ภูมิปัญญาไทย
เช้าวันพุธที่ผ่านมา ผมไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดประจำสัปดาห์ หน้าวัดจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มาตลาดแห่งนี้ ผมต้องไปเดินช่วยแม่หิ้วของที่ซื้อกลับบ้านตั้งแต่เด็กๆ มาบัดนี้ รู้สึกว่าร้านรวงเพิ่มจำนวนขึ้นมาก ข้าวของที่ขายก็มากมายขึ้น ทั้งปริมาณและประเภท และถ้าเอาตามความเห็นผม ก็ขอโฆษณาเลยว่า ที่นี่มีกุ้งจ่อมและหอยดองซึ่งทำจากบ้านปากไก่ อำเภอปากท่อ วางขายมานาน รสชาติเปรี้ยวอร่อย หอมข้าวคั่ว แล้วก็ไม่ใส่สี เป็นของแบบที่ผมไม่เห็นมีขายที่ไหนเลยล่ะครับ ท่ามกลางข้าวของดีๆ ผมเจอร้านที่เอาปลาน้ำจืดธรรมชาติมาขาย มีทั้งปลาตะเพียนสดๆ ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลากรายตัวโตๆ ปลาเนื้ออ่อน ที่ผมอดซื้อมาไม่ได้ เพราะไม่ค่อยเจอบ่อยนัก คือปลาช่อนนาตัวย่อมๆ ที่ขอดเกล็ด ผ่าท้อง แล่แผ่ครึ่งตัวเรียบร้อยแล้ว ผมจำได้ว่า มีมะขามอ่อนถุงเล็กๆ อยู่ถุงหนึ่งที่บ้าน กับพริกขี้หนูสดดีๆ ก็เลยแวะซื้อข่าแก่กับผักชีมาเพิ่ม จงใจเดินผ่านเลยร้านขายตะไคร้ไป เพราะคิดว่าขุดเอาจากกอหลังบ้านก็พอได้ เช่นเดียวกับใบมะกรูด ที่อาศัยเด็ดจากต้นข้างบ้านก็พอควรแก่การ คงเดาได้กระมังครับ ว่าผมคิดจะทำปลาช่อนต้มยำแน่ๆ ถูกแล้วครับ ผมนึกถึงสำรับรสจี๊ด
หลังจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ปลดล็อกส่วนใบ ราก ลำต้น ของกัญชาออกจากรายการยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โดยมีเจตนารมย์ให้ประชาชนใช้เพื่อการดูแลสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในชุมชนนั้นๆ ทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เริ่มพัฒนารูปแบบธุรกิจอาหารที่มีส่วนผสมของใบกัญชา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก ในคุณค่าด้านวัฒนธรรมและสุขภาพ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ศึกษาค้นคว้าความรู้ดั้งเดิม และการวิจัยสมัยใหม่ของการใช้กัญชา ทำให้พบว่า บรรพบุรุษไทยมีความเฉลียวฉลาดในการเลือกใช้พืชพรรณเพื่อดูแลสุขภาพ เพราะความรู้ของบรรพบุรุษช่างสอดคล้องกับการวิจัยสมัยใหม่ จึงนำมาสู่โครงการ “มาชิมกัญ” ทำให้เกิดกระแสบริโภคกัญชาฟีเวอร์ เป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศและต่างชาติจำนวนมาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ดำเนินการติดตามความปลอดภัยในการรับประทานอาหารที่ปรุงจากกัญชาด้วยเพื่อให้มีข้อมูลอย่างรอบด้าน สนับสนุนให้เกิดรูปแบบธุรกิจอย่างยั่งยืน ทำให้ตำรับเมนูกัญชามีความปลอดภัยดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดชุดความรู้และประสบการณ์ที่ได้ศึกษาค
โลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้ มีของขวัญที่มอบให้กับทุกคนอยู่ 2 อย่าง คือ เวลา กับ ความยุติธรรม สามารถมีและได้เท่ากันหมด จะเดินคู่พร้อมกันไปการเปลี่ยนแปลงเสมอ ความเปลี่ยนแปลงจะสามารถให้เราสามารถเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน พร้อมขยายทำให้มีพื้นที่ของชีวิตในการก้าวเดินได้มากเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเป็นผู้เลือกทางเดินของชีวิตพร้อมยอมรับและต้องมีชีวิตที่อยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขอย่างที่เราต้องการ ปัจจุบัน เป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะมันคือชีวิต สวัสดีครับแฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา เนื่องจากจะได้รับการส่งเสียงไปหาที่โทร. (081) 846-0652 หรือใน เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos ชนิดไม่ขาดหาย ที่ผู้เขียนย้ำเสมอว่า ปลื้มเป็นอย่างมากๆ คือ บอกไปว่าชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ สนุก ไม่เครียด ขอขอบคุณจริงๆ อีกสักครั้ง ปักษ์นี้สุดยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ มีความภูมิใจอย่างมากที่นำเสนอเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่นี้ คุณจีรศักดิ์ (ต่อ) และ คุณรัชนก (นก) ปิตุรักษ์วงศ์ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ “ขยะไร้ค่า สู่
น้ำพริก เป็นอาหารหลักคู่ครัวไทยมาตั้งแต่อดีต ซึ่งมักจะขาดไม่ได้ในสำรับอาหารไทยๆ จัดเป็นอาหารสุขภาพชั้นเยี่ยม เพราะทั้งส่วนผสมและวิธีการกินคู่กับผักเคียงที่ให้รสชาติ และได้ประโยชน์ทั้งโปรตีน วิตามินครบถ้วน อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลใจกับคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นปัญหายอดฮิตของคนในยุคสมัยนี้ สำหรับวิธีทำก็ง่ายและประหยัดอีกด้วย ส่วนผสมหลักของน้ำพริกนั้นส่วนมากจะใช้พืชผักสมุนไพรที่นิยมปลูกเป็นผักสวนครัวที่หาได้ง่ายมีประโยชน์กับร่างกาย เช่น กระเทียม พริก มะนาว มะขาม และของที่มีติดครัวอยู่แล้วอย่าง กะปิ กุ้งแห้ง น้ำปลา น้ำตาล ถ้าไม่มีมะขาม มะนาว ก็ปรุงรสความเปรี้ยวด้วย มะม่วง ตะลิงปลิง มะอึก มะดัน แทนก็ได้ นอกจากใช้ผลไม้รสเปรี้ยวแล้ว น้ำพริกยังใช้ปลาแห้งต่างๆ มาทำได้อีก เช่น ปลาช่อนแห้ง ปลาสลิด หรือแม้แต่พืชผักอื่นๆ ที่ไม่มีรสจัด ก็ยังนำมาตำหรือทำน้ำพริกได้ เช่น ใบมะกรูด ใบทำมัง กล้วยดิบ เห็ด และรวมทั้งอาหารอื่นๆ ที่มักมีติดครัวอยู่แล้ว สามารถนำมาปรุงเป็นน้ำพริกรสแซ่บๆ ได้ เช่น ไข่ต้ม ไข่เค็ม ปลากระป๋อง เต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยว ปลาเค็ม ปลาร้า เป็นต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยจะมีตำราอาหารว่าด้วยเรื่องของน้
เมื่อราวปลายปี พ.ศ. 2559 ผมเคยรายงานกิจการของ “ตลาดสวนชวนกิน – สวนเรียนรู้เกษตรพอเพียงเชิงนิเวศ” ในสวนเก่าของซอยเรืองสอน แขวงหลักสอง เขตบางแค ธนบุรี ไว้ว่า เป็นความพยายามดิ้นรนของชุมชนคนเช่าที่ทำสวนในย่านนี้ ซึ่งต้องเผชิญกับมลภาวะของแหล่งน้ำ ตลอดจนการรุกคืบของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์เท่าที่มีกำลังจะพอทำกันได้ จำได้ว่า ตอนนั้นผมยังได้ไปเยี่ยม “สวนเกษตรพอเพียงลุงจุก” และได้เอามาเขียนบอกกล่าวไว้ในคอลัมน์นี้ ถึงพื้นที่สวนเปิด ที่เราสามารถนั่งเรือเล็กไปเที่ยวชม พักผ่อน จับจ่ายซื้อหาผลผลิตเล็กๆ น้อยๆ เป็นการช่วยอุดหนุนวิถีของคนสวนเก่าเหล่านี้ด้วย มาถึงวันนี้ พื้นที่ที่เคยพยายามปลูกฝรั่ง จำปี พุด ดอกรัก เตย กล้วย และโรงเพาะเห็ด ก็หมดสิ้นสภาพไปแล้วครับ กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดมหึมาซึ่งใกล้แล้วเสร็จ มันก็เป็นไปตามสภาพความเปลี่ยนแปลงนะครับ เมืองใหญ่ที่ต้องรองรับผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมต้องขยายพื้นที่ใช้สอยออกมายังเขตเกษตรกรรมเดิมอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ อย่าว่าแต่การบริโภคพืชผลเกษตรของคนเมืองก็เปลี่ยนไปจนแทบหมดสิ้นแล้วเช่นกัน ก็เลยมารายงานไว้เพื่อทราบครับ เผื่อใครเพิ่งได้อ
กรดไหลย้อน เป็นโรคในระบบทางเดินอาหารหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนสูงวัยและวัยทำงานที่มีความเครียดเป็นเหตุ การที่น้ำย่อย ซึ่งประกอบด้วยกรดเกลือในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไประคายต่อหลอดอาหาร และบริเวณลำคอ ทำให้มีอาการแสบลิ้นปี่ คล้ายเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง โรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำหน้าที่ของกล้ามเนื้อหูรูดที่อยู่ตรงส่วนล่างของหลอดอาหาร ซึ่งกล้ามเนื้อหูรูดนี้จะคลายตัวเมื่อมีอาหารไหลผ่านลงไปในกระเพาะอาหาร เมื่ออาหารผ่านลงกระเพาะอาหารจนหมดแล้ว หูรูดนี้จะหดรัดเพื่อปิดกั้นไม่ให้กรดที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนนั้น กล้ามเนื้อหูรูดตรงส่วนล่างของหลอดอาหารนี้จะหย่อนสมรรถภาพ ทำให้มีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารมากกว่าปกติ โดยคนปกติไหลย้อนได้ 1-4 ครั้ง แต่ไม่ทำให้เกิดอาการแต่อย่างใด สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากความเสื่อมตามอายุ และมีความสัมพันธ์กับความอ้วน ภาวะตั้งครรภ์ โรคเบาหวาน และโรคไส้เลื่อนกะบังลม โดยปัจจัยเสริมนั้นมาจากการที่มีแรงดันภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น รัดเข็มขัดแน่นเกินไป มีแก๊สมากจากอาหารที่ไม่ย่อย หรืออาหารที
ฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้กระทั่งการผลิตและออกแบบ “รถไถมินิ” ที่ช่วยให้การทำงานในไร่นาเป็นเรื่องง่าย เพราะรถไถมินิ ใช้ไถได้ดีจริง ทำแปลงปลูกผัก ยกร่อง ไถกลบหญ้า ผลงานประดิษฐ์ชิ้นนี้เป็นของ คุณวิทย์ธชัย ขันอาษา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ช่างกรุง” หรือ “เสี่ยกรุง” เกษตรกรคนเก่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร เสี่ยกรุง ผู้ประดิษฐ์ “รถไถมินิ” ได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเขาอยู่ในจังหวัดยโสธร ปลูก “ข่าเหลือง” และมันสำปะหลัง เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันเกษตรกรในท้องถิ่นส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกำจัดหญ้าในร่องมันสำปะหลัง โดยเสียค่าจ้างแรงงาน วันละ 300-400 บาท ทำให้เสี่ยกรุงเกิดไอเดียที่จะพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบของ “รถไถมินิ” เพื่อช่วยทำงานในไร่นาและประหยัดต้นทุนค่าจ้างแรงงาน เสี่ยกรุง ใช้เวลาพัฒนารถไถนามินิ ประมาณ 2 ปี โดยจำลองรูปแบบมาจากรถไถขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นรถไถขนาดเล็ก ที่มีน้ำหนักน้อย ใช้งานง่าย เมื่อรถไถมินิต้นแบบเสร็จสมบูรณ์ สามารถทำงานได้ดีในสไตล์ “จิ๋วแต่แจ๋ว” เสี่ยกรุงได้นำไปทดลองใช้ในไร่นาของตัวเอง ปรากฏว่า เพื่อนบ้านใกล้เคียงเห็นประสิทธิภาพการ
สิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกท่านคงเป็นเรื่องการมีน้ำนมมาเลี้ยงดูลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก โดยธรรมชาติน้ำนมแม่จะมีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะน้ำนมแม่ในช่วง 7 วันแรกนั้น เป็นน้ำนมใสที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคุณแม่บางคนเมื่อแรกคลอดน้ำนมไม่ไหล หรือน้ำนมไหลน้อย ทำให้มีปัญหาน้ำนมไม่เพียงพอ อาจต้องหันไปพึ่งพานมวัวหรือนมถั่วเหลือง ที่มีคุณค่าน้อยกว่าน้ำนมแม่ ทางแก้ปัญหาสำหรับการแพทย์แผนปัจจุบันก็มีนำยาชื่อว่า Domperidone ปกติ ขึ้นทะเบียนตำรับยาใช้สำหรับแก้อาเจียน ยานี้ออกฤทธิ์โดยอ้อมที่สมองและกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกายให้มีการหลั่งน้ำนมมากขึ้น แต่สรรพคุณกระตุ้นการหลั่งน้ำนมนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับให้ขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย หรือแม้แต่ประเทศที่มีการแพทย์ก้าวหน้าอย่างอเมริกาก็เช่นเดียวกัน ดังนั้น หากจะใช้ยานี้เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำนมนั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยสำหรับแม่และทารก แต่ในทางการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทยเรามีวิธีการกระตุ้นการหลั่งน้ำนมที่ได้ผลมากมาย และที่สำคัญปลอดภัยกว่ายาฝรั่งหลายเท่า คุณแม่ท่านใดมีปัญหาน้ำนมไม่ไหลไม่ต้องกังวล เริ่มต้นง่ายๆ
กล้วยเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี เกษตรกรส่วนใหญ่จึงรีบตัดกล้วยดิบออกมาบ่มให้สุกด้วยแก๊สเอทิลีนโดยตรงหรือใช้ถ่านแก๊ส แคลเซียมคาร์ไบด์ โดยทุบถ่านแก๊สเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อถ่านแก๊ส ซุกไว้กลางเข่งกล้วย ก่อนที่จะบรรจุผลไม้ลงไปจนเต็มเข่ง ระหว่างการขนส่งกล้วยจะมีการคายน้ำทำปฏิกิริยาทางเคมีกับถ่านแก๊ส กลายเป็นแก๊สอะเซทิลีนไปกระตุ้นให้กล้วยเริ่มกระบวนการสุก แต่ผู้บริโภคไม่ชอบกล้วยลักษณะนี้ เพราะมีกลิ่นแก๊สติดในเนื้อกล้วย และมีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกล้วยที่ปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ ความจริงในอดีตคนไทยนิยมบ่มผลไม้ให้สุกด้วยเทคนิคง่ายๆ โดยใช้ “ความร้อนจากธูป” เริ่มจากเรียงกล้วยดิบใส่โอ่ง จุดธูป ประมาณ 7-8 ก้าน ปักใส่แก้วที่ใส่ทรายตั้งไว้กลางโอ่ง ปิดฝาโอ่งให้สนิท รอสัก 2-3 วัน จึงค่อยมาเปิดดู จะเห็นกล้วยสุกเหลืองพร้อมกันและมีรสชาติอร่อยตามที่ต้องการ อีกเคล็ดลับหนึ่งที่น่าสนใจคือ เคล็ดลับการบ่มผลไม้ให้สุก โดยใช้ “เตาดินอบความร้อน” จากภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภอลานสภา จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เล่าให้ฟังว่า สมัยปู่ ย่า ตา ยาย นิยมบ่มกล้วยให้สุกด้วยภูมิป
เครื่องแหวกร่องต้นข้าว แบบ 3 in 1 ผลงานของ รศ. อำนวยพศ ทองคำ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร. สุวรรณภูมิ) และคณะ เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลจากการประกวด งาน “44 International Exhibition of Inventions of Geneva ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และนับเป็นอีกหนึ่งผลงานที่มีความน่าสนใจ เพราะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพของชาวนาได้เป็นอย่างดี ที่มาของผลงานวิจัยชิ้นนี้ สืบเนื่องจากอาชีพการทำนาของเกษตรกรซึ่งเป็นนาดำและนาหว่าน การดูแลบำรุงรักษาต้นข้าวในช่วงระยะเวลาที่ข้าวออกรวง หากมีศัตรูพืชระบาด หรือต้นข้าวไม่สมบูรณ์เกษตรกรจะต้องลงไปในแปลงนาเพื่อฉีดพ่นยาป้องกันศัตรูพืช การหว่านปุ๋ย ฉีดฮอร์โมน หรืออาหารเสริมบำรุงต้นข้าว ซึ่งการทำงานเหล่านี้ มักมีความยุ่งยาก เพราะเกษตรกรต้องลงไปทำงานในแปลงนาเดินเหยียบย่ำต้นข้าวในแปลงนา ทำให้ต้นข้าวได้รับความเสียหาย รวงข้าวร่วงหล่น ชาวนาต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ดังนั้น รศ. อำนวยพศ จึงได้ประดิษฐ์เครื่องแหวกร่องต้นข้าว เป็นอุปกรณ์ตัวช่วยที่ลดความยุ่งยากในการทำงาน เครื่องแหวกร่องต้นข้าว
