มหาวิทยาลัยมหิดล
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนทุนวิจัยโครงการการสร้างแบบจำลองระบบธรณีแปรสัณฐานของประเทศไทย เพื่อประเมินสภาวะความเค้นของธรณีภาคและความเสี่ยงแผ่นดินไหว ภายใต้ชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย และโครงการการศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวของประเทศไทย และการกำหนดตำแหน่งและประเมินผลกระทบของรอยเลื่อนที่ซ่อนตัวในเขตเมืองจากการตรวจวัดแผ่นดินไหว รองศาสตราจารย์ ดร. ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวจังหวัดแพร่เกิดในบริเวณที่มีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังเถินพาดผ่าน ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง เช่น แผ่นดินไหวขนาด 5.0 ที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ในปี 2538 และแผ่นดินไหวขนาด 2-3 ในช่วงปี 2560-2562 ที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ห่างจากแผ่นดินไหวปัจจุบันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ส่วนแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดในบริเวณที่มีกลุ่มรอยเลื่อนมีแม่ทาพาดผ่าน ซึ่ง
มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ได้ขยายขอบเขตการวิจัยเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมกรองอากาศ จากเดิมที่ใช้เพื่อกรองฝุ่นในโรงงานอุตสาหกรรม และขยายประโยชน์ออกไปในวงกว้าง จนปัจจุบันได้ยกระดับสู่แผ่นกรองเคลือบสารกำจัดเชื้อโรค รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข โอศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีผลงาน “การเคลือบแผ่นกรองด้วยซิลเวอร์ซีโอไลต์” เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ จากการพบว่าการกรองด้วยแผ่นกรองอย่างเดียวเป็นการ “ดักเชื้อโรค” ซึ่งเป็นเพียงการ “กั้นคนออกจากเชื้อโรค” แต่เพียงชั่วคราว โดยเมื่อผู้วิจัยได้ทดลองนำเอาเชื้อจุลชีพที่อยู่บนแผ่นกรองมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการพบว่า ยังคงมีชีวิตสามารถเจริญเติบโตและพร้อมแพร่กระจายได้ต่อไป ผู้วิจัยจึงร่วมกับ อาจารย์นัฐชานนท์ เขาราธ อาจารย์ประจำภาควิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดหาทางออกโดยนำซิลเวอร์ซีโอไลต์ ซึ่งมีฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อโรค มาเคลือบที่แผ่นกรอง โดยพบว่าสามารถกำจัดเชื้อโรค “สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส”
นายธีรวิทย์ ผ่านภูวงษ์ นักวิทยาศาสตร์ประจำภาควิชากีฏวิทยาการแพทย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนวัตกรผู้คิดค้นและพัฒนา “เครื่องดูดยุงชนิดโค้ง” ร่วมกับ ดร.รวีวรรณ ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับสิทธิบัตรแล้ว ดำเนินการโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล คือหนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน” ผู้พยายามเอาชนะอุปสรรคในการควบคุมและกำจัด “ยุง” ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการเกิดโรคเขตร้อนต่างๆ ของโลก หนึ่งในวิธีการป้องกันโรคคือ การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงเพื่อลดความเสี่ยงจากยุงกัด ซึ่งต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพก่อนวางจำหน่าย แต่ปัญหาสำคัญที่มักพบในการทดสอบผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงคือ ข้อจำกัดในการดูดยุงออกจากที่แคบ หลังจากทดสอบผลิตภัณฑ์แล้ว “เครื่องดูดยุงชนิดโค้ง” ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นนี้ ประกอบด้วย “ตัวเครื่อง” ที่ทำจากท่อพีวีซีชนิดหนา แต่มีน้ำหนักเบาและ “ท่อดูด” ที่ทำจากอะคริลิกชนิดใส โดยได้ออกแบบให้เป็นรูปทรงกระสวยที่มีส่วนปลายโค้งงอ ด้วยวัสดุต้นทุนต่ำภายในประเทศ เพื่อให้สามารถดูดยุงได้แม้ในที่แคบ รวมทั้งตัดปัญหาเรื่องการดูดขน เก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรชัย ชันยากร รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพกระบวนงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้จัดการโครงการฝ่ายวิศวกรรมประจำโครงการ “Mobile Stroke Unit มหาวิทยาลัยมหิดล” ซึ่งดำเนินการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาแล้วโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทีมปฏิบัติการหน่วยรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันเคลื่อนที่ (Mobile Stroke Unit) ของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นการผนึกกำลังกันของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยงานชั้นนำด้านการแพทย์และวิศวกรรมระดับสากล กับเครือข่ายพันธมิตร เช่น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ 1669 และหน่วยงานต่างๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ปัจจุบัน การปฏิบัติการของทีมมีระยะเวลาปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยเฉลี่ยที่ “28 นาที” เมื่อได้รับแจ้งให้ออกปฏิบัติการ ซึ่งเร็วกว่าระยะเวลาเฉลี่ยที่โรงพยาบาลทั่วไปทำได้ คือ 40-50 นาทีตามแต่ละพื้นที่ เป็นผลให้สามารถลดโอกาสความพิการและเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้มาก “Mobile Stroke Unit มหาวิทยาลัยมหิดล” ประกอบด้วยรถ Mo
“ดนตรีบำบัด” (Music Therapy) ถือกำเนิดโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Everett Thayer Gaston (พ.ศ. 2444-2513) “บิดาแห่งดนตรีบำบัด” ผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญสู่การจัดตั้งหลักสูตรดนตรีบำบัดครั้งแรกของโลก และเป็นที่มาของ The American Music Therapy Association (AMTA) ที่ทำให้วิชาดนตรีบำบัดแพร่หลายไปทั่วโลก อาจารย์ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงหลักสูตรดนตรีบำบัดในประเทศไทยที่มีมาตรฐาน ซึ่งมีเปิดสอนในระดับปริญญาโทที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 หลักสูตรฯ ได้รับการพัฒนาขึ้นร่วมกับอาจารย์ที่เป็นนักดนตรีบำบัดวิชาชีพผู้ซึ่งได้รับการรับรองจาก The American Music Therapy Association (AMTA) และในช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา สาขาวิชาดนตรีบำบัดได้ร่วมส่งเสริมสุขภาวะให้กับประชาชนผ่านเสียงดนตรี ในรูปแบบของ “ดนตรีบำบัดออนไลน์” โดยนักศึกษาของหลักสูตรฯ ภายใต้การดูแลของคณาจารย์สาขาดนตรีบำบัด วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้นำหลักสูตรดนตรีที่ได้รับรองมาตรฐานสถาบันแห่งความเลิศทางดนตรี จากสถ
ดร.เพียงพิมพ์ ปัณระสี ผู้ช่วยอาจารย์หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 18 เจ้าของผลงานวิจัยเด่นเพื่อสังคม นำเสนอในงาน “มหกรรมมหิดลเพื่อสังคม ประจำปี 2565” (Mahidol University Social Engagement Forum : MUSEF 2022) ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้น จากผลงานที่มีชื่อว่า “การมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งกลั่นออกมาจากประสบการณ์กว่าสองทศวรรษของการเป็นพยาบาลในชุมชนผู้ทุ่มเทเพื่อผู้ป่วยระยะท้าย ณ โรงพยาบาลลานสัก ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นถิ่นเกิดของ ดร.เพียงพิมพ์ ปัณระสี เมื่อได้มาปฏิบัติหน้าที่ ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาทอง รับผิดชอบดูแลประชากรในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 5,000 ราย และในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้สูงวัยถึงร้อยละ 30 และมีส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยสูงวัยระยะบั้นท้ายของชีวิต และที่เป็นผู้ป่วยระยะท้าย ด
รองศาสตราจารย์ ดร.สุระ พัฒนเกียรติ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าจากที่คณะ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ให้ดำเนินโครงการประเมินผลกระทบจากภัยแล้งต่อความมั่นคงด้านการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จาง จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาต้นแบบในการประเมินการใช้ที่ดิน และสภาพความสมดุลของน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของเกษตรกรให้สามารถปรับตัวให้สอดคล้องและเหมาะสม เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จากการติดตามปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรด้วยข้อมูลดาวเทียม และแบบจำลองเพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งแบบจำลองการประเมินความสมดุลของน้ำจากกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ พบว่าปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จางในช่วง พ.ศ. 2524-2563 โดยเฉลี่ย คือ 1,173 มิลลิเมตรต่อปี และมีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 952 มิลลิเมตรต่อปี และในช่วง พ.ศ. 2564-2580 มีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 952 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งสภาพสมดุลของน้ำที่ล
อาจารย์ ดร.วรดล สังข์นาค แห่งภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์นักวิทยาศาสตร์ชาวไทยระดับแนวหน้าผู้เชี่ยวชาญในการใช้ “ชีววิทยาคอมพิวเตอร์” ถอดรหัสอาร์เอ็นเอเซลล์เดี่ยว หรือการแสดงออกของยีนและโปรตีนจากเซลล์เดี่ยว จนสามารถระบุเซลล์เป้าหมายของการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้อย่างแม่นยำในเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกครั้งแรก และยังสามารถสร้างความเข้าใจการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการที่แตกต่างกันได้อย่างลึกซึ้ง ปัจจุบัน อาจารย์ ดร.วรดล สังข์นาค ได้มีโอกาสร่วมงานกับทีม Integrated Computational BioSciences และ Systems Biology of Diseases MUSC นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วโรดม เจริญสวรรค์ ภาควิชาชีวเคมี และ รองศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงพรพรรณ มาตังคสมบัติ ชูวงศ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการการถอดรหัสอาร์เอ็นเอเซลล์เดี่ยวอย่างครบวงจรครั้งแรกในประเทศไทย ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท อาจารย์ ดร.วรดล สังข์นาค กล่าวว่า การใช้เทคนิคถอดรหัสอาร์เอ็นเอเซลล์เดี่ยวจะเป็นประตูสู
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อคัดเลือกเข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2566 ซึ่งในปีนี้ผลงาน สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น “แอพพลิเคชันวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเชิงกีฬา” โดย รศ.ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ และ นายปรมัตถ์ จรัสดำรง แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด นายปรมัตถ์ จรัสดำรง แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมนักประดิษฐ์ เปิดเผยว่า แอปพลิเคชันวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเชิงกีฬา เป็นระบบ Computer vision (CV) โดยการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการตรวจจับการวิเคราะห์ลักษณะการวิ่งของผู้ใช้งาน ซึ่งภายในแอปพลิเคชันจะทำการบันทึกการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานนำไปสู่การประมวลผลลักษณะการวิ่งของผู้วิ่งเพื่อปรับท่าวิ่งให้ถูกลักษณะ ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง เหมาะแก่การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางการกีฬาที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดกะทัดรัดและสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งหลักการทำงานของแอปพลิเคชันดังกล่าวผู้วิ่งต้องทำการลงทะเบียนและติดตั้งแอปพลิเคชัน และตั้งกล้อง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนผลงาน “เท้าเทียมไดนามิกส์สำหรับผู้พิการขาขาดที่แข็งแรง” แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และคณะ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติ “ก้าวใหม่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อส่งเสริมให้จำนวนผู้พิการที่ด้อยโอกาสได้ใช้เท้าเทียมที่มีคุณภาพดี ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้พิการขาขาดให้ดีขึ้น ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นองค์ความรู้ที่เสริมศักยภาพในด้านคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม สนับสนุนในภาคการผลิตต่างๆ สามารถขยายผลต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดย วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนแก่ ผู้ช่วยศาสตร
