ปาล์มน้ำมัน
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 1 ปี 2562 พบว่า ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 1 ขยายตัวได้ในระดับต่ำหรือค่อนข้างทรงตัว เป็นผลมาจากอัตราการขยายตัวของสาขาพืชที่ชะลอลงเป็นหลัก (มูลค่าการผลิตของสาขาพืชมีสัดส่วนสูงสุดในภาคเกษตร) อย่างไรก็ตาม การผลิตพืชเศรษฐกิจหลายชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และลำไย ยกเว้นอ้อยโรงงาน ซึ่งมีมูลค่าการผลิตสูงสุดในสาขาพืชในไตรมาสแรก กลับมีผลผลิตลดลงค่อนข้างมาก ด้านการผลิตสินค้าปศุสัตว์โดยรวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งมีการจัดการฟาร์มที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ส่วนการผลิตสินค้าประมง ผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงเริ่มปรับตัวดีขึ้น และการทำประมงทะเลและการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมีทิศทางเพิ่มขึ้น สำหรับรายละเอียดในแต่ละสาขา พบว่า สาขาพืช ไตรมาส 1 ปี 2562 ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 สำหรับ ข้าวนาปี มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากร
กลุ่มไทยอีสเทิร์น จับมือ ม.เกษตร เดินหน้ายกระดับยางพารา ปาล์มน้ำมัน วางเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน คาดมูลค่าทะลุกว่า 2 หมื่นล้านบาท นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ บริษัท ไทยอีสเทิร์น อินดัสเตรียล แลนด์ จำกัด กับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ การทําวิจัยด้านยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อภาคเกษตรกรรมโดยรวม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางพาราและปาล์มน้ำมัน ได้แก่ 1. ด้านองค์ความรู้ เช่น การคิดค้นหลักสูตรเพื่อสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมเกษตรด้านยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพและเพิ่มผลผลิตต่อไป 2. ด้านงานวิจัย จะร่วมกันวิจัย คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือและขยายผลสู่ระดับสากลในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่มบ
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนมีนาคม 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ว่า ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย 0.18-0.59% อยู่ที่ราคา 15,574-15,638 บาท/ตัน เนื่องจากความต้องการข้าวหอมมะลิยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเสนอราคารับซื้อในราคาที่สูง สำหรับน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาเฉลี่ยในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.20-1.00% อยู่ที่ราคา 13.39-13.50 เซนต์/ปอนด์ (9.23-9.31 บาท/กก.) เพราะการปรับขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนราคาน้ำตาลสัญญาล่วงหน้า ทำให้บราซิลนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลมากกว่าน้ำตาล ประกอบกับราคาขายน้ำตาลขั้นต่ำภายในประเทศของอินเดียที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตน้ำตาลของอินเดียเพิ่มกำลังการผลิตน้ำตาล เพื่อขายภายในประเทศมากขึ้น ทำให้การส่งออกน้ำตาลทรายลดลง ส่วน ยางพาราแผ่นดิบ ราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.52-4.56% อยู่ที่ราคา 42.64-43.12 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง เพราะเข้าสู่ฤดูยาง
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน ธ.ค.61 ลดลง 1.62% เหตุ ยาง-ปาล์ม ราคาตก เดือน ม.ค. ยังร่วง 1.88% แต่ดัชนีรายได้เกษตรกรเดือน ธ.ค.เพิ่ม 1.45% น.ส.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาเดือน ธ.ค.2561 อยู่ที่ 124.96 ลดลงจาก 1.62% เมื่อเทียบกับ ปี 2560 แต่เพิ่มขึ้น 0.88% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย. 2561 สินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากด้านเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะประเทศผู้ใช้ยางพารารายใหญ่ของโลก ทั้งจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทำให้เกิดการชะลอซื้อของประเทศผู้ใช้ยางพารา และมีการชะลอซื้อขายในตลาดล่วงหน้าจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศเศรษฐกิจหลัก และ ปาล์มน้ำมัน ราคาลดลงเนื่องจากภาวะการค้าในประเทศและการส่งออกชะลอตัว อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง ทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด มันสำปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการ มีคำสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น และเป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยว ห
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการเป็นประธานร่วมกับ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว. พลังงาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า ระหว่าง นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน และ นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ ว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2561 เห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศโดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า ตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ โดยให้กระทรวงพลังงาน โดย กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน จำนวน 160,000 ตัน เพื่อนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา และให้กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการจัดหาน้ำมันปาล์มดิบ ให้แก่ กฟผ. สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในคร
ในการเสวนา “ปาล์มน้ำมัน จากพืชเพื่อการบริโภค สู่พืชพลังงาน” เพื่อระดมความคิดเห็น แก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ที่มีนักวิชาการจากหลายภาคส่วนแสดงความเห็นผ่านเวทีเสวนา เพื่อนำความเห็นไปสะท้อนให้เห็นมุมที่สามารถนำไปช่วยเกษตรกรได้ คุณฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การปลูกปาล์มปัจจุบันมีต้นทุน 2.94-3.06 บาท ขายได้ 2.50 บาท ซึ่งขาดทุนทุกกิโลกรัมที่ขาย ปัญหาที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบมากที่สุดคือ มติของสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่ต้องการควบคุมน้ำมันปาล์ม และยกเลิกการใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไทย สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา อยากให้พิจารณากรณีของอ้อยและน้ำตาล ที่มีระบบ Profit Sharing หรือการแบ่งปันผลผลิต โดยนำระบบจากอ้อยและน้ำตาลมาเป็นต้นแบบ โดยแบ่งปันให้กับเกษตรกร ประมาณ 70% โรงงาน 30% อุตสาหกรรมอ้อยจึงเป็นอุตสาหกรรมที่มีปัญหาน้อยที่สุด ส่วนตัวจึงเห็นว่า ควรนำระบบ Profit Sharing มาใช้กับปาล์มน้ำมัน เพราะในอนาคตปาล์มน้ำมันจะมีปัญหาเรื่องราคา จึงจะต้องปรับโครงสร้างจากการผลิตเพื่อการบริโภค เป็นการผลิตเพื่อป้อนโรงงานไฟฟ้า ด้าน คุณเชาวลิต ศุภนคร ประธานเจ้าหน้าที่
กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือกรมวิชาการเกษตรและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) GmbH ผลักดันโครงการผลิตน้ำมันปาล์ม เพื่อมุ่งสู่การยกระดับปาล์มน้ำมันในประเทศไทยให้ได้มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม (RSPO) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากที่สุดขณะนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการผลิตน้ำมันปาล์มมากเป็น อันดับ 3 ของโลก มีโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มที่ลงทะเบียนมากกว่า 100 รายและพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนภายในประเทศไทยนั้นค่อนข้างมีจำกัด คิดเป็นเพียง 2% ของการผลิตน้ำมันปาล์มที่ผลิตได้ทั้งหมด สวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของพื้นที่ปาล์มน้ำมันในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ยังขาดองค์ความรู้และศักยภาพด้านการจัดการสวนปาล์ม ขาดการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายที่ช่วยเหลือกันตามแนวทางการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ส่งผลให้คุณภาพและผลผลิตของปาล์มน้ำมันในประเทศไทยมี
นายอยุพงศ์ ภูมิภมร ประธาชมรมคนปลูกปาล์ม จังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารออกมา วบคุม คัดแยกปาล์ม ตามโรงงานต่างๆ จนถึงตอนนี้ใกล้จะครบ 15 วัน โรงงานได้ปาล์มที่มีคุณภาพเข้าไปสกัด แต่ขณะนี้โรงงานยังกลับมาอ้างว่า เปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำลง จนกระทั่งวันนี้ราคารับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรตามลานเทต่าง (จุดรับซื้อผลปาล์ม) ขึ้นป้ายเหลือราคา กิโลกรัมละ 2.10 บาท เท่านั้นเอง ภาครัฐไม่มีความสามารถ ไม่มีอำนาจ เข้าไปตรวจสอบอะไรได้เลย นอกจากมีอำนาจหน้าที่แยกปาล์มสุขปาล์มดิบเท่านั้นเอง นายอนุพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า การปฏิบัติของรัฐบาลที่ให้ทหารเข้าไปควบคุม คัดแยกผลปาล์ม ดูเหมือนว่าจะเข้าทาง นายทุนหรือโรงงานสกัด ยิ่งโรงงานได้ปาล์มที่มีคุณภาพ เปอร์เซ็นต์ น้ำมันยิ่งต่ำ ราคาผลปาล์มจากเกษตรกรยิ่งต่ำลงๆ อย่างนี้มันเกิดอะไรขึ้น
คุณตาวัย 77 ปี ปราชญ์ชาวบ้าน นักอนุรักษ์การจักสานตะกร้าและชะลอมจากทางปาล์มน้ำมันลดมลพิษและภาวะโลกร้อน มีรายได้จุนเจือครอบครัว มีลูกค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด สั่งซื้อเพื่อนำบรรจุสิ่งของและเพื่อการจำหน่าย ตลอดจนเป็นจิตอาสาด้านวิทยากร ณ บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ที่ 1 ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มี คุณตาสามารถ วรรณะพรหม วัย 77 ปี ปราชญ์ชาวบ้าน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นนักอนุรักษ์การจักสานตะกร้าและชะลอมจากทางปาล์มน้ำมัน เพื่อใช้บรรจุสิ่งของ แทนถุงพลาสติก ลดภาวะ มลพิษ และภาวะโลกร้อน มีรายได้จุนเจือครอบครัว เดือนละไม่ต่ำกว่า 7,500 บาท คุณตาสามารถ บอกว่า ตนเองมีความถนัดในการจักสานตะกร้าและชะลอม มายาวนานกว่า 15 ปี หลังจากย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดระนอง มาอยู่ในที่อยู่ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ได้เห็นทางปาล์มน้ำมันในสวนใกล้ๆ บ้านซึ่งเป็นของชาวบ้านหรือเอกชนซึ่งมีจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าของสวนจะมีการตัดแต่งทางปาล์มของต้นปาล์มน้ำมัน เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ทางปาล์มที่ถูกตัดจะถูกนำมากองไว้ใกล้โคนต้น ตนเองจึงได้ความคิดในการเอาแกนกลางของทางปาล์มน้ำมันที่ตัดสดๆ มาจักสานเป็นตะกร้าและชะ
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เนื่องจากสภาวะอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันในปี 2560-2561 มีมากขึ้นและออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 (ต.ค.-ธ.ค.) ของปี 2560 ในขณะที่ความต้องการใช้ยังคงทรงตัว ส่งผลให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนมี.ค.61 มีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือสูงกว่าระดับสต็อกที่เหมาะสมซึ่งส่งผลให้ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.) จากสถานการณ์ดังกล่าวคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ในคราวประชุมวันที่ 11 พ.ค.61 มีมติเห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยเร่งผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 300,000 ตัน ภายในระยะเวลา 5 เดือน (จนถึง 31 ต.ค.61) เพื่อลดสต็อกน้ำมันปาล์มให้เข้าสู่ระดับปกติ และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ตามที่คณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดเสนอ ซึ่งจะได้เสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติใช้งบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจ
