มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำทีมนักกีฬาทักษะเกษตร จาก 3 คณะได้แก่ คณะผลิตกรรมการเกษตร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี และ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร และกีฬาสากล ในงานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “เกษตรแดนศิลป์ ถิ่นเมืองพริบพรี” ซึ่งมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนทางด้านการเกษตรจากทั่วประเทศ เข้าร่วมชิงชัย 12 สถาบัน ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤศจิกายน 2567 ณ มหาวิทยาลัยศิลปกร วิทยาเขต สารสนเทศเพชรบุรี ผลการแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดย สามารถกวาดมาได้ 15 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญเงินกีฬาสาธิต รวม 20 เหรียญ จาก 21 ทักษะ ดังนี้ 1. การจัดสวนถาด = 🥇ทอง 2. การเชตแมลง = 🥇ทอง 3. การผลิตแผ่นประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเกษตร = 🥇ทอง 4. การตอนสุกร = 🥇ทอง 5. การรีดเต้านมเทียม = 🥇ทอง 6. บรรจุพันธ์ปลา = 🥇ทอง 7. การประกวดโมเดลธุกิจนวัตกรรมการเกษตร = 🥈เงิน 8. การขยายพันธุ์พืช ติดตา-ต่อกิ่ง-ทาบกิ่ง = 🥇ทอง 9
“บ้านปูนา อ่องปูนา” ผลงานของ ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้ารางวัล ชนะเลิศ ประเภท “กินดี” Best of the Best ระดับประเทศ ในโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารออมสินที่เปิดเวทีในนักศึกษาได้เรียนรู้ บูรณาการพัฒนาร่วมกับชุมชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั่วประเทศกว่า 67 สถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ได้เข้ารับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรี ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” เป็นนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ ได้แก่ นางสาวไอยเรศ เสาร์คำ, นายสรวิชญ์ จันทร์แดง, นางสาวไอซามี พงษ์จิระสกุลชัย, นางสาวเกวลิน กรแก้ว นางสาวภัสสิรา สิงห์อูป โดยมี อาจารย์ ดร.นงพงา แสงเจริญ, ผศ.ดร.ดารชาต์ เทียมเมือง และ อาจารย์ ดร.วาธิณี อินทรพงษ์นุวัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา “บ้านปูนา อ่องปูนา” เป็นการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูนาสันทราย ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำความรู้มาศึกษาปัญหาเดิมของก
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด ลงนามความร่วมมือ กับ มูลนิธิชัยพัฒนา ว่าด้วย “ความร่วมมือในการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช” โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ นายชัยยศ สัมฤทธิ์กุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้และกรรมการ บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ มีผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “สืบเนื่องด้วยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้พัฒนาพันธุ์ผักจำนวน 19 พันธุ์ โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อและให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช โดยให้มูลนิธิเป็นผู้ทรงสิทธิในเมล็ดพันธุ์นี้ ซึ่งในเบื้องต้นมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์นี้ร่วมกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อพระร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยด้านโคนม เพื่อถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิต รวมถึงการสร้างฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวอย่าง เดินหน้าพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคเหนือ คู่ขนานกับการสร้างนักวิชาการรุ่นใหม่ สร้างรายได้ที่มั่นคง นำไปสู่อาชีพเกษตรกรโคนมที่ยั่งยืน โดยมี รศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ ซีพี-เมจิ ร่วมลงนาม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประภากร ธาราฉาย คณบดีคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ พร้อมสนับสนุนงานด้านวิชาการและเป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและผลผลิตโคนม นอกจากนั้นยังจะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเกษตรกรให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านวิชาการ และการจัดการสิ่งแวดล้อมทางด้านเกษตรและปศุสัตว์ที่เหมาะสม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรในการเข้าร่วมการอบรมทฤษฎีใหม่ๆ ที่ทันสมัย โดยมหาวิทยาลัยฯ มีนักวิชาการและวิทยากรที่เชี่ยวชาญ การ
ทีม Agro-Power มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตัวแทนทีมจากภาคเหนือ คว้า 2 รางวัล จากการร่วมจัดแสดงผลงานและนำเสนอ โครงการพัฒนาที่ยั่งยืนของนิสิตนักศึกษา ระดับประเทศ ประจำปี 2567 หรือ Rakkaew Foundation National Exposition University Sustainability Showcase จัดโดย มูลนิธิรากแก้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศได้แสดงผลของโครงการที่ได้ร่วมดำเนินงานกับชุมชน นำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนกับชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีทีมจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ 26 ทีม ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร สำหรับ ทีม Agro-Power นำเสนอโครงการภายใต้ชื่อ “พลังเกษตรเปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นทุนชีวิต” เป็นผลงานที่มุ่งเน้นแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนำเศษอาหารเหลือทิ้งจากโรงพยาบาล จากชุมชน มาเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำซึ่งมีคุณสมบัติย่อยขยะสดได้ดี แล้วนำตัวหนอนที่มีโปรตีนสูงไปเป็นอาหารสัตว์ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ นำมูลของหนอนไปเป็นวัสดุปลูกพืชผัก จากนั้นจึงเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสร้างรายได้เพิ่มต่อไป ซึ่งโครงการ
คณะผู้บริหารระดับสูงบริษัท สหฟาร์ม จำกัด (SAHA FARMS) นำโดย นายสิรวิชญ์ โชติเทวัญ รองประธานสายกิจการต่างประเทศ ตัวแทน ดร.ปัญญา โชติเทวัญ และ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ร่วมเข้าประชุมหารือโครงการความร่วมมือทางด้านวิชาการและการฝึกงาน/สหกิจศึกษา กับคณบดีคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ณ ห้องประชุม 2209 คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ เพื่อร่วมปรึกษาแนวทางต่อยอดพัฒนาขยายสายพันธุ์ไก่สหฟาร์ม ที่วางเป้าเพิ่มจำนวนอีกนับล้านตัว ภายใน 2 ปีนี้ พร้อมวางแผนพัฒนาสายพันธุ์ปลาดุกไทย เพื่อเตรียมส่งสินค้าใหม่บุกตลาดต่างประเทศ พร้อมกันนี้สหฟาร์มยังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร เยาวชนไทย ให้เติบโตก้าวไกลในเวทีโลก และสามารถเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าในการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับประเทศต่อไป โดยผ่านการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของแต่ละคณะ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แก่ มอบทุนการศึกษาให้กับคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ และเงินสนับสนุนการวิจัยระบบบำบัดน้ำเสียให้คณะวิ
ลำไย เป็นพืชเศรษฐกิจของไทย มีมูลค่าการส่งออกต่อปีที่สูง ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ของโลก แหล่งผลิตสำคัญลำไยไทยจะอยู่ในทางภาคเหนือคือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการออกดอกของลำไย ในปีไหนที่อากาศหนาวเย็นยาวนาน ลำไยจะออกดอกติดผลได้ดี ส่วนปีไหนอุณหภูมิต่ำไม่พอ ปีนั้นต้นลำไยจะออกดอกน้อย หรือไม่ออกดอกเลย สารโพแทสเซียมคลอเรตเป็นสารเติมออกซิเจน สามารถทำปฏิกิริยารุนแรงอย่างมากกับสารรีดิวซิงเอเจนต์ และสารอินทรีย์ทุกชนิด สารโพแทสเซียมคลอเรต สามารถระเบิดได้เองเมื่อมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือด จึงนิยมนำสารนี้มาทำดอกไม้ไฟ และด้วยความบังเอิญของคนทำดอกไม้ไฟ ทำให้พบว่าสารนี้สามารถชักนำการออกดอกของลำไย โดยไม่ต้องพึ่งพาความหนาวเย็นได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้นำโครงการวิจัยด้านลําไยหลายโครงการ เรียบเรียงหนังสือและเอกสารเผยแพร่เพื่อการเรียนการสอน อาทิ ลําไย การผลิตลําไย การผลิตลําไยนอกฤดูอย่างมืออาชีพ กล่าวถึงสารโพแทสเซียมคลอเรตว่า กลไกของการศึกษาของสารนี้ในปัจจุบันนั้นยังศึกษาไม่ลึกมากพอ แต่ค
ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงข้ามแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือนโรงเลี้ยงไส้เดือนดินขนาดเล็กๆ ภายในโ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) รายงานสถานการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมงาน และเงินสะพัดภายในงาน ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงาน จากการสำรวจจำนวนผู้เข้าร่วมงานตามประตูทางเข้างานทั้ง 4 แหล่ง ได้แก่ ประตูหน้ามหาวิทยาลัย ประตูศาลเจ้าแม่เดิม ประตูสมาคมศิษย์เก่า และประตูบางเขน ตามลำดับ มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวนทั้งสิ้น 60,367 ราย ซึ่งจากการสำรวจแบบสอบถามจากผู้เข้าร่วมงานกลุ่มตัวอย่าง ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 จำนวน พบว่า มีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการภายในงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี (เฉลี่ย) จำนวนเงิน 920.49 บาทต่อราย จากข้อมูลข้างต้นมีส่วนช่วยให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจเฉพาะ ณ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 เงินสะพัด เฉพาะค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการภายในงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี มูลค่า 55,567,219.83 บาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชียงใหม่ให้คึกคัก ขอเชิญเที่ยว งานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี : เกษตร อาหาร สุขภาพ ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2566 พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน อัดแน่นทั้งความรู้และความบันเทิง ชม ช้อป ชิม บูธจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ ร้านอาห
สถาบันบริการตรวจสอบ คุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (IQS แม่โจ้) ได้การรับรองต่ออายุและได้รับอนุมัติการขยายขอบข่าย ความสามารถของห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล ISO/EC 17025 : 2017 จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 และได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ GIT Standard กับสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรผกา อรรคนิตย์ ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า สถาบัน IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทดสอบ การให้บริการกับบุคลากรทั้งภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย มุ่งเน้นในด้านการบริการทางวิชาการ ให้สอดคล้องกับปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในรูปแบบการฝึกอบรมให้ความรู้ทางวิชาการด้านการเกษตรและอาหาร การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ การให้บริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนางานของสถาบันให้ก้าวหน้าและทันสมัยไปพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ มีเครื่อง
