มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วช. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตรฯ คิดค้นนวัตกรรมเส้นใยจากเถ้าลอยที่มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ทดแทนเส้นใยจากแร่หินและตอบโจทย์ BCG Economy Model สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นนวัตกรรมเส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยที่ได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในวัสดุก่อสร้างประเภทผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ หวังเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับใช้ทดแทนแร่ใยหิน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์หากมีการสูดดมเข้าไปสะสมในร่างกาย โดยผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ที่เสริมแรงโดยใช้เส้นใยที่ผลิตจากเถ้าลอยมีคุณสมบัติต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ปัจจุบันผลงานนวัตกรรมเส้นใยนี้อยู่ในระหว่างการขอรับอนุสิทธิบัตร และหากผลงานนี้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนก็สามารถขยายผลต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตได้ สามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคม อีกทั้งยังตอบสนองต่อ BCG Economy Model ของทางรัฐบาลอีกด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอาหาร ปรับสูตรอาหารลดโซเดียมคลอไรด์ ตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการควบคู่กับคุณภาพและรสชาติ นางสาวนุสรา บูรณะวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Research and Development Center : RD ) กล่าวว่า ซีพีเอฟ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และมีคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น อาทิ การปรับสูตรอาหารเพื่อลดปริมาณโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) ในผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready meal) ลงปีละ 5% และในทุกๆครั้งที่มีการปรับสูตรอาหาร จะมีการทดสอบการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ (Consumer Test) R&D ของซีพีเอฟนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสูตรอาหาร ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบที่เสริมกลิ่นรส การใช้เครื่องเทศเพิ่มกลิ่น การปรับสีอาหาร การปรับปรุงเนื้อสัมผัส รวมถึงปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อลดการใช้เกลือ และยังคงการยอมรับของ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากจิงจูฉ่ายสำหรับผู้สูงอายุ โดย ผศ.ดร. ทานตะวัน พิรักษ์ หัวหน้าโครงการวิจัยอาจารย์ประจำสาขา ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร แห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะทีมนักวิจัย พร้อมด้วยความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน นางสาวศิริวิมล กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซฟ ไลฟ์ โปรดักส์ จำกัด (ไร่รื่นรมย์) ในการพัฒนาผักจิงจูฉ่ายต่อยอดทางธุรกิจในเชิงพาณิชย์ ณ ไร่รื่นรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกเกษตรอินทรีย์ผสมผสานกับการท่องเที่ยวรวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชผักออร์แกนิก ผศ.ดร. ทานตะวัน พิรักษ์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากจิงจูฉ่ายสำหรับผู้สูงอายุในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันสำหรับผู้สูงอายุ โดยคัดเลือกส่วนผสมสำคัญคือ จิ
ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ คุณสุพจน์ สุวรรณพิมลกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด และ คุณชยุต สุวรรณพิมลกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยรับเทค จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิทยาศาสตร์ กับบริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด และบริษัท ไทยรับเทค จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการศึกษา การวิจัยและพัฒนางานวิจัยนวัตกรรมยาง งานออกแบบ และอุตสาหกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สู่การนำไปใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่องค์กร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ร่วมไปถึงสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนิสิต และเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมยางของประเทศไทย โดยมี รศ.ดร. อภิสิฏฐ์ ศงสะเสน คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ รศ.ดร. วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ หัวหน้าภาควิชาวัสดุศาสตร์ ร่วมกับทีมผู้บริหารของบริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด และ บริษัท ไทยรับเทค จำกัด ร่วมลงนามเป็นพยาน เมื
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องผลิตปุ๋ยหมักเพื่อการจัดการขยะอินทรีย์ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่คิดค้นโดยคณะนักวิจัยจากศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร กำแพงแสน และศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการผลิตปุ๋ยหมักแบบรวดเร็ว สามารถย่อยสลายอินทรียวัตถุได้ภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือนและในภาคการเกษตรแล้ว การทำปุ๋ยหมักยังสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปลูกพืชทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัวหรือพืชอื่นๆ ที่ปลูกในภาคการเกษตร อีกทั้งยังสามารถผลิตปุ๋ยคุณภาพดีราคาถูกนำมาจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย ขณะนี้มีการส่งเสริมการใช้งานและขยายผลต่อยอด โดยถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มชุมชนที่รวมตัวจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน หน่วยงาน และในสถานศึกษาต่างๆ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นองค์กรของรัฐที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้การสนับส
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีเสวนา อัศจรรย์นานาพรรณไม้ดอกไม้ประดับ เนื่องในวันคล้ายสถาปนา วช.ครบรอบ 63 ปี เป็นวันที่สอง เมื่อ 26 ตุลาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “63 ปี วช. มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญาพัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ในการผลักดันอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากงานวิจัยโดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม1 เป็นประธานเปิดเสวนา นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานว่า ในโอกาสที่ วช.ครบรอบ 63 ปี เวทีเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นอีกกิจกรรมที่สำคัญต่อกลุ่มงานด้านการเกษตร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ค้นพบพืชพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า เหลืองปิยะรัตน์ เป็นพืชกลุ่มกระดังงา บ่งบอกให้เห็นว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการมีพืชพันธุ์ใหม่ๆ จะเป็นการสร้างรายได้ฐานรากทางเศรษฐกิจ กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพันธุ์ การพั
วันที่ 26 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวที “NRCT Talk” โชว์ผลงานวิจัยที่ วช. ให้การสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในงาน“วันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี” โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมบนเวที “NRCT Talk” ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานการของ วช. ในการสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่นของ วช. เพื่อสร้างความตระหนัก และการรับรู้ต่อภาครัฐและเอกชน โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจต่างๆ ดังนี้ ผลงานวิจัยเรื่อง “ความทนทานทางชีวภาพแล
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนทุนวิจัยโครงการการสร้างแบบจำลองระบบธรณีแปรสัณฐานของประเทศไทย เพื่อประเมินสภาวะความเค้นของธรณีภาคและความเสี่ยงแผ่นดินไหว ภายใต้ชุดโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย และโครงการการศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวของประเทศไทย และการกำหนดตำแหน่งและประเมินผลกระทบของรอยเลื่อนที่ซ่อนตัวในเขตเมืองจากการตรวจวัดแผ่นดินไหว รองศาสตราจารย์ ดร. ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวจังหวัดแพร่เกิดในบริเวณที่มีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังเถินพาดผ่าน ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง เช่น แผ่นดินไหวขนาด 5.0 ที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ในปี 2538 และแผ่นดินไหวขนาด 2-3 ในช่วงปี 2560-2562 ที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ห่างจากแผ่นดินไหวปัจจุบันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ส่วนแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดในบริเวณที่มีกลุ่มรอยเลื่อนมีแม่ทาพาดผ่าน ซึ่ง
วันที่ 10 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมแถลงข่าว NRCT TALK : ผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ครั้งที่ 3 จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อมวลชน ตลอดจนการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น กิจกรรม ภารกิจ และผลการดำเนินงาน ของ วช. เพื่อให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของ วช. ไปสู่ชุมชนและสาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป ณ ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย ชั้น 1 อาคาร วช. 1 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดกิจกรรมแถลงข่าว NRCT TALK : ผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ครั้งที่ 3 ว่า วช. ให้ความสำคัญต่อการสร้างนักวิจัยและนักประดิษฐ์ ในการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสถาบันการศึกษาโดยเสริมสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิคด้านนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้เข้าใจความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา อันจะเป็นการสร้างและพัฒนาเยาวชนให้เป็นนักว
วช.สนับสนุนนักวิจัย มก. พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ ช่วยอนุรักษ์น้ำบาดาลให้มีใช้อย่างยั่งยืนและลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดร.วิภา รัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อย่างเช่น จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับโครงการ “การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลระดับตื้นและการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จังหวัดชัยภูมิ” ภายใต้แผนงานหลักการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการความมั่นคงของน้ำ ระยะเวลาโครงการ 1 ปี ซึ่งมี รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นหัวหน้าทีมวิจัย เพื่อศึกษาความเหมาะสมพื้นที่ในการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินของจังหวัดชัยภูมิ และดำเนินการนำร่องในการจัดสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินในจังหวัดชัยภูมิโดยชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งใ
