มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สนับสนุน “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ เข้าประกวดงาน “2020 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE 2020) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 – 12 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน ในรูปแบบออนไลน์ จนได้รับรางวัลเหรียญทองนวัตกรรมโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภา โซ๊ะสลาม ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า คิดค้น “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ ขึ้นมา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับความกดดันกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจนเกิดความเครียด ทำให้มีปัญหาการนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน อาทิ ขี้ลืม ผิวเสีย ประสิทธิภาพด้านการคิดวิเคราะห์น้อยลง การที่ร่างกายจะเข้าสู่ภวังค์การนอนหลับจะต้องเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย ทำให้ช่วยลดการส่งกระแสประสาทในสมอง และส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเมลานินที่ช่วยทำให้นอนหลับ “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต
ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ผลิตสินค้า นมเกษตร และน้ำดื่มตราเกษตร จัดงาน “นมเกษตรทำดี ปีที่ 60” เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 60 พบกับผู้บริหาร ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน ร่วมพูดคุยการก้าวสู่การดำเนินงานเชิงรุกแบบธุรกิจเต็มรูปแบบของ “นมเกษตร” และการเตรียมความพร้อมสู่ KUniverse พบกับตัวแทนคนดื่มนมเกษตร KU Milk ICON ดร.ชเว ย็อง-ซ็อก (โคชเช) คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เครือข่าย นมดีทุกวัยดื่มได้ทุกวัน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ และผลงานนิสิตในโครงการประกวดนวัตกรรมนมเกษตร KU Milk Design Contest / การประกวด Dairy and KU Milk Model / การประกวด KU Milk and Circular Idea ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ในวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่ เวลา 09.00-12.00 น. ณ ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ
วันที่ 30 มกราคม 2565 ศ.พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. มอบหมายให้ รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และโฆษกกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ปี 2565 พร้อมเยี่ยมชมบูธผลงานวิจัยกว่า 100 ผลงาน โดยมี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับ และ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวรายงานโครงการ อว. BCG Market” ณ เวที หน้าศาลาหกเหลี่ยม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร พิธีเปิดงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ปี 2565 เป็นพิธีเปิดงานที่ให้ผู้มาร่วมงานช่วยกันจับผ้าพันคอและแกะผ้าพันคอที่จัดเตรียมไว้ ใครจับผ้าพันคอผืนไหนก็จะได้ผ้าผืนนั้นกลับไป ถือเป็นการเปิดงานที่พิเศษ และในเวลาต่อมา รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดบูธงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 “เกษตรวิถีใหม่ หลังมหันตภัยโควิด” ระหว่างวันที่ 28 มกราคม–5 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศาลาหกเหลี่ยม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) นำมาพัฒนาคุณภาพและยกระดับให้ได้มาตราฐาน รวมถึงการสร้างสรรค์ สร้างรายได้ช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ในบูธที่ วช. นำมาจำหน่ายในงาน “อว. BCG Market” ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ทุกผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อาทิ เบเกอรี่ลดพลังงานจากผลไม้ท้องถิ่น เค้กกล้วยหอมทอง เค้กสับปะรดศรีราชา เค้กขนุน เค้กส้มสายน้ำผึ้ง ร้านสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่, Envi Mask หน้ากากนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ร้าน Envi Mask, กาแฟดอยเจดีย์ DOL CHEDI COFFEE AND GREEN TEA ร้านผลิตภัณฑ์ออแกนิค จังหวัดเชียงราย, น้ำพริกจากหัวปลา
นักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดยการสนับสนุนทุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประเมินสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง 64/65 ในพื้นที่ภาคกลาง และ EEC โดยใช้แบบจำลองน้ำฝน-น้ำท่า และการบริหารจัดการน้ำโดยระบบสารสนเทศต้นแบบ ร่วมกับผลการพยากรณ์ฝนล่วงหน้า 6 เดือน ชี้ปริมาณน้ำต้นทุนยังมีจำกัด การขาดแคลนน้ำพื้นที่ EEC ช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้ มีโอกาสน้อย แม้ว่าในช่วงเวลานี้พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำบางแห่ง ยังคงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกัน การวางแผนจัดสรรน้ำและการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งได้เริ่มขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 30 เมษายน 2565 กรมชลประทานได้คาดการณ์แผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 64/65 ให้สอดคล้องต่อปริมาณน้ำต้นทุน คำนึงถึงกิจกรรมการใช้น้ำทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ น้ำอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ อุตสาหกรรม และการเกษตร กำหนดให้มีแผนการจัดสรรน้ำรวมทุกกิจกรรม ประมาณ 5,700 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลัก ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิ
สมาคมเศรษฐศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการ “Disruptive Change : เกษตรไทย ต้องเปลี่ยนโฉม” รูปแบบ ไฮบริด มีตติ้ง สอดรับยุค New Normal โดยมี ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการนำเสนอการปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร. ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมด้วยคณะวิทยากร ทั้งจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เกษตรกร และ ผู้แทน Start up ถ่ายทอดสดผ่านระบบ ZOOM และ Facebook live ส่งตรงจากอาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โอกาสนี้ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสรุปว่า ภาคเกษตร เป็นภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญ และมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรองรับแรงงานที่สำคัญ และเป็นแหล่งวัตถุดิบหรือต้นน้ำของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเป็นรากฐานของการสร้างความมั่นคงทางอาหารของป
สมาคมเศรษฐศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการ “Disruptive Change : เกษตรไทย ต้องเปลี่ยนโฉม” รูปแบบ ไฮบริด มีตติ้ง สอดรับยุค New Normal โดยมี ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการนำเสนอการปรับตัวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร. ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมด้วยคณะวิทยากร ทั้งจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เกษตรกร และ ผู้แทน Start up ถ่ายทอดสดผ่านระบบ ZOOM และ Facebook live ส่งตรงจากอาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โอกาสนี้ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสรุปว่า ภาคเกษตร เป็นภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญ และมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรองรับแรงงานที่สำคัญ และเป็นแหล่งวัตถุดิบหรือต้นน้ำของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเป็นรากฐานของการสร้างความมั่นคงทางอาหารของป
ชื่อวิทยาศาสตร์ Peltophorum Dasyrhachis (Miq) Kurz ชื่อวงศ์ CAESALPINIACEAE, FABACEAE ชื่ออื่นๆ นนทรีดอกห้อย นนทรีป่า กว่าเซก (เขมร กาญจนบุรี) คางรุ้ง คางฮุ่ง (พิษณุโลก) ร้าง อะล้าง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อินทรี (จันทบุรี) จ๊าขาม ช้าขม (เลย) ตาเซก (บุรีรัมย์) ราง (สุรินทร์) ผมโชคดีมีป่าเป็นบ้าน แต่กลับได้ฉายาว่า “นนทรีจากป่าสู่นาคร” เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง จึงได้รับเกียรติเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษา และมีบุญที่ได้รับด้วยพระบารมีกลายเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทาน ปลูกไว้ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา คือผมได้เข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงเวลาออกดอกแล้วจะเห็นปลายกิ่งชูช่อดอก หรือห้อยช่อดอกเหลืองอร่าม โดยมีใบสีเขียว จัดเป็นฉากหลังสวยเด่นให้บรรยากาศ “เขียวขจี” จริงๆ ที่ผมพูดว่า “ชูดอกและห้อยดอก” เพราะว่าในมหาวิทยาลัยเกษตรจะมีทั้ง “นนทรีบ้านและนนทรีป่า” อยู่ทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงเอกลักษณ์ของต้นไม้ “มหา’ลัยเกษตร” ว่า “นนทรี” เฉยๆ ซึ่งความเป็นจริง ผมเองนี่แหละ “อะราง คือ นนทรีป่า” ที่ได้รับเกียรตินี้ ส่วน “นนทรีบ้าน” เป็นพันธุ์ไม้มงคลพระร
ปัญหาอุทกภัยในปี 2564 ช่วงเดือนกันยายนถึงปัจจุบัน เกิดจากปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 8-11 กันยายน 2564 ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้รับอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไลออนร็อก”(Lion Rock ) ช่วงวันที่ 11-13 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “โกนเซิน” (Con Son) ช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 ได้รับอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คมปาซุ”(Kompasu) ร่วมกับร่องมรสุมพาดผ่าน วันที่ 14-24 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่าน และช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่”ทำให้ปริมาณฝนสะสมช่วงเวลาดังกล่าว เฉลี่ยมากกว่า 400 มิลลิลิตร ทำให้ในช่วงแรกของเดือนกันยายน ที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เช่น จังหวัดชัยนาท อ่างทอง และสุพรรณบุรี และในช่วงหลังของเดือน เกิดอุทกภัยจากปริมาณฝนร่วมกับน้ำล้นตลิ่งตามมา ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา ผศ.ดร.ไชยาพงษ์ เทพประสิทธิ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ม
ตามที่เมื่อพฤศจิกายน 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัว โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล (U2T) มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับ ให้ชุมชนหลุดพ้นความยากจน ลดปัญหาว่างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก จะเริ่มจ้างนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ 60,000 คน ทำงานกับ 3,000 ตำบล พร้อมตั้งเป้าระยะต่อไป ให้ครบทั่วประเทศ 7,900 ตำบล คาดว่าจะมีการจ้างงานได้มากถึง 150,000 คน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย อธิการบดี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ ขานรับนโยบายดังกล่าวอย่างทันทีและเร่งด่วน เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นภารกิจที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดมา ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ วิจัย และสร้างนวัตกรรมระดับโลก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของศาสตร์แห่งแผ่นดิน เป็นที่พึ่งของเกษตรกรและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลากว่า 78
