ปาล์มน้ำมัน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงประเด็นการดูแลเกษตรกร และการแก้ปัญหาพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า งานที่ต้องเร่งทำตามพระราชกระแสรับสั่งของรัชกาลที่ 10 ที่ว่าต้องดูแลประชาชนให้มีความสุข ซึ่งประชาชน 20-30 ล้านคน ที่เป็นเกษตรกรจำนวนมาก แต่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพียง 8-9% จึงยังมีความยากจนอยู่ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า ปีนี้และปีหน้า งานสำคัญลำดับแรก คือ การช่วยเหลือเศรษฐกิจข้างล่างให้แข็งแรง ให้ทุ่มสรรพกำลังลงไปเต็มที่ ถึงเวลาแล้วต้องช่วยเหลือคนตัวเล็กจำนวนมากอย่างเกษตรกร โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานบูรณาการกันอย่างใกล้ชิด และไม่ได้อยู่แค่การผลิตสินค้า การตลาด แต่ต้องทำให้พื้นที่และชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการเชื่อมโยงให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย นายสมคิด กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้ฝากการบ้านหลายอย่าง ทุกเรื่องให้เร่งทำออกมาเกิดผลเป็นรูปธรรมเร็วที่สุด ได้แก่ ระยะเร
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน โดยจะเพิ่มเป้าหมายการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจากปัจจุบันส่งออกประมาณเดือนละ 60,000 ตัน เพิ่มเป็น 100,000 ตัน และให้กระทรวงพลังงานนำไปบริหารจัดการเพิ่มปริมาณการใช้เป็นพลังงานทดแทนไบโอดีเซลอีกเดือนละ 100,000 ตัน จะช่วยลดน้ำมันปาล์มในสต๊อกลงเดือนละ 200,000 ตัน จากสต๊อกที่มีอยู่ในขณะนี้ประมาณ 500,000 ตัน ภายใน 1-2 เดือนนี้ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำข้อสรุปที่ชัดเจนภายในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เมื่อดึงสต๊อกน้ำมันปาล์มออกไปเดือนละ 200,000 ตัน จะช่วยให้ราคาผลปาล์มดิบขยับขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 3.40-3.50 บาท ไปถึงราคาเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่กิโลกรัมละ 3.80 บาท ซึ่งจะต้องเห็นผลภายใน 2 เดือน รัฐบาลตั้งใจจะทำให้ราคาปาล์มน้ำมันขยับขึ้นโดยเร็วที่สุด และต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งในปีนี้ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันมี
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากผลผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2560 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าจะมีปริมาณ 13.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 คิดเป็น ร้อยละ 18.21 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของทั้งเนื้อที่ให้ผลและผลผลิตต่อไร่ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณน้ำฝนมากขึ้น เกษตรกรดูแลดีใส่ปุ๋ยมากขึ้น โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ 4 ธ.ค.60) ราคาผลปาล์มน้ำมัน (18%) กก.ละ 3.20 – 3.60 บาท และน้ำมันปาล์มดิบ กก.ละ 19.00 – 19.25 บาท ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซีย (1 ธ.ค.60) กก.ละ 19.99 บาท ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มลดลงนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นมา ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากปริมาณผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มดิบในช่วงที่ผ่านมามีมาก ประกอบกับโรงกลั่นฯ มีสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือมากกว่าความต้องการใช้ในแต่ละเดือน รวมทั้งภาวะการค้าน้ำมันปาล์มขวดชะลอตัว ทำให้ปริมาณการสั่งน้ำมันปาล์มจากโรงงานสกัดลดลงและซื้อราคาลดต่ำลง ส่งผลถึงผลปาล์มน้ำมันด้วย โดยสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ จากการแจ้งตามประกาศ กกร. นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 60 เป็นต้นมา สต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือมีจำนวนมากกว่า 400,000 ตัน
รัฐมนตรีเกษตรฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และข้อเท็จจริงการผลิตปาล์มให้เป็นเอกภาพ แนะเกษตรกร ควรตัดปาล์มสุก เพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมัน และช่วยรักษาเสถียรภาพราคา นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเกี่ยวกับความกังวลของเกษตรกรต่อปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2560 – มกราคม 2561 ว่าขณะนี้ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น เกษตรกร สมาคมโรงสกัดน้ำมันปาล์ม และGISTDA ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตในแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ และนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2560 เพื่อติดตามสถานการณ์และข้อเท็จจริงของการผลิตที่ชัดเจนและได้ข้อมูลที่เป็นเอกภาพ เพื่อส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้มีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน ประกอบด้วย มาตรการ ระยะสั้
หลายคน หลายฝ่ายต่างคาดหวังกับ ครม.บิ๊กตู่ 5 จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาให้เห็นผล จึงมีข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะไปถึง ครม.ชุดใหม่ อย่างเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ 97 คน ที่ลงชื่อและยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใจความตอนหนึ่งระบุว่า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ มีความเห็นว่านโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนภาคอุตสาหกรรม โครงข่ายคมนาคมและพลังงาน รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และนโยบายการพัฒนาต่างๆ อาจส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของกลุ่มคนต่างๆ ในภาคใต้ในระยะยาว ขณะที่ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในประจำวัน ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล เครือข่ายจึงขอเสนอแนะ ดังนี้ 1.เร่งรัดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกร อันเนื่องมาจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคายางพาราและราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นถึงการ ไม่รู้สึกใส่ใจไยดีต่อชีวิตและปากท้องของเกษตรกร ทั้งที่มีความพยายามเสนอแนะแนวทางการ
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้พัฒนาคุณภาพผลปาล์มน้ำมันเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันในการตัดปาล์มสุก โดยการสร้างเครือข่ายในวงจรการค้าปาล์มน้ำมัน จัดอบรมเกษตรกร ผู้ตัดปาล์ม จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างเกษตรกร ลานเท และโรงงานสกัด ทำการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย และป้ายประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรตัดปาล์มสุกเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันเป็นการเพิ่มรายได้เกษตรกร รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดแหล่งผลิตปาล์มน้ำมัน ตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับดูแลตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันคุณภาพตามเปอร์เซ็นต์น้ำมันอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้นำผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพ กลับเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มได้อีก และขอให้สภาเกษตรกรจังหวัดชี้แจงทำความเข้าใจเกษตรกรในพื้นที่เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพปาล์มน้ำมัน จากการสร้างเครือข่ายดังกล่าว ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม โดยมีการทดสอบเปอร์เซ็นต์น้ำมันเพื่อหาค่าเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มที่สกัดได้ ณ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) จ.กระบี่ โดยการร
สศก.แจงทิศทางความต้องการใช้ปาล์มในตลาดโลกเพิ่มขึ้นแต่ยังน้อยกว่าสัดส่วนการเพิ่มของผลผลิต ฉุดราคาลดลง แต่ยังคงสูงกว่าต้นทุนการผลิตปี 60 ย้ำ แนวทางดำเนินงานร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันฯ สอดรับยุทธศาสตร์ปฏิรูปปาล์มฯ ปี 60-79 ชี้ชัดจะช่วยระบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมปาล์ม อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวที่เป็นเอกภาพ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตน้ำมันปาล์มน้ำมันของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.22 ต่อปี ส่วนความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.98 ต่อปี ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2.55 ต่อปี ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) คาดว่าในปี 2560 ผลผลิตน้ำมันปาล์มของโลกจะมีปริมาณ 62.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 58.83 ล้านตัน (ร้อยละ 5.93) เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจากการเกิดภาวะลานีญา ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในตลาดโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.98 ต่อปี ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มของโลกยังค
ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ นอกจากบริษัท สหกรณ์นิคมบาเจาะ จำกัด จังหวัดนราธิวาสแล้ว ผู้ประกอบการปาล์มน้ำมันมีอีกเพียงรายเดียว คือ บริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด ตั้งอยู่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2554 ภายใต้การบริหารของ “ณัฐศศิ มณีโชติ” ผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเป็นเจนที่ 2 ของตระกูลมณีโชติ และเป็นผู้บริหารรุ่นแรกของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ณัฐศศิเล่าว่า เดิมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ค่อยปลูกปาล์ม เนื่องจากไม่มีโรงงานในพื้นที่ มีเพียงแห่งเดียวที่บาเจาะ ขณะที่ครอบครัวทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กระทั่งวันหนึ่งเกษตรกรมาถามคุณพ่อว่า ถ้าปลูกปาล์มจะไปส่งที่ไหน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศึกษาเรื่องปาล์ม และสร้างโรงงาน ปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่ 45 ตันทะลาย/ชั่วโมง สามารถรองรับปาล์มได้วันละ 1,000 ตัน โดยปี 2559 มูลค่าการรับซื้ออยู่ที่ 900 กว่าล้านบาท แต่เป็นผลผลิตในพื้นที่ 3 จังหวัด เพียง 30% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด เหตุผลหลักที่ผลผลิตในพื้นที่น้อย เพราะเกษตรกรไม่มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปลูกปาล์ม ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ บางรายผลิตได้เพียง 1 ตัน/ไร่/ปีเท่านั้น โรงงานจึงร่วมกับส
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เตรียมความพร้อมหลังรัฐบาลเห็นชอบให้ตั้งกองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ภายใต้ร่าง พรบ.ปาล์มน้ำมันฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบสู่เสถียรภาพอย่างยั่งยืน ย้ำหลักสำคัญ ไม่ใช้เงินกองทุนฯ ไปแทรกแซงราคาทำลายกลไกตลาด พร้อมรุกการดำเนินงานทันทีที่ร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันฯ ผ่าน ครม. และมีผลบังคับใช้ นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการผลิต การแปรรูป และการวิจัยพัฒนาให้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มมีศักยภาพในการแข่งขัน สร้างความมั่นคง และเกิดความยั่งยืน กองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม จะบริหารกองทุนโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยกำหนดโครงสร้างการบริหารตามพระราชบัญญัติทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 ซึ่งมีเลขาธิการ สศก. เป็นประธานกรรมการ มีผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการ นอกจากนี้ ยังมีกรรมก
ชาวสวน-โรงสกัดฯ ปัดตอบคำถามรัฐไฟเขียว ผุดกองทุนปาล์มพันล้านทั้งร่างกฎหมายปาล์มฯยังไม่คลอด สศก.แจงกองทุนฯ ดำเนินการตาม พ.ร.บ.เงินทุนหมุนเวียนฯคู่ขนานกับการออกร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันฯ ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ที่ประชุม (ครม.) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เพื่อให้เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พ.ศ. ….ให้มีสถานะเป็นกองทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมอีกหนึ่งแห่งตามข้อเสนอของคณะกรรมการกองทุนหมุนเวียน โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมการนโยบายการบริหารกองทุนหมุนเวียนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับมาตรการให้ความช่วยเหลือของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ทั้งนี้ งบประมาณให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณกองทุนฯ มีวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การสนับสนุนเงินทุนในการวิจัย พัฒนา สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมของกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และเป็นทุนสง
