ปูนา
ปัจจุบัน การทำอาชีพของคนเมืองไม่ได้เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป หากผู้ปฏิบัติมีใจรักและใจพร้อมที่จะทำงานที่รักแล้วละก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะลงมือทำให้ประสบผลสำเร็จ เพียงแต่ควรเลือกสิ่งที่ทำให้มีความเหมาะสมกับพื้นบ้านของตนเอง และที่สำคัญต้องไม่สร้างความรบกวนให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง ก็จะทำให้แม้มีพื้นที่น้อยก็ไม่เป็นอุปสรรค สามารถสร้างงานที่ทำด้วยใจรักเกิดเป็นรายได้อย่างสบายๆ คุณพสิษฐ์ โกสุข อยู่บ้านเลขที่ 153 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ใช้พื้นที่รอบบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนา เพราะมองว่าการเลี้ยงปูนาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก บ่อเลี้ยงสามารถจัดให้เข้ากับพื้นที่บ้าน ก็จะส่งผลให้ง่ายต่อการดูแล เขาจึงทดลองนำปูนาเข้ามาเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นรายได้เสริมยามว่างอยู่กับบ้านควบคู่กับงานหลักที่ทำได้เป็นอย่างดีทีเดียว มีความสนใจปูนา เป็นสัตว์ที่เห็นมาแต่เด็ก คุณพสิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่เป็นช่างซ่อมนาฬิกาอยู่กับบ้าน จึงทำให้เวลาทั้งหมดของการทำงานไม่ต้องเดินทางไปในที่ต่างๆ ด้วยความบังเอิญช่วงพักสายตาจากงานซ่อมนาฬิกา ได้ดูรายการเกี่ยวกับการทำเกษตรต่
ปูนา ในปัจจุบันกำลังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายภูมิภาค เพราะปูนาในแหล่งธรรมชาติ หรือพื้นที่นามีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับอดีต ซึ่งปูนาในสมัยก่อนนั้นสามารถจับมาประกอบอาหาร หรือถ้าได้จำนวนมากสามารถจำหน่ายจนเกิดรายได้ แต่ด้วยหลายปีที่ผ่านมาสภาพแวดล้อมและการทำเกษตรที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ส่งผลกระทบต่อปูนาในธรรมชาติมีจำนวนน้อยลง จึงทำให้ปูนามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ต่อมาจึงมีผู้คิดเลี้ยงปูนามากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาด เป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่น้อยทีเดียว คุณอุทิศ พัฒบุบผา อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 4 ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เห็นถึงช่องทางการทำตลาดของปูนา จึงเริ่มสนใจที่จะเลี้ยงอย่างจริงจัง โดยเธอได้ไปศึกษาการเลี้ยงจากแหล่งเลี้ยงที่ประสบผลสำเร็จ จากนั้นนำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่บ้านของเธอเอง จึงทำให้ปูนาเป็นสัตว์ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของเธอในเวลานี้ คุณอุทิศ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ทำงานประจำอยู่นั้นได้มีโอกาสกลับมายังบ้านเกิด ในบางช่วงที่ทำเมนูส้มตำก็อยากได้ปูนาม
เมื่อ 3 ปีก่อน คุณสุธิดา สุขวิเศษ นักศึกษาสาววัย 21 ปี ตัดสินใจลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาระหว่างเรียน ในวันนี้กิจการฟาร์มปูนาขนาดเล็กๆ ของเธอ พัฒนาเป็นฟาร์มปูนา ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ผลิตสินค้าส่งขายทั่วไทยและป้อนตลาดส่งออก โกยรายได้ก้อนโตเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง ทุกวันนี้ เธอเปิดบ้านให้ผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้ามาเยี่ยมชมกิจการและเรียนรู้เริื่องการเลี้ยงปูนากันแบบไม่หวงวิชา ปัจจุบัน คุณสุธิดา สุขวิเศษ วัย 24 ปี อาศัยอยู่บ้าน หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เธอพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค คุณสุธิดา เปิดเผยว่า ช่วงที่ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยม
ถ้าพูดถึงสัตว์น้ำที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปูนากำลังได้รับความนิยม เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาปูนาในแหล่งธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดน้อยลง เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ไม่ว่าเดินไปหนแห่งไหนในท้องทุ่งนา ก็สามารถหาปูนานำมาประกอบอาหารหรือจำหน่ายเพื่อเกิดรายได้ ยิ่งเป็นคนที่อยู่ตามต่างจังหวัดด้วยแล้ว ปูนาจึงถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่รู้จักดี แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป บวกกับการทำเกษตรที่พึ่งสารเคมีมากขึ้น จึงทำให้จำนวนของปูนาในแหล่งธรรมชาติลดน้อยลง มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานปูนา ส่งผลให้ระยะหลังๆ มานี้ การเลี้ยงปูนาจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายคนให้ความสนใจและยึดทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุณวิโรจน์ แก้วแสงทอง อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ที่ 18 ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ได้เห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงปูนา เมื่อมีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้านเกิด จึงเรียนรู้การเลี้ยงปูนาและสร้างเป็นธุรกิจแบบครบวงจร โดยนำผลผลิตที่ได้มาทำการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้ปูนาที่เลี้ยงมีตลาดแน่นอน สามารถจำหน่ายได้ทั้งหมดและเป็นอาชีพที่ยั่งย
หากเอ่ยถึงทุ่งนาแล้วละก็ สัตว์ที่อยู่ในทุ่งรวงทองที่ทุกคนนึกถึง จะต้องมีหนูนา ปูนา มาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้ เรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายผลผลิตอย่างข้าว คือ หนูนา คอยกัดกินข้าวที่ตั้งรวงให้เกิดความเสียหาย ส่วนปูนาก็ทำลายต้นอ่อนข้าวที่ปลูกใหม่ๆ จนเกิดความเสียหาย แต่กระนั้นไม่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียว ยังพอมีคุณประโยชน์อยู่บ้าง โดยสัตว์เหล่านี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่จับมาประกอบอาหารและสามารถขายเกิดเป็นรายได้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่ง หนูนา ปูนา ในธรรมชาติเริ่มมีจำนวนที่ลดน้อยลง อันเกิดจากทั้งโดนกำจัดและจับมาบริโภค ทำให้ปัจจุบันมีผู้มองเห็นถึงความต้องการของตลาดที่ยังนิยมอยู่ จึงนำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่หาซื้อรับประทานได้ง่าย อย่างเช่น ปูนา หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงยาก แต่ก็มีผู้นำมาเพาะเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเกิดเป็นรายได้ เหมือนเช่น คุณสุธิดา สุขวิเศษ อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 13 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้นำปูนาที่เห็นอยู่บริเวณทุ่งนามาเลี้ยงปล่อยในสวนที่บ้าน และเรียนรู้การเพาะพันธุ์ ท
ฟาร์มปูนาพิษณุโลก ขายดี มีเท่าไหร่ไม่พอขาย ทั้งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และปูกิโลฯ จนเจ้าของฟาร์มต้องขยายบ่อเร่งผลิตปูนานอกฤดู หลังจากช่วงก่อนหน้านี้พิษณุโลกฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ปูนาหายาก ไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป นายวัชระ เสือรอด อายุ 41 ปี เจ้าของฟาร์มปูนาขนาดประมาณ 25 ตารางเมตร รอบบริเวณบ้านเลขที่ 66/1 ม.3 บ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กว่าวว่า ตอนนี้ ตลาดปูนาในพื้นที่ภาคเหนือนั้นกำลังไปได้ดีมาก โดยตอนนี้ที่ฟาร์มของตนเองนั้นต้องขยายบ่อเพาะเลี้ยงปูนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากผลกระทบจากฝนทิ้งช่วงทำให้ปูนาขาดตลาด ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารป่า รวมถึงร้านส้มตำ หาซื้อยาก “ตอนนี้ออเดอร์สั่งปูนาของตนมีเยอะมาก มีทั้งสั่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สั่งปูนาท้องแก่ หรือแม้แต่ปูนาชั่งกิโล เรียกว่าตอนนี้มีจองไว้หมดแล้วต้องไล่ตามคิวที่จองกันเข้ามา และตอนนี้ต้องขยายบ่อเพิ่มขึ้นถึง 5 บ่อ เพราะต้องแยกปูนาออกมาเป็นรุ่นตามออเดอร์อย่างปู่ท้องแก่ที่พร้อมลงเดินตอนนี้สั่งเข้ามาไม่ต่ำกว่า 100 แม่ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ยอดสั่งไม่ต่ำกว่า 500 คู่ ส่วนปูชั่งกิโลตอนนี้ก็มีกว่า 100 กิโลกรัม เรียกได้
คุณพสิษฐ์ โกสุข อยู่บ้านเลขที่ 153 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ใช้พื้นที่รอบบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนา เพราะมองว่าการเลี้ยงปูนาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก บ่อเลี้ยงสามารถจัดให้เข้ากับพื้นที่บ้าน ก็จะส่งผลให้ง่ายต่อการดูแล เขาจึงทดลองนำปูนาเข้ามาเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นรายได้เสริมยามว่างอยู่กับบ้านควบคู่กับงานหลักที่ทำได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณพสิษฐ์ โกสุข มีความสนใจปูนา เป็นสัตว์ที่เห็นมาแต่เด็ก คุณพสิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่เป็นช่างซ่อมนาฬิกาอยู่กับบ้าน จึงทำให้เวลาทั้งหมดของการทำงานไม่ต้องเดินทางไปในที่ต่างๆ ด้วยความบังเอิญช่วงพักสายตาจากงานซ่อมนาฬิกา ได้ดูรายการเกี่ยวกับการทำเกษตรต่างๆ จึงได้เห็นว่ามีคนเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพ ทำให้เกิดความสนใจและอยากที่จะเลี้ยงเป็นกิจกรรมยามว่าง จึงได้เดินทางไปศึกษาเรียนรู้การเลี้ยงจากฟาร์มที่ประสบผลสำเร็จในเวลาต่อมา ปูนาขนาดไซซ์พ่อแม่พันธุ์ “พอเราได้เรียนรู้ ได้รับข้อมูลการเลี้ยงปูนามาพอสมควรแล้ว ก็คิดว่าปัจจุบันปูนาในสมัยนี้ค่อนข้างจะหายากกว่าสมัยก่อน ช่วงที่เราเป็นเด็ก จะเห็นว่าปูนานี่เยอะมาก แต
“เก็บเอาไว้เถอะเก็บเอาไว้ ยังมีคนต้องการ ผ่านวันนี้มาจากเมื่อวาน ยังมีวันต่อไป…” บทเพลง รักต้องสู้ ของ วงคาราบาว ดังแว่วมาจากท้องทุ่ง ลมแล้งพัดแผ่วผิว แดดในยามสายส่องแสงร้อนแรง จนต้องสวมเสื้อแขนยาวสวมหมวกมิดชิด ผมมองระยิบแดดที่เริ่มแผดกล้าขึ้น ครอบครัวหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการขุด ล้วง แคะ แหย่ และหยิบ เสียงพูดคุยเย้าแหย่หัวร่อต่อกระซิกมีไม่ขาดสาย “ทำอะไรกันน้อ วัตร” “ขุดปูนาครับพี่ ต้องเร่งมือ สายกว่านี้เดี๋ยวจะร้อน” “ได้เยอะไหมล่ะ” “พอได้ครับพี่ คงหลายสิบโคมอยู่ครับ” “โคม เป็นยังไงหนอ” “เดี๋ยวไปดูที่บ้านครับ สักพักก็จะพากันกลับแล้ว ต้องไปจัดปูเข้าคีบเข้าโคมรอส่งแม่ค้ากันต่อ” นิวัตร ปรีสมบัติ หนุ่มอีสานลูกเมืองน้ำดำ – กาฬสินธุ์ ผู้ผ่านงานมาสารพัด ตั้งแต่เป็นทหารเกณฑ์ กระทั่งปลดประจำการ แล้วก็หอบหิ้วความรู้ระดับ ม.6 เข้าไปหางานในเมืองกรุง ด้วยความหวังอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นทำงานเก็บเงิน เผื่อในวันข้างหน้าจะได้สร้างฐานะให้คนในครอบครัวสุขสบายมากขึ้น ชีวิตเริ่มต้นก็สวยงามด้วยตำแหน่งงานที่ดี หัวหน้างานจะเลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้นให้พร้อมกับเงินเดือนที
น้ำปู หรือ น้ำปู๋ เป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในภาคเหนือ น้ำปูนั้นเป็นอาหารที่เกิดจากการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินเป็นเวลาเเรมปี นอกจากที่ชาวบ้านจะทำไว้กินเองเเล้ว ยังนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกด้วย น้ำปูที่มีชื่อเสียง ได้เเก่ น้ำปูที่ทำที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เเละน้ำปูที่ทำที่จังหวัดพะเยา การทำน้ำปูนั้นไม่มีขั้นตอนใดที่ยุ่งยาก เเต่ต้องอาศัยความอดทนเเละเพียรพยายามของผู้ที่ทำอย่างสูง ที่อำเภอแม่ใจ มีการรวมกลุ่มเพื่อผลิตน้ำปูในช่วงว่างงานหลังการทำนา โดยผู้เขียนได้เข้าไปพูดคุยและหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มแม่บ้านทำน้ำปูศรีถ้อย หมู่ที่ 11 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ อีกกลุ่มคือ กลุ่มทำน้ำปูบ้านต้นผึ้ง หมู่ที่ 11 ตำบลศรีถ้อย ทั้ง 2 กลุ่ม มีการทำน้ำปูที่ไม่แตกต่างกัน วัตถุดิบที่สำคัญคือ ปูนา และสมุนไพรปรุงรส เช่น ตะไคร้ ใบมะกอก ใบฝรั่ง ซึ่งทางกลุ่มให้รายละเอียดของสมุนไพรที่ใส่ลงไปว่า ตะไคร้ ใส่ลงไปทั้งต้น ทั้งใบ ซึ่งสมัยก่อนผู้เขียนเห็นเขาใช้แต่ใบเท่านั้น ทางกลุ่มบอกว่าจะทำให้มีกลิ่นหอมและรสหวาน เลยถึงบางอ้อ เพราะถ้าใส่แต่ใบก็จะได้กลิ่นหอมอย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ควันหลงบรรยากาศการจัดงาน แสดงผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน มีการแสดงสินค้า และจำหน่ายของดี สินค้า อาหารพื้นเมือง จาก 72 หมู่บ้าน ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเลือกซื้อ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจชุมชนฐานราก มุ่งเน้นให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ประโยชน์ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ทั้งต่อยอดสู่การให้บริการด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ ตลอดจนสามารถดำเนินงานบริหารจัดการโดยชุมชนเองปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนมาเลือกซื้อกันจำนวนมากเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะ บู๊ธจำหน่ายอาหาร “ปูนาทรงเครื่อง” จากบ้านนาเมือง หมู่ที่ 8 ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งกลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าบ้านนาเมือง นำโดย นางสิงห์ จันทรคุณ ประธานกลุ่มฯ นำอาหารพื้นบ้านปูนาทรงเครื่องที่เป็นอาหารพื้นถิ่น มาจำหน่าย ซึ่งได้ผลตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม จากการสอบถามทรา
