มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และ นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อ
ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ระดมสมองจัดทำโครงการป้องกันไฟป่า ผสานความร่วมมือทุกมิติ หาทางแก้ไขเรื่องไฟป่าอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงาน 3 ด้าน คือ การวิจัยโดยใช้ Remote Sensing หรือเทคโนโลยีการสำรวจข้อมูลระยะไกล นำภาพจากดาวเทียมมาสำรวจจุดความร้อน การทำแอปพลิเคชันตามรอยเผา และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน, การสื่อสารกับสังคมผ่าน Facebook ชื่อเพจฝ่าฝุ่น และ Youtube ชื่อรายการปันปัญญ (Punpunya) พร้อมปลุกพลังเยาวชนผ่านโครงการด้านการศึกษาต่างๆ และการจัดทำนิทานชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM 2.5” ซึ่งเป็นหนังสือนิทาน 3 เล่ม 1) ไฟป่า น่ากลัวจัง, 2) ไฟนา อย่าก่อนะ และ 3) ฝุ่นเมืองเรื่องใหญ่ แจกฟรีให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา ในทั่วประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ โชติสังกาศ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ผู้รับพระราชทานทุน แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2543 และประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลคนปัจจุบัน กล่าวว่า “มูลนิธิอานันทมหิดล ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระอนุสรณ์ถึงพระบ
พันธุ์พืชคุณภาพดี เปรียบเสมือนรากฐานของผลผลิตทั้งหมด เพราะพันธุ์พืชดี นำไปสู่ต้นกล้าที่แข็งแรง ทนโรคทนแมลง ลดต้นทุนและให้ผลผลิตสูง คุ้มค่ากับการลงทุน ยิ่งในยุคภาวะโลกรวนแบบนี้ หากเลือกใช้พืชพันธุ์ดีที่ปรับตัวได้เก่งท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลงภาวะอากาศ ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน (TVRC) ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชพื้นบ้าน รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยตระหนักดีว่า การพัฒนาสายพันธุ์ คือ หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทย แข่งขันได้ในเวทีโลก จึงมุ่งมั่นศึกษาวิจัยพืชพันธุ์ดีสู่เกษตรกร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการผลิตอาหาร ปลูกซ้ำ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวนคณะเภษตร กำแพงแสน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์จากฐานเชื่อพันธุกรรมจนได้ พืชผักพันธุ์ใหม่ที่ปรับตัวได้ในสภาวะโลกรวน และมีแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ โดยทะยอยเปิดตัวพืชผักพันธุ์แกร่งมาอย่างต่อเนื่อง เช่
ปัจจุบันหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ประสบปัญหา PM2.5 สูง ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรวมทั้งสิ่งแวดล้อม ซึ่งแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา”เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ติดตามร่องรอยการเผาไหม้ที่เกิดจากไฟป่าและการเผาชีวมวลในพื้นที่โล่ง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นหลักฐานหลังการดับของไฟ ที่ทิ้งร่อยรอยคาร์บอนเอาไว้ในรอยเผาไหม้ (burn scar) ของพื้นที่เกษตรที่ใช้วิธีเผาในขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกข้าว ข้าวโพดและอ้อย แทนการไถกลบที่เพิ่มค่าใช้จ่ายการผลิต ที่ผ่านมา ประเทศไทยควบคุมแหล่งกำเนิดการเผาที่โล่งโดยยึดดัชนีจุดความร้อน ( Hotspot) เป็นเครื่องมือชี้วัดขนาดและการปัญหามลพิษ PM2.5 แต่ยังไม่ครอบคลุมและมีช่องโหว่ เพราะบางรายหัวใสเผาพื้นที่การเกษตร โดยหลบเลี่ยงดาวเทียมเพื่อไม่ให้เกิดจุดความร้อนได้ ปัจจุบัน หลายหน่วยงานเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงเพิ่มยุทธวิธีต่อสู้กับวิกฤติมลพิษอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยอาศัยแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา”ที่ใช้ดาวเทียมท
ตื่นตานวัตกรรมไฮเทคในงาน “AGRI-TECH DEMO DAY 2026” กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกษตรกรใช้เกษตรแม่นยำสูง ในแปลงปลูกเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและแก้วิกฤตขาดแคลนแรงงาน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ DLG Markets Asia Pacific จัดงาน AGRI-TECH DEMO DAY 2026 ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดโลก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” มาใช้ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรเยอรมัน-ไท
การทำการเกษตรด้วยวิธีดั้งเดิมในการผลิตสินค้าเกษตรตั้งแต่กระบวนการขุดดิน เตรียมพื้นที่เพาะปลูกไปจนถึงการจัดการมูลสัตว์ล้วนเป็นกระบวนการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG ) สู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากภาคพลังงาน ที่ผ่านมา ภาคการเกษตรมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ได้แก่ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) ฯลฯ ก่อให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA มุ่งให้ภาคเกษตรไทย ฝ่าวิกฤตได้ เข้มแข็งขึ้น และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ จึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร มุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 โดยมีเป้าหมายช่วยให้เกษตรกรไทย มีแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกในฟาร์ม เข้าถึงตลาดสีเขียวทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาโมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน นี่คือก้าวย่างสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทย ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แข่งข
การเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาบูรณาการร่วมกัน จนเกิดเป็นรูปแบบการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นระบบการวางแผนและการจัดการแปลงเพาะปลูกอย่างครบวงจรตั้งแต่การปลูก ใส่ปุ๋ย ติดตามสภาพแวดล้อม ตรวจสอบการเจริญเติบโต ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ IoT (Internet of Things) มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือตรวจวัดสภาพอากาศแบบเรียลไทม์โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลสถิติรายวันและรายเดือน นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบผสมปุ๋ยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงานคน ทำให้เกษตรกรมีเวลาไปทำงานอื่นเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การทำเกษตรกลายเป็นเรื่องง่าย เกษตรกรสามารถบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกของตนเองได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน 1. สถานีตรวจอากาศ วัดอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ความเข้มแสง ความเร็วลม ปริมาณน้ำฝน มีระบบรายงานผลแบบ real time สรุปสถิติรายวัน สามารถเก็บข้อมูลย้อนหลัง 90 วัน 2. ระ
โรคแคงเกอร์ พบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นส้ม หากเกิดโรคในระยะผลอ่อนทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ หากรุนแรงผลจะร่วง หากพบต้นส้มที่มีอาการให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรค เก็บเศษซากพืชที่ร่วงหล่น และกำจัดวัชพืชในแปลงนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูกทันที จากนั้นพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มสารประกอบทองแดง เช่น สารคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคิวปรัสออกไซด์ 86.2% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10-15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ 77% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15-20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 7-10 วัน จำนวน 2-3 ครั้ง และควรเลือกใช้กิ่งพันธุ์จากแหล่งปลูกที่ไม่มีการระบาดของโรคนี้ หรือใช้กิ่งพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการนำกิ่งพันธุ์จากต้นที่เป็นโรคไปปลูกใหม่ ระยะที่ต้นส้มแตกใบอ่อนให้เกษตรกรกำจัดหนอนชอนใบที่เป็นพาหะเชื้อสาเหตุโรคนำมาทำลายทิ้ง เนื่องจากรอยทำลายของหนอนชอนใบเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายพืช และส่งผลให้อาการโรครุนแรงลุกลามอย่างรวดเร็ว หากพบให้พ่นด้วยปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไท
ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความไม่สมดุลของการพัฒนา ตลอดจนผลกระทบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้บริบทของยุคแห่งนวัตกรรม คำถามสำคัญจึงมิได้อยู่เพียงที่ความสามารถของเทคโนโลยี หากแต่อยู่ที่การกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืนและความเป็นธรรมทางสังคมอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาพิเศษ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เรื่อง “Rethinking Sustainability and Social Justice in the Age of Innovation: ทบทวนความยั่งยืนและความเป็นธรรมในยุคแห่งนวัตกรรม” ในงานการประชุมทางวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 64 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการนวัตกรรมและสังคม: ก้าวสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืน” ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 – 12.00 ณ ห้อง 306 ชั้น 3 สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Webex Breakout Session 1 และ Youtube : Nontri Live การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์คว
ปกติ มะพร้าวน้ำหอมโดยทั่วไป มักมีอายุการเก็บสั้น ไม่เกิน 7 วันก็หมดอายุเสียแล้ว หากแช่เย็นเก็บได้นานสุดก็ไม่เกิน 14 วัน ปัจจุบันคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมฆ่าเชื้ออาหารด้วยความร้อนแบบโอห์มมิคม สามารถยืดอายุการเก็บรักษามะพร้าวน้ำหอมได้นานถึง 2 เดือน ที่สำคัญ มะพร้าวน้ำหอมที่ผ่านขบวนการผลิตนี้ยังเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีชมพู สร้างจุดขายได้อีกทางหนึ่ง ที่มาของนวัตกรรมเด่น รศ.ดร.ปิติยา กมลพัฒนะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เล่าถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมนี้ว่า ทุกวันนี้ เทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มองหาความสะดวกสบาย อยากได้อาหารพร้อมทานที่มีรูปรส กลิ่นสีที่ดี มีรสชาติที่ดี ตลอดจนมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีด้วย สามารถฉีกซองแล้วทานได้เลย ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการด้านอาหารที่ใช้เทคโนโลยีรีทอร์ท (Retort) แบบเดิมที่ใช้น้ำร้อนจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการฆ่าเชื้ออาหาร ได้มาขอคำปรึกษาว่า มีเทคโนโลยีใหม่แบบใดบ้าง ที่สามารถผลิตอาหารคุณภาพดี เก็บ
