มหาวิทยาลัยมหิดล
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2565 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร โดย รองศาสตราจารย์ดร. นายสัตวแพทย์บรรลือ กรมาทิตย์สุข แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล และ เด็กชายกันดิศ กรมาทิตย์สุข จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด รองศาสตราจารย์ ดร. นายสัตวแพทย์บรรลือ กรมาทิตย์สุข แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D-printing technology) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อาศัยการสร้างวัตถุสามมิติหรือชิ้นงานจากไฟล์ต้นแบบดิจิทัล โดยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวาง ทั้งในกระบวนการออกแบบและการผลิต ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน หุ่นยนต์ และการแพทย์ ปัจจุบัน เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติมีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ความสามารถของเครื่องพิมพ์ (3D printer) และซอฟต์แวร์การออกแบบและการพิมพ์ อีกทั้งเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่น (customizable) สู
การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นภารกิจที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อกำจัดให้หมดไปจากประเทศไทย ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักของ “วันเฮลท์มหิดลนครสวรรค์” (MUNA One Health Center) ในฐานะเป็นส่วนงานหนึ่งของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล นายสัตวแพทย์เอกสิทธิ์ ติยานันต์ แห่งวันเฮลท์มหิดลนครสวรรค์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ “โครงการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า” ที่ วันเฮลท์มหิดลนครสวรรค์ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 9 ปีแล้วที่ได้ให้บริการทำหมันสุนัขและแมวแก่ชุมชนตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ รวมแล้วกว่า 900 ตัว ด้วยระบบที่ได้รับการออกแบบให้คล้ายกับโครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค” ของคน เพื่อให้เจ้าของสุนัขและแมวที่อยู่ในชุมชนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวส่วนหนึ่ง และให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรับผิดชอบในส่วนหนึ่งพร้อมทั้งได้มี “จิตอาสา” ที่เป็นคณาจารย์และนักศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางมาร่วมผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวให้กับประชาชนในชุมชนตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีร
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมชาย ลีลากุศลวงศ์ อาจารย์แพทย์ประจำสาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ร่วมพัฒนาการให้บริการรักษาของโรงพยาบาลศิริราช ในฐานะประธานศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร วีกิจ วีรานุวัตติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างเฉียบพลันที่มาเข้ารับการรักษาอย่างฉุกเฉิน ณ ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร วีกิจ วีรานุวัตติ์ ตลอด 24 ชั่วโมง และโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ในฐานะรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ฝ่ายศูนย์การแพทย์และสายการแพทย์ ที่เป็น “Super-tertiary hospital” หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิขั้นสูง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมชาย ลีลากุศลวงศ์ ได้ริเริ่ม และจัดตั้ง Bleeding team ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยจัดทีมอาจารย์แพทย์โรคระบบทางเดินอาหารดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคเลือดออกในทางเดินอาหารที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้สามารถได้รับการส่องกล้องตรวจ โดยมีอาจารย์แพทย์โรคระบบทางเดินอาหารคอยควบคุมการส่องกล้องทุกรายภายใน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ก่อตั้ง Bleeding team ได้ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเส
อาจารย์ ดร.กรญาณ์ เตชะวงค์เสถียร ประธานศูนย์การแปลและบริการด้านภาษาและอาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย (RILCA) มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ อาจารย์ ดร.ณรงเดช พันธะพุมมี ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรเดียวกัน ศึกษาบทบาทของล่ามทางการแพทย์ และแนวทางการส่งเสริมการใช้ล่ามทางการแพทย์ เพื่อทำหน้าที่ “หมอภาษาและวัฒนธรรม” ผ่านงานวิจัย เรื่อง “ข้ามกำแพงทางภาษาในวิกฤตโรคระบาด: บทบาทการแปลและการล่ามช่วงภาวะ COVID-19 ในประเทศไทย” ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร.กรญาณ์ เตชะวงค์เสถียร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาการแปล และ อาจารย์ ดร.ณรงเดช พันธะพุมมี ได้ศึกษาบทบาทของล่ามทางการแพทย์ และแนวทางการส่งเสริมการใช้ล่ามทางการแพทย์ โดยใช้บริบทของสังคมและวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกับทักษะของ “การสื่อสารสุขภาวะ” เพื่อให้ล่ามทำหน้าที่ “หมอภาษาและวัฒนธรรม” ให้ความรู้เรื่อง COVID-19 ไปสู่แรงงานอพยพ รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยอย่างเต็มที่ มีหลายคำในช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา ที่ล่ามทางการแพทย์จะต้องอธิบายให้แรงงานอพยพ รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักใ
รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ชัยเลิศ พิชิตพรชัย ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มบูรณาการทฤษฎีระบบการเรียนรู้โดยใช้สมอง และเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน โดยค้นพบว่าการใช้สมองและประสาทสัมผัส ผนวกกับเทคโนโลยีในการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยพัฒนาอุปนิสัยใฝ่รู้ให้กับผู้เรียน และช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ “Active learning” หรือการ “เรียนรู้เชิงรุก” เทคนิคที่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการอบรมเพื่อการพัฒนาครูยุคใหม่ ซึ่งมักใช้ในการสอนนักศึกษาแพทย์ คือ การใช้หลักการการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) การศึกษาเน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based Education) และ “Micromastery” ที่จะคิดการใหญ่ต้องฝ่าฟันสิ่งท้าทายทีละน้อย แล้วมาร้อยเรียงกัน ที่ผ่านมา สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ ได้ร่วมกับ กองบริหารการศึกษาและกองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดอบรมติดอาวุธทักษะการ “เรียนรู้เชิงรุก” จากการบูรณาการทฤษฎีระบบการเรียนรู้โดยใช้สมอง และเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยให้กับอาจารย์ใหม่ โดยจัดมาแล้ว 7 รุ่นสำหรับอาจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงความคืบหน้าศึกษาวิจัยพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลของประชากรไทยมาตั้งแต่ที่ประเทศไทยได้เริ่มประกาศมาตรการทางภาษีเพื่อควบคุมสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เมื่อปี 2561 สนับสนุนโดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน จนปัจจุบันงานวิจัยได้ดำเนินการมาถึงเฟส 3 พร้อมสรุปผลความคืบหน้าว่า จากการที่ได้มีการวางแผนขึ้นราคาสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยตั้งเป้าหมายการขึ้นภาษีสินค้าประเภทดังกล่าวให้ได้ร้อยละ 20 ในปี 2568 นั้นพบว่า ในช่วงแรกยังไม่ค่อยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวยังคงขึ้นราคาไม่สูงมากนัก แต่หากมีการขึ้นภาษีให้ได้ตามเป้าหมาย ติดตามพฤติกรรมการบริโภค และประเมินผลกระทบทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และผลิตภัณฑ์ทดแทนเพิ่มมากขึ้น มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจนา หันจางสิทธิ์) ร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิท
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี ด้านบริการสังคมและชุมชนสัมพันธ์ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี สามารถคว้าทุนอุดหนุนโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีงบประมาณ 2565 จากการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้น “ดินเสื่อม” แห่งบ้านสามัคคีธรรม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็น “ดินอุดมสมบูรณ์” บ้านสามัคคีธรรม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันดีในบรรดานักท่องเที่ยวผู้รักในความสวยงามตามธรรมชาติของพื้นที่ซึ่งได้รับขนานนามว่า “ปางอุ๋งไทรโยค” แต่น้อยคนที่จะทราบว่าพื้นที่แห่งนี้มีข้อจำกัดเรื่องการเพาะปลูก ด้วยเหตุพื้นที่มีความลาดชัน และเต็มไปด้วยชั้นหินปูนและขาดอินทรียวัตถุ จึงทำให้ทำการเกษตรไม่ได้ผลดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี (Agritech and Innovation Center ; AIC) ได้นำทีมสหสาขาวิชาจากศูนย์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือช
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ในทั่วทุกภูมิภาค ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไปในยุค New Normal มีมาตรการป้องกันต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแต่ก็ยังมีเชื้อโรควนเวียนอยู่รอบตัวเรา จำเป็นต้องระมัดระวังป้องกันตนเองโดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเวลาออกนอกบ้าน ซึ่งทางทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ร่วมกันผลิตคิดค้นนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ( ผ้าสปันบอนด์ ) ที่สามารถยับยั้งป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ ซึ่งมีอนุภาคป้องกันเชื้อไวรัสชนิดอื่นรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญของรัฐ ที่ให้การสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมถึงนำไปเป็นองค์ความรู้
เมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์วิปร วิประกษิต อาจารย์ประจำสาขาวิชาโลหิตวิทยาและอองโคโลยี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทุ่มเททำงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ และพัฒนาการรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียอย่างตรงจุดด้วยเทคโนโลยีจีโนมิกส์ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจากแนวทางการสร้างองค์ความรู้ให้ครอบคลุมทุกด้านทำให้ได้เครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชาวไทยได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการทำความเข้าใจในบริบทที่ต้องการศึกษา ผ่านการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Study) ที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (focus group) และใช้คำถามวิจัย (questionaire) ที่ออกแบบขึ้นจากประสบการณ์ตรงที่ได้จากการรักษาและสอบถามอาการของผู้ป่วย นอกจากการรักษาด้วยยีนบำบัดที่กำลังพัฒนาเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียให้ได้เข้าถึงต่อไปในอนาคตแล้ว ปัจจุบันผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่ยังใช้วิธีการรักษาแบบเดิม ยังจะได้รับยาขับเหล็กสูตรใหม่ “ดีเฟอราซิร็อค” (deferasirox) ผลิตโดยองค์การเภสั
จากการที่ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการจัดการเรียนการสอนร่วมสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการจัดการเรียนการสอนเน้นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนให้สอดคล้องตามระบบบริการสุขภาพของประเทศ ทั้งในชุมชน สถานบริการการพยาบาลหรือในสถาบันบริการสุขภาพระยะยาว เพื่อเตรียมพร้อมสนองรับ “สึนามิประชากร” ที่กำลังเคลื่อนฝั่งสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่ช้า โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลจึงเตรียมปรับหลักสูตรโดยเพิ่มทักษะการเป็นผู้ประกอบการ (Entreprenuers) เพื่อขยายโอกาสทางวิชาชีพให้กับผู้เรียน และในหลักสูตรปรับปรุงปี 2566 จะเปิดโอกาสครั้งแรกให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านการพยาบาลเวชปฏิบัติเฉพาะทางจากระดับปริญญาตรี ให้สามารถเข้าศึกษาต่อหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติผู้สูงอายุ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมุ่งเน้นการทำวิจัย (research based) เพื่อให้ได้องค์ความรู้มาดูแลผู้สูงอา
