ปาล์มน้ำมัน
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร โดยมี นายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เป็นประธาน นายปราโมทย์ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน เป็นผู้กล่าวรายงาน นายอัครเดช เรียนหิน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับและนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการจัดที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ พื้นที่แปลงหมายเลข ๔๖๘ ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี นายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า การดำเนินการจัดที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรี อยู่ในกรณีที่ 1 คือ ที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป โดยผลการดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย สามารถยึดคืนพื้นที่มาดำเนินการจัดที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินฯ จำนวน 2 แปลง ได้แก่ 1. แปลงหมายเลข 378 ตำบลเขาซก อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 569.75 ไร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ จับมือบูรณาการหาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบให้มีเสถียรภาพ ตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ปี 2560 – 2579 เน้นการเพิ่มอัตราการสกัดน้ำมันปาล์มดิบให้ได้ไม่น้อยกว่า 18% (OER ไม่น้อยกว่า 18%) และราคาจำหน่ายตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกำหนดมาตรการให้ชาวสวนตัดปาล์มให้ได้คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบให้มีเสถียรภาพ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ข้อมูลสถานการณ์ปาล์มน้ำมันขณะนี้ว่ายังมีปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบอยู่ในโรงงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาผลผลิตปาล์มดิบของเกษตรกรลดลง ประกอบกับเกษตรกรตัดทะลายปาล์มที่ยังไม่สุกไปจำหน่าย ทำให้อัตราการสกัดปาล์มน้ำมันดิบต่ำ จึงได้เร่งหาแนวทางการดำเนิ
พาณิชย์ ชง ที่ประชุมกนป.เคาะ 5 มาตรการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ 11 พ.ค. นี้ หวังดันให้ราคาผลปาล์มสูงขึ้นกว่า 3 บาทต่อก.ก. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการ เพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์มด้านการตลาด ว่า ในที่ประชุมเห็นชอบ 5 มาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่ได้รับผลกระทบจากราคาปาล์มตกต่ำลงเหลือกก.ละไม่ถึง 3 บาทโดยจะเสนอเข้าสู่ที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ(กนป.) ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ สำหรับ มาตรการที่จะเข้าช่วยเหลือ ได้แก่ 1)การกำหนดมาตรฐานโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศให้โรงงานสกัดแยก (A) และโรงสกัดรวม (B) ต้องสกัดน้ำมันจากปาล์มทะลายได้ไม่ต่ำกว่า 18% หรือ 30% 2) ปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศผลักดันการส่งออก 3 แสนตัน ภายใน 4 เดือน 3) การพัฒนาคุณภาพปาล์ม ตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปปาล์มน้ำมัน 4) การดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่มีสต็อกสูงเพื่อผลิตเป็นบี20 ให้ได้ปีละ 2.5 แสนตัน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงพลัง
ร.ต.อ.มณฑล ทองมา ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.พรุดินนา ตรวจสอบภายในสวนปาล์มน้ำมันของ นายอิบรอหีม บือแน อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ หลังรับแจ้งว่า ถูกคนร้าย จำนวน 2 คน เข้ามาขโมยตัดผลปาล์มน้ำมัน ภายในสวน ขณะเกิดเหตุชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน ช่วยกันล้อมจับตัว แต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปได้ ทิ้งเพียงเคียวไว้ 1 เล่ม ตรวจสอบ พบผลปาล์มน้ำมัน ถูกตัดลงมาจากต้น รวมน้ำหนัก ประมาณ 1,000 กิโลกรัม มูลค่า 3,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า ตนปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 60 ไร่ ที่ผ่านมา ถูกคนร้ายขโมย เก็บเกี่ยวกว่า 10 ครั้ง จึงตัดสินใจซุ่มดู และพบคนร้ายเป็นชาย 2 คน เข้ามาขโมยตัดผลปาล์มอีก จากนั้นจึงโทร.แจ้ง ชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน และชาวบ้าน มาช่วยกันล้อมจับ แต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม ตนสามารถจำหน้าคนร้ายได้ และทราบว่าเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ออกหมายจับคนร้าย เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ราคาปาล์มน้ำมันในประเทศร่วงหนัก หลังสต๊อกทะลัก 380,000 ตัน ส่งออกไม่ได้ จับตาช่วงพีกเดือนพฤษภาคมมีสิทธิ์ดิ่งเหว กรมการค้าภายในขึงขังบังคับให้รับซื้อน้ำมันดิบ กก.ละ 19 บาท ด้านโรงงาน B100 ชี้สต๊อกใกล้เต็ม เกษตรกรชาวสวนปาล์มกำลังเผชิญกับภาวะราคาผลปาล์มทะลายตกต่ำลงเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ตลาดการค้าน้ำมันปาล์มโลกตกอยู่ในภาวะซบเซา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ อย่าง อินเดียปรับขึ้นภาษีนำเข้าจาก 15% เป็น 40% สหภาพยุโรปลดการใช้น้ำมันปาล์มจากการแก้ไขกฎหมายทางด้านพลังงานทดแทน มีผลทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงมาเหลือ กก.ละ 19.50 บาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ กก.ละ 26 บาท ถือเป็นราคาน้ำมันที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ปาล์มราคาร่วงหนัก นายพันศักดิ์ จิตรัตน์ ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ราคาผลปาล์มเทกองลดลงเหลือ กก.ละ 2.70 บาท ส่วนราคาผลปาล์มทะลาย (เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%) อยู่ที่ กก.ละ 3.20 บาท ถือเป็นราคาต่ำสุด ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรอยู่ที่ กก.ละ 3.70 บาท “สถานการณ์ปาล์มแย่มาก จนชาวสวนปาล์มน้ำมันต้องรวมตัวกันที่สุราษฎร์ธานีและยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยากรณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2561 จำนวน 15.18 ล้านตัน สูงกว่า ปี 2560 ที่มีผลผลิต14.24 ล้านตัน หรือสูงขึ้น 6.60% ขณะที่ความต้องการใช้ทรงตัว ประกอบกับสต๊อกปลาย ปี 2560 อยู่ในระดับสูง จะส่งผลให้ทั้ง ปี 2561 มีปริมาณน้ำมันปาล์มส่วนเกิน ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆ ดูแล อาทิ เร่งรัดให้ส่งออกเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณในประเทศและปรับสมดุลน้ำมันปาล์มให้อยู่ในระดับเหมาะสม ทั้งนี้ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2561 ราคาผลปาล์ม ในแหล่งผลิตสำคัญ คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ราคาลดลงเหลือ กิโลกรัม (กก.) ละ 3.30 บาท ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบ กก. ละ 19.25 บาท ขณะที่ราคาตลาดโลก อ้างอิงมาเลเซีย ลดลงเช่นกัน เหลือ กก. ละ 19.50 บาท ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้หารือประเด็นปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ และมีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์หารือผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา กรมจึงเรียกหารือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และเห็นชอบร่วมกันให้ประกาศราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ โดยกำหนดให้โรงงานกลั
กนป. ระบุ ปี 2561 น้ำมันปาล์มดิบรวม 3.15 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศอยู่ที่ 2.34 ล้านตัน สูงกว่าระดับสต็อกที่เหมาะสมอยู่ 0.56 ล้านตัน ย้ำ ต้องผลักดันส่งออกอย่างต่อเนื่อง แก้ปัญหาราคาให้มีเสถียรภาพเป็นธรรมทั้งระบบ ด้าน สศก. เตรียมสรุปรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กนป.ชุดใหม่ ที่หมดวาระลงภายใน 26 มีนาคมนี้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ถึงผลการประชุม กนป. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล โดยมี รองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติรับทราบสถานการณ์การผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยในปี 2561 มีผลผลิตปาล์มน้ำมัน 15.18 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 14.24 ล้านตัน ในปี 2560 หรือร้อยละ 7 เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมารายได้จากการปลูกปาล์มสูงกว่าพืชทางเลือกอื่น ส่งผลให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่วนผลผลิตต่อไร่ เฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 2.67 ล้านตัน
ระยะนี้มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า กลางวันมีแสงแดดจัด กลางคืนมีความชื้นสูง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเฝ้าระวังหนอนหน้าแมวระบาด มักพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายต้นปาล์มน้ำมันที่มีอายุมากกว่า 4 ปี หนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และจะใช้เวลาในการฟื้นตัวของต้นปาล์มน้ำมันนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้น เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันควรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อหนอนหน้าแมวที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก หากพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายเฉลี่ย 20 ตัว ต่อทางใบ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20
นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด บริษัทในกลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีบีจีไอได้เร่งกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลและน้ำมันปาล์มดิบเก็บเข้าเป็นสต๊อกเพิ่มเติมเป็นจำนวน 13,500 ตัน หรือคิดเป็นน้ำมันไบโอดีเซล 15 ล้านลิตร เป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท ตามนโยบายขอความร่วมมือของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทยที่ประสบปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินมาตรการบริหารสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั่วประเทศให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2561 ทราบ เพื่อแก้ปัญหาปริมาณปาล์มล้นตลาด โดยเมื่อเดือนธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ไทยมีปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสูงมากเป็นประวัติการณ์ 5.32 แสนตัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ (ก.ก.) 19 บาท และราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำไปอยู่ที่ 3.37 บาท/ก.ก. ทั้งนี้ หลังจากกระทรวงพลังงานได้ดำเนินมาตรการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มดิบในการผลิตไบโอดีเซลจาก 7% (บี 7) เป็น 10% (บี 10) ต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน และกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินมาตรการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 1.57 แสนตันต่อเนื่อง ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา สามารถระบายสต๊อกปาล์มลดลงจาก 5.32 แสนตันต่อวันเหลือ 4.07 แสนตันต่อวันในช่วงเดือนม.ค. 2561 ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นจากก.ก.ละ 19 บาท เป็นก.ก.ละ 21 บาท ราคาผลผลิตปาล์มดิบเพิ่มขึ้นจากก.ก.ละ 3.37 บาทเป็น 4.10 บาท “จากการดำเนินมาตรการดัง
