ปาล์มน้ำมัน
หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรจังหวัดสระแก้ว จับมือ บริษัท ซีพีไอ อะโกรเทค จำกัด จัดงาน “ คลินิกปาล์มน้ำมัน สัญจร ครั้งที่ 5 ” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการปลูกปาล์มน้ำมันในแผ่นดินแห้งแล้ง ให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ในจังหวัดสระแก้ว นายไพบูลย์ บัวราษฎร์ เกษตรจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึง โครงการของจังหวัดในการเตรียมพลิกแผ่นดินส่วนที่แห้งแล้งด้วยการปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนว่า หนึ่งในนโยบายสำหรับส่งเสริมด้านการเกษตรของรัฐบาล คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาปลูกพืชทดแทน เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยลดการปลูกข้าวลง เนื่องจากขณะนี้ข้าวมีปริมาณมาก ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ จังหวัดจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานตามนโยบายของรัฐ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกมากขึ้น โดยพื้นฐานชาวจังหวัดสระแก้ว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว การส่งเสริมให้ปลูกปาล์มน้ำมัน นับเป็นอาชีพทางเลือกอีกทางหนึ่ง ถ้าเกษตรกรมีความพร้อม มีความสนใจ และมีสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม หน่วยงานภาครัฐของจังหวัด ก็มีความพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ การจัดงาน คลินิกปาล์มน้ำมันสัญจร ครั้งที่ 5 โดยหน่วยงานภาครัฐต่างๆในจังหวัด อาท
นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันกำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และเริ่มส่งผลกระทบเนื่องจากว่าราคาเริ่มตกลงเหลือ 4.30 บาท จากที่เคยขึ้นสูงถึง 6.00 บาท ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ควบคุมการกำหนดราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันคือเปอร์เซ็นต์น้ำมันจากทะลายปาล์ม ซึ่งขึ้นอยู่กับความสุกของทะลายปาล์ม เป็นปัจจัยที่เกษตรกรสามารถควบคุมได้ “ทะลายปาล์มสุกจะให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง เมื่อนำไปสกัดให้ได้น้ำมันปาล์มดิบต่อ 1 กิโลกรัม จะใช้ในปริมาณน้ำหนักที่น้อยกว่าทะลายปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำกว่า ฝากเตือนชาวสวนปาล์ม ขอให้เลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะทะลายปาล์มที่สุกเท่านั้น จะไม่ทำให้สูญเสียเงินโดยไม่รู้ตัว ผลปาล์มที่สุกเต็มที่จะมีสีแดงส้ม ผลปาล์มรอบนอกจะหลุดร่วงจากทะลายประมาณ 10 ผล เป็นทะลายปาล์มสุกพร้อมเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์ของทะลายคือ มีผลปาล์มเต็มทะลาย ไม่แยกลูกร่วง ไม่ตัดให้ก้านทะลายยาวเกิน 2 นิ้ว ทะลายต้องสด ไม่บอบช้ำ ไม่มีร่องรอยสัตว์กัดกินผลปาล์ม ไม่มีโรค แมลงสิ่งเจือปน ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานทางการค้าของผลปาล์มทะลาย” ขอบคุณข้อมูล หนังสือพิมพ์มติชน
พาณิชย์ผนึกกำลังพลังงาน-อุตสาหกรรมคลอดมาตรการยกระดับราคาผลปาล์มปี ’60/61 เพิ่มการผลิตไบโอดีเซลบี 7-ออกประกาศเพิ่มราคารับซื้อปาล์มเปอร์เซ็นต์สูง 18% หลังเกษตรกรแห่ร้อง รมว.พาณิชย์แก้ปมราคาปาล์ม แหล่งข่าวจากสภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 29 มีนาคม 2560 ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ทำหนังสือถึง นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์การรับซื้อปาล์มน้ำมันในราคาที่ไม่เป็นธรรมจากเกษตรกร และคัดค้านการนำเสนอราคาค่าการตลาดของโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน กิโลกรัมละ 4.40 บาท และประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เรื่องแนวทางการปฏิบัติการแสดงราคารับซื้อผลปาล์มทะลายและผลปาล์มร่วงที่อัตราน้ำมัน 18% ในราคากิโลกรัมละ 5.50 บาท เนื่องจากราคานั้นจะทำให้เกษตรกรเดือดร้อน “หลังกรมการค้าภายในเรียกประชุมคณะทำงานกำหนดราคาแนะนำผลปาล์ม ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม แต่ราคารับซื้อในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2560 ยังรับซื้อต่ำกว่าราคาแนะนำ กิโลกรัมละ 0.15 บาท เช่น ราคาแนะนำผลปาล์ม 18% กิโลกรัมละ 5.20 บาท
กรมการค้าภายใน ระดมสมอง 3 สมาคมโรงสกัด-โรงกลั่น-ไบโอดีเซล รับมือผลปาล์ม ปี’60/61 ทะลัก 11.7 ล้านตัน หวั่นราคาร่วง เอกชนแนะรัฐหามาตรการคุมเข้มเกษตรกร-จุดรับซื้อแก้ปัญหาตัดปาล์มอ่อนเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำ ขู่หากไม่ได้ผลควรใช้ มาตรา 44 ดูแล แหล่งข่าวจากวงการปาล์มน้ำมัน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน ประชุมหารือสถานการณ์การผลิตและราคาผลผลิตปาล์ม โดยภาครัฐได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ 3 สมาคม ประกอบด้วย โรงสกัด โรงกลั่น และไบโอดีเซล ให้พัฒนาคุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มทั้งระบบเพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปน้ำมันปาล์ม และขอไม่ให้มีการตัดปาล์มดิบ ซื้อปาล์มดิบ แยกลูกร่วง หรือการทำลายคุณภาพน้ำมัน เป็นต้น ทั้งนี้ หากในอนาคตไม่สามารถควบคุมได้อาจมีความจำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 ภายใต้รัฐธรรมนูญเข้าไปดูแล พร้อมกันนี้ ได้หารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการตัดปาล์มดิบของเกษตรกร ขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายดูแลและรักษาเสถียรภาพด้านราคาผลปาล์ม และ CPO ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ผูกมัดใดๆ ทั้งนี้ จากที่กระทรวงเกษตรและ
นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาปาล์มดิบที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ กิโลกรัมละ 6-7 บาท เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่เกษตรกรขายได้ กิโลกรัมละ 4.20 บาท ทั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปตัดปาล์มน้ำมันได้ ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ในลุ่มน้ำตาปียังมีน้ำท่วมขังอยู่ ต้นปาล์มแช่น้ำนานกว่า 2 เดือนแล้ว ทำให้ต้นปาล์มขนาดเล็ก อายุ 1-5 ปี ล้มตายทั้งหมด 100% เพราะขาดออกซิเจน ส่วนปาล์มขนาดใหญ่ที่ติดดอกออกผล ยังไม่สามารถสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น ส่งผลให้ปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดลดลง และต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะได้ 10 ล้านตัน จากพื้นที่ปลูก 4.5 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม จากสต๊อกน้ำมันปาล์มที่ยังมีอยู่ 2.8-2.9 แสนตัน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูงอยู่ ประกอบกับรัฐบาลปรับลดอัตราส่วนในไบโอดีเซล เหลือ บี 3 จึงทำให้สถานการณ์น้ำมันปาล์มไม่ขาดแคลน และเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ต่างจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลต้องประกาศนำเข้า นางวิวรรณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำมันปาล
นายติระ ไกรเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนวิเชียรมาตุ 3 จังหวัดตรัง เผยว่า โรงเรียนมีนักเรียนชั้น ม.1-6 กว่า 300 คน ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีฐานะยากจน หรือครอบครัวแตกแยก บางคนต้องไปอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย หรือต้องมาอยู่กับครูภายในโรงเรียน และอีกส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่ประสบปัญหาด้านการเรียนจากสถานศึกษาอื่นๆ ทั้งที่จังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ โรงเรียนมีพื้นที่กว้างขวางจึงได้ปลูกปาล์มน้ำมัน อายุ 5-10 ปี และกำลังให้ผลผลิตในระยะเริ่มต้น จึงสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม คณะครูโดยการนำของ นางสาวธิดารัตน์ งามละมัย หรือคุณครูส้มโอ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี จึงได้ร่วมกับนักเรียนนำน้ำมันปาล์มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ยาหม่อง น้ำยาอเนกประสงค์ หรือปุ๋ยหมัก จนสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับเด็กๆ พร้อมทั้งยังเป็นที่สนใจมาศึกษาดูงานของหน่วยงานอื่น ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป “ตอนนี้ยาหม่องวิเชียรมาตุ 3 เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาแรง เนื่องจากนำปาล์มน้ำมันมาสกัดใช้เป็นส่วนผสม ทำให้มีสีสันเหลืองเข้มสวยสด ตลอดจนมีสรรพคุณเพิ่มขึ้นทั้งการบำรุงผิวให้ชุ่
ผ่านมา 4 เดือนนับจากกระทรวงพาณิชย์ประกาศยุทธศาสตร์พัฒนาปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม 6 ด้าน ระยะเวลา 20 ปี (2559-2579) โดยมุ่งหมายที่จะ 1) เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันจาก 2.6 ตัน/ไร่เป็น 3.51 ตัน/ไร่ 2) การพัฒนาคุณภาพปาล์มให้มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงขึ้นจาก 17% เป็น 20% ภายในปี 2579 ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากปีละ 90 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด “นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค” อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้นำคณะลงพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อประชุมหารือร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์ม-ผู้แทนผู้ประกอบการลานเท และโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแผนรับมือผลผลิตปาล์มน้ำมันในฤดูการผลิตปี 2559/2560 ที่จะออกสู่ตลาดในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2560 จะมีผลผลิตประมาณ 10-10.5 ล้านตัน ชงซื้อผลปาล์มตามเปอร์เซ็นต์น้ำมัน นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ เกษตรกรและอดีตคณะกรรมการน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของมาเลเซียอยู่ที่ลิตรละ 25 บาท ราคาผลปาล์มของมาเลเซียอยู่ที่ กก.ละ 5-6 บาท หากเทียบกับราคา CPO ไทย ลิตรละ 30 บาท แต่ราคาผล
ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GGC” ที่มุ่งเป็นผู้นำในการผลิต ผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “PTTGC” จึงทำให้เกิดการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญ และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เหมือนดั่งเช่น “น้ำมันปาล์ม” ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต จึงทำให้ต้นทางของการได้มาของวัตถุดิบมีการใส่ใจ และให้ความสำคัญ โดย GGC มีการการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการทำเกษตรกรรมสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้วยมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) โดยมีการประสานความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจอย่างบริษัท อีสานพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์ม จำกัด ในการดำเนินการ เพื่อไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ “จิรวัฒน์ นุริตานนท์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และสามารถเพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งม
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 ประเมินปริมาณการใช้น้ำ (Water Footprint) จากการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่แปลงต้นแบบ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร แจง ผลิตปาล์มน้ำมัน 1 ตัน ใช้น้ำ 831 ลูกบาศก์เมตร หรือปาล์มน้ำมัน 1 ไร่ ใช้น้ำ 2,157 ลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร สามารถสร้างรายได้จากการผลิตปาล์มน้ำมัน 2.01 บาท นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาปริมาณการใช้น้ำจากการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่แปลงต้นแบบ จังหวัดชุมพร โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) เพื่อศึกษาปริมาณการใช้น้ำ ประเมินมูลค่าน้ำทางเศรษฐกิจและเปรียบเทียบผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการผลิตของปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดชุมพร จากการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ในปี 2558 ที่เป็นสมาชิกในพื้นที่โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 63 ราย ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณการใช้น้ำ (Water Footprint) ของการผลิตปาล์มน้ำมัน 1 ตัน ใช้น้ำ 831 ลูกบาศก์เมต
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณตฤณศร สัมทับ อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 12 บ้านดาดทองเจริญ ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษ วิชาโทภาษาญี่ปุ่น จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2536 ได้เริ่มทำงานกับ บริษัท อมากาซากิไพพ์ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดชลบุรี ต่อมาเข้าทำงานบริษัทน้ำมัน หลังจากนั้นได้ทำงานกับกองบรรณาธิการนิตยสารด้านสื่อสารมวลชน และในที่สุดคุณตฤณศร ได้ทำงาน เอ็นจีโอ เกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมให้กับเยาวชน แต่จากการงานในเมืองหลวงที่ทำให้สุขภาพอ่อนแอลง คุณตฤณศรจึงได้ตัดสินใจกลับมาทำสวนที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยการปลูกปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน พร้อมทั้งได้ปลูกผักสวนครัว อาทิ กล้วย พริก มะเขือ ฟัก และพืชล้มลุก เพื่อปลูกแซมเป็นการชดเชยรายได้ก่อนเก็บปาล์ม รวมทั้งปลูกไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง ขนุน ยางนา สัก เป็นต้น ขุดสระเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ และปลูกข้าวปลอดสารพิษ ใช้ชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และใช้พื้นที่การเกษตรเป็นศูนย์เรียนรู้ชีวิตพอเ
