มหาวิทยาลัยแม่โจ้
คณะผู้บริหารระดับสูงบริษัท สหฟาร์ม จำกัด (SAHA FARMS) นำโดย นายสิรวิชญ์ โชติเทวัญ รองประธานสายกิจการต่างประเทศ ตัวแทน ดร.ปัญญา โชติเทวัญ และ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ร่วมเข้าประชุมหารือโครงการความร่วมมือทางด้านวิชาการและการฝึกงาน/สหกิจศึกษา กับคณบดีคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ณ ห้องประชุม 2209 คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ เพื่อร่วมปรึกษาแนวทางต่อยอดพัฒนาขยายสายพันธุ์ไก่สหฟาร์ม ที่วางเป้าเพิ่มจำนวนอีกนับล้านตัว ภายใน 2 ปีนี้ พร้อมวางแผนพัฒนาสายพันธุ์ปลาดุกไทย เพื่อเตรียมส่งสินค้าใหม่บุกตลาดต่างประเทศ พร้อมกันนี้สหฟาร์มยังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร เยาวชนไทย ให้เติบโตก้าวไกลในเวทีโลก และสามารถเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าในการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับประเทศต่อไป โดยผ่านการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของแต่ละคณะ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แก่ มอบทุนการศึกษาให้กับคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ และเงินสนับสนุนการวิจัยระบบบำบัดน้ำเสียให้คณะวิ
ลำไย เป็นพืชเศรษฐกิจของไทย มีมูลค่าการส่งออกต่อปีที่สูง ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ของโลก แหล่งผลิตสำคัญลำไยไทยจะอยู่ในทางภาคเหนือคือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการออกดอกของลำไย ในปีไหนที่อากาศหนาวเย็นยาวนาน ลำไยจะออกดอกติดผลได้ดี ส่วนปีไหนอุณหภูมิต่ำไม่พอ ปีนั้นต้นลำไยจะออกดอกน้อย หรือไม่ออกดอกเลย สารโพแทสเซียมคลอเรตเป็นสารเติมออกซิเจน สามารถทำปฏิกิริยารุนแรงอย่างมากกับสารรีดิวซิงเอเจนต์ และสารอินทรีย์ทุกชนิด สารโพแทสเซียมคลอเรต สามารถระเบิดได้เองเมื่อมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือด จึงนิยมนำสารนี้มาทำดอกไม้ไฟ และด้วยความบังเอิญของคนทำดอกไม้ไฟ ทำให้พบว่าสารนี้สามารถชักนำการออกดอกของลำไย โดยไม่ต้องพึ่งพาความหนาวเย็นได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้นำโครงการวิจัยด้านลําไยหลายโครงการ เรียบเรียงหนังสือและเอกสารเผยแพร่เพื่อการเรียนการสอน อาทิ ลําไย การผลิตลําไย การผลิตลําไยนอกฤดูอย่างมืออาชีพ กล่าวถึงสารโพแทสเซียมคลอเรตว่า กลไกของการศึกษาของสารนี้ในปัจจุบันนั้นยังศึกษาไม่ลึกมากพอ แต่ค
ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงข้ามแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดินขนาดเล็กๆ ภายในโ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) รายงานสถานการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมงาน และเงินสะพัดภายในงาน ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงาน จากการสำรวจจำนวนผู้เข้าร่วมงานตามประตูทางเข้างานทั้ง 4 แหล่ง ได้แก่ ประตูหน้ามหาวิทยาลัย ประตูศาลเจ้าแม่เดิม ประตูสมาคมศิษย์เก่า และประตูบางเขน ตามลำดับ มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวนทั้งสิ้น 60,367 ราย ซึ่งจากการสำรวจแบบสอบถามจากผู้เข้าร่วมงานกลุ่มตัวอย่าง ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 จำนวน พบว่า มีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการภายในงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี (เฉลี่ย) จำนวนเงิน 920.49 บาทต่อราย จากข้อมูลข้างต้นมีส่วนช่วยให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจเฉพาะ ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 เงินสะพัด เฉพาะค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการภายในงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี มูลค่า 55,567,219.83 บาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชียงใหม่ให้คึกคัก ขอเชิญเที่ยว งานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี : เกษตร อาหาร สุขภาพ ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2566 พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน อัดแน่นทั้งความรู้และความบันเทิง ชม ช้อป ชิม บูธจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ ร้านอาห
สถาบันบริการตรวจสอบ คุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (IQS แม่โจ้) ได้การรับรองต่ออายุและได้รับอนุมัติการขยายขอบข่าย ความสามารถของห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ISO/EC 17025 : 2017 จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 และได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ GIT Standard กับสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรผกา อรรคนิตย์ ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า สถาบัน IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทดสอบ การให้บริการกับบุคลากรทั้งภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย มุ่งเน้นในด้านการบริการทางวิชาการ ให้สอดคล้องกับปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในรูปแบบการฝึกอบรมให้ความรู้ทางวิชาการด้านการเกษตรและอาหาร การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ การให้บริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนางานของสถาบันให้ก้าวหน้าและทันสมัยไปพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มีเครื่อง
วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2566 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย คณะบริหารธุรกิจ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ โครงการพัฒนาระบบผลิตและการจัดการผลผลิตเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพสู่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย กับ สภาเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, อำเภอแม่ริม, อำเภอสะเมิง, อำเภอแม่แจ่ม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้, นายวิทยา นาระต๊ะ ประธานสภาเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, ดร.พิเศรษฐ์ ไชยสุภา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2, นายณฐกร ภัทรวนนท์ นายอำเภอสะเมิง, นายเกียรติชัย ฟองตา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง และ นายภควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอแม่ริม เป็นผู้แทนลงนามของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การลงนามความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาระบบผลิตอย่างมีประสิทธิภาพของกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ ในพื้นที่เป้าหมาย ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย
14 สิงหาคม 2476 คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ ยืมม้าจากนายอำเภอสันทราย บุกเข้าดงแม่โจ้ พร้อมคนนำทางมุ่งหน้าต่อไปตามทางเกวียนใช้เวลาชั่วโมงกว่าถึงดงไม้และป่าโปร่งที่เรียกว่า “ดงแม่โจ้” มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ชายป่าประมาณ 10 หลังคาเรือน ถึงแม้ผืนดินแห่งนี้จะมีสภาพเป็นดินเลว แต่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่สามารถปรับแก้ไขสภาพดินให้ดีขึ้นได้ ท่านจึงสร้างสถานีกสิกรรมภาคพายัพขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ ต้นเดือนเมษายน 2477 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รมต.กระทรวงธรรมการ (สมัยนั้น) มีบัญชาให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือขึ้นที่ ดงแม่โจ้ ติดพื้นที่ด้านทิศใต้ของสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ แต่งตั้งให้ พระช่วงเกษตรศิลปการ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ 17 พฤษภาคม 2477 นักเรียนรุ่นแรกเดินทางมารายงานตัวครบทั้ง 46 คน (ภายหลังมาอีก 2 คน รวมเป็น 48 คน) 7 มิถุนายน 2477 ได้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก โดยคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาเกษตรแม่โจ้ ผู้บุกเบิกและก่อตั้ง แม่โจ้ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีไหว้ครูขึ้นในวันนี้ได้เชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าหลวงประจำจังหวัดและธรรมการจังหวัดมาร่วมให้โอวาท ซึ่งเหตุการณ์ครั
นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จแบบยั่งยืน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง ซึ่งมาจากความสามัคคี ความเข้มแข็งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กับสมาชิกในชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งหวังที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน จากการพึ่งพาตนเอง ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา รัชกาลที่ 9 คือ การระเบิดจากข้างใน “เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2566) ด้วยพื้นที่โครงการ จำนวน 14.03 ตารางกิโลเมตร (8,768.75 ไร่) แบ่งเป็น พื้นที่เกษตรหรือทำกิน จำนวน 1,200 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 214.80 ไร่ และพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ จำนวน 6,252 ไร่ จนเกิดเป็นโมเดลตัวอย่าง “ชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืน” หรือที่เรียกว่า “Powerpoint มีชีวิต” ซึ่งปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ Social Enterprise ให้ชุมชนอ
ปัจจุบัน คนไทยประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยเฉพาะมิติ BCG Model หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างชุมชนสู่ความเข้มแข็ง มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงในชุมชน หลักการเกษตรสุขภาพ ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ กล่าวว่า “เกษตรสุขภาพ” เป็นการทำการเกษตรผสมผสาน สวนป่า ธรรมชาติ มุ่งผลิตอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระความเจ็บป่วย ความเสื่อมสภาพของร่างกาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรสุขภาพ งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เน้นใช้จุลินทรีย์ ชีวภาพ สารอาหารธรรมชาติ และสิ่งที่เหลือใช้ภายในบ้าน ชุมชน ป่า นำมาผลิตเป็นธาตุอาหารให้กับพืชที่ปลูก และเน้นปลูกพืช
สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางฯ พร้อมภาคีเครือข่ายรวมพลังจัดงาน “มหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023” ผลักดันพืชยางพาราเป็นคลัสเตอร์ที่ 6 ในแผนฯ EEC ชูยางพาราเป็นพืชวาระแห่งชาติ ก้าวสู่ศูนย์กลางยางพารา ( Hub) ในเวทีการค้าโลก เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2566 สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023” ระหว่าง วันที่ 22 – 26 ก.พ. พ.ศ. 2566 ณ ตลาดกลางยางพาราภาคตะวันออก ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมาย ผลักดันพืชยางพาราเป็นคลัสเตอร์ที่ 6 ในแผนปฏิบัติการพัฒนาการเกษตรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พ.ศ. 2566 – 2570 หวังกระตุ้นวงการยางพาราทั้งระบบพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตยางพาราสนองตอบความต้องการของ ตลาดสินค้าเกษตร เกิดการกระจายรายได้สู่เกษตรกร ภายใต้ขับเคลื่อน “โครงการเกษตรปลอดภัยครัวไทยสู่ครัวโลก” และ “ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” หวังแก้ปัญหาภาพรวมเศรษฐ
