ภูมิปัญญาไทย
เมื่อไม่นานมานี้ ผม วัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางไปที่บ้านโพนคำพุทธคีรี บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 5 ตำบลนามะเขือ พบ คุณสงค์ สัญญา อายุ 68 ปี อาศัยบ้านพักกับภรรยา มีเพื่อนบ้านกำลังก่อไฟผิงคลายหนาว ขณะนั่งล้อมวงกัน คุณสงค์ ก็ทำงานไปด้วยคือ การเหลาไม้ไผ่ ผ่าไม้ไผ่ เพื่อทำแคร่ เก้าอี้นั่ง สำหรับจำหน่ายทั่วไป โดยมีความพิเศษของการทำงานคือ “เครื่องผ่าไม้ไผ่” เป็นเหล็กทำจากท่อกลมผ่าได้ครั้งละ 7 ซีก และ 8 ซีก จึงสอบถามความเป็นมาของเครื่องและวิธีการทำ คุณสงค์ เล่าให้ฟังว่า ตอนเป็นหนุ่มตนเองเดินทางไปทำงานที่จังหวัดชุมพร เห็นเครื่องผ่าไม้ไผ่ที่เกษตรกรในพื้นที่ทำ ตนเองจดจำรูปแบบและนำมาประยุกต์ใช้อย่างดีมาก โดยจ้างช่างเชื่อมทำ ให้หาเหล็กเป็นท่อกลมๆ ขนาด 4-5 นิ้ว ตัดเป็นท่อขนาด 5-10 นิ้ว ตรงกลางทำเป็นใบมีดให้เป็นแฉกมีแกนกลาง ขอบเชื่อมติดกับเหล็กท่อที่เป็นวงกลม มี 2 ชนิด 7 แฉก และ 8 แฉก เหล็กกลมขนาดเล็กผ่าไม้ได้ขนาดเล็ก เหล็กวงกลมใหญ่ผ่าได้ขนาดใหญ่ ที่ทำแคร่ไม้ไผ่พอดี เหล็กแฉกที่เป็นใบมีดคมที่สุด แข็งแกร่งที่สุดคือ ใบมีดจากผาลรถไถเก่า ทำเป็นแขนเชื่อมเหล็กออก 2 ข้างให้พอเห
ประเทศไทย มีการทอผ้าเป็นอาชีพจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ชาวบ้านนอกจากทอผ้าขายแล้ว ยังผลิตเครื่องทอผ้าพื้นเมืองจำหน่ายให้กับผู้ทอผ้าในท้องถิ่นอื่นๆ โดยเครื่องทอผ้าที่ผลิตขึ้นจะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เครื่องทอผ้ากี่ธรรมดา กับเครื่องทอผ้ากี่กระตุก ในปัจจุบัน เครื่องทอผ้าสามารถพัฒนาได้มากสุด 30-80 ตะกอ เครื่องทอผ้าแต่ละแบบผู้ทอจะเลือกใช้ตามความถนัดของผู้ทอ ผ้าทอประเภทผ้าพื้นส่วนมากจะใช้วิธีการทอด้วยเครื่องทอกี่กระตุก ส่วนผ้าทอที่มีลักษณะของการสร้างลวดลายหรือถักลายบนพื้นผ้าจะใช้เครื่องทอผ้าแบบธรรมดา แต่ละครั้งสามารถทอได้ความยาวเพียง 3 เมตร ต่อวัน กับหน้าผ้ากว้างที่ 60 เซนติเมตร เมื่อนั่งทำงานไปนานๆ ผู้ทอจะเกิดความเมื่อยล้าของร่างกาย เนื่องจากจะต้องนั่งตัวตรง และเกร็งลำตัวเพื่อให้เกิดแรงส่งไปที่แขนและมือ รวมทั้งจะต้องออกแรงที่ขาและเท้าสำหรับเยียบตะกอ ทำให้เกิดความเมื่อยล้า หากทอผ้าที่มีลวดลายพิเศษจะต้องใช้สายตาในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนสังคม
เราชาวบ้านสมัยเก่าก่อนมีภูมิปัญญาหาน้อยไม่ ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ ทำให้เรามีหลอดดูดน้ำมาก่อนที่จะมีหลอดพลาสติก และหลอดสแตนเลสที่ขายๆ กันอยู่ในปัจจุบัน เคยได้ยินเพลงของ สายัณห์ สัญญา ชื่อ หนาวลมที่เรณู หรือไม่หนอ ท่อนหนึ่งเพลงบอกว่า “ดูดอุร้อยไห ไม่คลายหนาวได้หรอกหนา” คำว่า ดูดอุร้อยไห นั่นแล การดูดเราชาวไทยต้องใช้หลอด หลอดที่ใช้ดูดอุนั้นเป็นหลอดไม้ไผ่ซาง ซางเป็นไผ่ชนิดหนึ่งขึ้นตามธรรมชาติ คุณสมบัติพิเศษของซางคือ ลำเล็ก ปล้องมีขนาดยาว ทำให้บรรพชนคนไทยเราตัดเอามาทำเป็นหลอดดูดอุ อย่าว่าแต่ 100 ไห หรือ 1,000 ไหเลย ไม่ว่าจะเป็นกี่ล้านไห เราชาวบ้านก็สามารถหาหลอดมาดูดอุได้ ผู้เขียนเคยเห็นภาพดูดอุสามัคคี นั่นคือ ใช้หลอดซางตามจำนวนคน อาจจะเป็นสามสี่คนก็ได้ แยงหลอดเข้าไปในไหอุไหเดียวกัน แล้วก็ดูดพร้อมๆ กัน ฤทธิ์ของอุแม้จะมีรสหวานนุ่ม แต่ความมึนเมาก็แรงไม่เบาเหมือนกัน คนที่ผิวหน้าสีขาว พอเอาปากออกจากหลอดอุ หน้าแดงทันทีทันใด เราชาวบ้านยังมีหลอดจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือ หลอดดูดน้ำที่ทำจากไผ่ เราชาวบ้านเรียกไผ่ชนิดนี้ว่าไผ่หลอด ปัจจุบันมีขายพันธุ์และปลูกกันมากพองาม บางถิ่นปลูกไว้มาก เพื่อทำเ
“สับปะรด” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ปลูกสับปะรดกระจายอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ บ้านคา สวนผึ้ง จอมบึง และปากท่อ ปัจจุบันแหล่งปลูกสับปะรด เนื้อที่ 1,014 ไร่ ในพื้นที่หมู่บ้านหนองจอก ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา ถูกคัดเลือกเป็นแปลงใหญ่ต้นแบบสับปะรดปัตตาเวียบ้านคา ที่มีลักษณะพิเศษคือ รสชาติหวานฉ่ำ ไม่กัดลิ้น มีกลิ่นหอม เนื้อสีเหลืองสวย ละเอียด หนา นิ่ม มีตาค่อนข้างตื้น ปอกง่าย รับประทานได้ทั้งแกน สับปะรด เป็นสินค้าขายดีที่นิยมบริโภคกันทั่วไป สับปะรดปัตตาเวียบ้านคา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เกษตรกรจึงสามารถกำหนดราคาผลสดได้เอง ทั้งนี้ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียส่วนใหญ่ เน้นขายผลสด และส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมสับปะรด เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋อง สับปะรดแช่แข็ง น้ำผลไม้ และผลไม้แปรรูปป้อนตลาดส่งออก แต่บ่อยครั้งที่มีปัญหาสินค้าล้นตลาดในฤดูผลิต ขายสินค้าในราคาถูก ทำให้เกษตรกรขาดทุนกันทั่วหน้า นอกจากนี้ การเพาะปลูก-เก็บเกี่ยวสับปะรดที่ไม่ถูกวิธี รวมทั้งผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่ต่อเน
งาน OTOP City 2019 ที่กรมการพัฒนาชุมชน จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด “เทศกาลของขวัญปีใหม่ ของฝากถูกใจ ผลิตภัณฑ์ทั่วไทยรวมไว้ใน OTOP City 2019” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยได้ซื้อหาของขวัญของฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์อันมีค่าจากฝีมือคนไทย การพัฒนาสินค้า OTOP เป็นสิ่งที่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง นวดไทย เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับการยกย่องให้ขึ้นบัญชี นวดไทย (Nuad Thai, traditional Thai massage) เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) จากคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ซึ่งจัดประชุมครั้งที่ 14 ที่โบโกตา เมื่อ 12 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณศิริพร พูลสุข ประธานวิสาหกิจชุมชนหัตถศาสตร์เพื่อสุขภาพ ธัญพืชประคบพูลสุข เปิดเผยว่า ปกติจะเปิดร้านอยู่ที่ตลาดบางน้ำผึ้ง ตำบลบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้นำเอาภูมิปัญญาไทยโดยเฉพาะศาสตร์การนวดแผนไทยมาเปิดบริการนวดให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน OTOP City 2019 ในกลุ่ม OTOP He
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดสอนการทำว่าวไทย ในรูปแบบ “โครงการบริการชุมชนและจิตอาสาฝึกอบรมวิชาชีพว่าวไทย” โดยเปิดสอนเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2562 ณ วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา ซึ่งได้ครูทำว่าวมือฉมัง ที่รู้จักกันในนาม “ซุปเปอร์เป็ด” หรือนายปริญญา สุขชิต อดีตนักเชียร์ชื่อดังของประเทศไทย และเป็นผู้สืบสานตำนานว่าวไทยมือฉมัง ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สอศ.ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการสืบสาน รักษา ต่อยอด สิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป จึงได้ประชุมหารือกับสถานศึกษาประเภทวิทยาลัยสารพัดช่างทั่วประเทศ ให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น เพื่อให้ประชาชนที่เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไทยในอดีต เช่น อาชีพ การละเล่น และกิจกรรมกีฬา อีกทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปประกอบอาชีพ หรือทำเป็นอาชีพเสริมได้ โดยวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา ได้จัดฝึกอบรมวิชาชีพว่าวไทยขึ้น ใช้เวลา 3 วัน เปิดรับสมัครให้นักเรียน นักศึกษา ครู และประชาชนทั่วไปที่
ผมจำได้ว่า ตอนเด็กๆ พวกเราเพื่อนๆ ร่วมชั้นที่มีเชื้อจีนจะมีของกินซึ่งดัดแปลงจาก “ของไหว้” วันตรุษจีนคล้ายๆ กันทุกปี จะหมูรวนเค็มก็ดี ไก่คั่วซีอิ๊วก็ดี เป็ดคั่วเกลือก็มาก หากเป็นของกินเล่น ก็มักเป็นขนมเข่งที่แล่ชิ้นแบนๆ ตากแดดจนแห้ง เวลากินก็ย่าง จี่ หรือทอดให้พองกรอบ เพราะไม่มีบ้านไหนสามารถจัดการของไหว้มหาศาลได้หมดภายในมื้อสองมื้อแน่ บางบ้านก็แปรสภาพเนื้อสัตว์ กระดูกโครงไก่โครงเป็ดเป็นต้มจับฉ่ายผักรวม นับว่าเข้าท่าดีเชียวครับ ปีนี้ผมพลอยได้ของกินจากเพื่อนบ้านเป็นไก่นึ่งชิ้นโตๆ ปกติแล้ว ที่บ้านผมไม่ค่อยกินไก่ฟาร์มกัน จึงได้อุ่นไก่ชามนั้นอยู่สองสามครั้ง จนเนื้อเริ่มแน่นแข็ง มีน้ำไก่ออกมาหล่อเลี้ยงชิ้นไก่เสียชุ่มทีเดียว ครั้นหวนทบทวนสำรับสมัยเด็ก นอกจากรู้สึกว่าไก่คั่วมันธรรมดาไปหน่อยแล้ว ก็ดูเหมือนจะเหลือทางเลือกไม่มากนักแล้วล่ะครับ สำหรับไก่อุ่นหลายมื้อแบบนี้ เลยคิดว่า เอามาทำเป็น “น้ำพริกผัดไก่” ดีกว่า อัน “น้ำพริกผัด” กับ “น้ำพริกเผา” นั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยแยกแยะไว้ให้ชัดเจนแล้วในข้อเขียนเรื่องน้ำพริกของท่าน ว่า น้ำพริก “ผัด” นั้นคือเอาเครื่องเคราเกือบทั้งหมดไปทอดในน้ำมัน แถมพ
สวัสดีปีใหม่ครับ เริ่มศักราช 2562 ด้วยความสุข สดชื่น และสมหวังกันทุกท่านนะครับ คอลัมน์ ตั้งวงเล่า ก็ยังจะพาท่านผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของพี่น้องเกษตรกรที่น่าสนใจ เรื่องแปลก ทำรายได้เลี้ยงครอบครัว รวมถึงสร้างงานต่อเนื่องให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพืช สัตว์ หรือกระทั่งเรื่องราวของผู้คนที่มีที่มาที่ไปน่าติดตาม เราจะไปสืบค้นหามาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักครับ ที่สำคัญ แต่ละท่านไม่หวงวิชาครับ สามารถสอบถามได้ตามเบอร์ที่ผมจะแนบให้ไว้เสมอ ช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา วงการนกกรงหัวจุกแฟนซีฮือฮาเป็นอย่างมาก นอกจากจะเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินสำหรับคนที่ชอบแล้ว ยังขยายไปสู่การแข่งขันในสนามต่างๆ สร้างโอกาสให้มีสมาชิกหน้าใหม่ๆ เข้ามาสู่วงการมากขึ้น เราได้เห็นการพัฒนาในเรื่องของการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์นก ได้นกสีใหม่ๆ ได้นกสายพันธุ์ผสมเพิ่มมากขึ้น มีการซื้อหากันในราคาไม่เบา แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่วงการคนเลี้ยงนกกรงหัวจุกแฟนซีก็คือ “กรง” เราจะเห็นกรงหลากหลาย ราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสน จนถึงหลายแสนบาท เคยรู้กันไหมว่าที่มาของกรงเป็นอย่างไร ใครเป็นนายช่าง ผมมีโอกาสได้รู้จักกลุ่มคนรักนกกรงหัวจุกแฟนซี เคยเข้
หน่วยบริการทางวิชาการแก่สังคม หน่วยทรัพย์สินทางปัญญาและคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) ลงพื้นที่ดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคมและเดินทางไปยังชุมชนต่างๆ ได้ทราบถึงวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งมีการประกอบอาชีพแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ กระทั่งได้ไปร่วมงานกับชาวบ้าน ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ซึ่งชาวบ้านในแถบนี้มีอาชีพทำเกษตรกรรม ปลูกกล้วยเป็นจำนวนมาก เมื่อชาวบ้านตัดผลกล้วยจำหน่ายแล้ว จะเหลือลำต้นกล้วยที่ปล่อยให้เน่าเสียเป็นจำนวนมากและไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด ผศ. วรพงค์ บุญช่วยแทน อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย ได้คิดค้นวิธีการทำผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดสารพิษ ที่ทำมาจากเส้นใยต้นกล้วย โดยคิดหาวิธีการใช้ประโยชน์จากลำต้นกล้วยที่เหลือทิ้ง ให้เกิดมูลค่า สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนมากที่สุด โดยผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำมาจากเส้นใยกล้วยนั้นปลอดสารพิษซึ่งต่างจากการใช้ผลิตภัณฑ์กล่องโฟมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ซึ่งกล่องโฟมเมื่อถูกนำไปใช้บรรจุอาหารที่ร้อนจัด และอาหารทอดที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ จะเกิดปฏิกิริยาที่
ปัจจุบัน คนไทยจำนวนมาก ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคไขมันในเลือด ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารเป็นหลัก อยากชวนคนไทยให้หันมาเลือกกินอาหารที่ดี ไม่ใช่แค่อิ่มท้อง แต่ใส่ใจเลือกกินอาหารเป็นยา ตามคำแนะนำของ “ฮิปโปเครติส” บิดาทางการแพทย์ของชาวกรีก ที่กล่าวว่า “จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค” เพราะการเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยควบคุมระดับไขมันในร่างกายได้ ดั่งคำกล่าวที่ว่า “You are what you eat ” นั่นเอง ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เคยแนะนำ “ข้าวสุขภาพดี 4 วัย” ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย “ข้าวเคลือบสมุนไพร” เป็นนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาจากภูมิปัญญาไทย ช่วยบำรุงสุขภาพคนไทยใน “4 ช่วงวัย” ได้แก่ ผู้สูงวัย ควรกินข้าวกล้องเพาะงอก ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ดูดซึมน้ำตาลน้อย มีสารกาบา เคลือบด้วย สมุนไพรประเภทบัวบก ขมิ้นชัน พริก ฟักข้าว มะเขือเทศ และน้ำมันดาวอินคา เมื่อรับประทานข้าวนี้เป็นประจำผสมกับอาหารที่มีโปรตีนจากปลา ผัก และผลไม้ จะทำให
