจ ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยฯ ได้สอบถามชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่พบว่ายังไม่เคยมีการพบเห็นหรือได้รับรายงานการปรากฏตัวของปลาหมอคางดำในพื้นที่เช่นกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบสัตว์น้ำพื้นถิ่นหลายชนิด อาทิ ปลากดหัวโม่ง ปลาแขยง และปลาตะเพียน ซึ่งสะท้อนว่าสภาพระบบนิเวศในพื้นที่สำรวจยังอยู่ในภาวะสมดุลในปัจจุบัน สำหรับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยมีค่าความเ
ไม่กี่เดือนก่อน ภาพปลาหมอคางดำที่ถูกจับได้ครั้งละหลายร้อยกิโลกรัมยังเป็นข่าวใหญ่ กรมประมงลงพื้นที่ นักการเมืองลงพื้นที่ สื่อมวลชนลงพื้นที่ คำว่า “วาระแห่งชาติ” ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระแสเริ่มเงียบลง ข่าวลดลง กิจกรรมลดลง งบประมาณลดลง มีเพียงอย่างเดียวที่ดูเหมือนจะไม่ลดลง คือจำนวนปลาหมอคางดำในสายตาของคนที่ยังต้องอยู่กับมันทุกวัน ตลอดช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ยังคงปรากฏภาพเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า อวนที่เต็มไปด้วยปลาหมอคางดำ คลองที่มองเห็นฝูงปลาว่ายอยู่ริมตลิ่ง ชาวบ้านที่บ่นว่าเคยมีจุดรับซื้อ แต่วันนี้ไม่มีแล้ว ชาวประมงที่บอกว่าจับได้มาก แต่ไม่รู้จะขายให้ใคร คำถามเริ่มเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ปลาหมอคางดำกลับมาเพิ่มขึ้นจริง หรือเป็นเพราะคนที่เคยกำจัดมันเริ่มหายไป ในทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีใครยืนยันได้ในวันนี้ว่าประชากรปลาหมอคางดำทั่วประเทศกำลังเพิ่มขึ้นอีกระลอก แต่ในทางสังคม ความรู้สึกของคนในพื้นที่กำลังส่งสัญญาณบางอย่าง พวกเขาไม่เชื่อว่าปัญหาจบแล้วเพราะพวกเขายังเห็นปลาอยู่ทุกวัน นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของปัญหาปลาหมอคางดำ 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยทุ่มทรัพยากรจำนวนมากไปกับ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นำ นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เยี่ยมชมปฏิบัติการ “กวาดล้างปลาหมอคางดำ” โดยผนึกกำลังโรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ณ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ซอยวัดศรีเมือง ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารกรมประมง รวมทั้งพาเยี่ยมชมกระบวนการรับซื้อปลาหมอคางดำก่อนนำไปแปรรูปเป็นปลาป่นส่งขายโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศ นายปรีชาให้ข้อมูลว่า ในปีนี้ โรงงานตั้งเป้าหมายรับซื้อปลาหมอคางดำจำนวน 1 ล้านกิโลกรัม โดยเพิ่มแรงจูงใจให้พี่น้องเกษตรกร รวบรวมปลาหมอคางดำส่งขายโรงงาน โดยขยับราคารับซื้อใน 2 รูปแบบ คือ 1. รับซื้อผ่านแพปลาเครือข่ายในราคากิโลกรัมละ 8 บาท โดยแพปลาได้ค่าดำเนินการ กิโลกรัมละ 2 บาท เพื่อกระจายจุดรับซื้อ ลดภาระการเดินทางของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล และ 2. รับซื้อตรงจากเกษตรกร ในราคาหน้าโรงงานที่กิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขนปลา 100 กิโลกรัมมาขาย
นครศรีธรรมราช – สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนัง เดินหน้าขยายผลความสำเร็จของโมเดลการเลี้ยงปูขาว ผ่าน “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูขาวเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร” โดยส่งมอบลูกปูขาวจำนวน 10,000 ตัว ให้เกษตรกร 20 ราย ในพื้นที่ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง นำไปเลี้ยงต่อด้วยแนวทางการใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน ณ ฟาร์มสาธิตการเลี้ยงปูขาวปลอดภัย บ้านเนินหนองหงส์ ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กลุ่มเลี้ยงปูขาวในปากพนังเป็นเกษตรกรมีศักยภาพผลิตสินค้าเศรษฐกิจดาวรุ่งตอบโจทย์ตลาด เพราะ “ปูขาว” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติที่หวาน นุ่ม เปลือกไม่หนาจนเกินไป แถมยังเลี้ยงง่ายและโตไว ราคาขายอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทต่อกิโลกรัม สร้างกำไรให้เกษตรกรได้ดี ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำที่จับได้ในพื้นที่มาใช้เป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยง และเป็นอีกแนวท
