มหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2566 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย คณะบริหารธุรกิจ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ โครงการพัฒนาระบบผลิตและการจัดการผลผลิตเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพสู่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย กับ สภาเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, อำเภอแม่ริม, อำเภอสะเมิง, อำเภอแม่แจ่ม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้, นายวิทยา นาระต๊ะ ประธานสภาเกษตรจังหวัดเชียงใหม่, ดร.พิเศรษฐ์ ไชยสุภา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2, นายณฐกร ภัทรวนนท์ นายอำเภอสะเมิง, นายเกียรติชัย ฟองตา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง และ นายภควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอแม่ริม เป็นผู้แทนลงนามของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การลงนามความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาระบบผลิตอย่างมีประสิทธิภาพของกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ ในพื้นที่เป้าหมาย ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย
14 สิงหาคม 2476 คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ ยืมม้าจากนายอำเภอสันทราย บุกเข้าดงแม่โจ้ พร้อมคนนำทางมุ่งหน้าต่อไปตามทางเกวียนใช้เวลาชั่วโมงกว่าถึงดงไม้และป่าโปร่งที่เรียกว่า “ดงแม่โจ้” มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ชายป่าประมาณ 10 หลังคาเรือน ถึงแม้ผืนดินแห่งนี้จะมีสภาพเป็นดินเลว แต่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่สามารถปรับแก้ไขสภาพดินให้ดีขึ้นได้ ท่านจึงสร้างสถานีกสิกรรมภาคพายัพขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ ต้นเดือนเมษายน 2477 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รมต.กระทรวงธรรมการ (สมัยนั้น) มีบัญชาให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือขึ้นที่ ดงแม่โจ้ ติดพื้นที่ด้านทิศใต้ของสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ แต่งตั้งให้ พระช่วงเกษตรศิลปการ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ 17 พฤษภาคม 2477 นักเรียนรุ่นแรกเดินทางมารายงานตัวครบทั้ง 46 คน (ภายหลังมาอีก 2 คน รวมเป็น 48 คน) 7 มิถุนายน 2477 ได้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก โดยคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาเกษตรแม่โจ้ ผู้บุกเบิกและก่อตั้ง แม่โจ้ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีไหว้ครูขึ้นในวันนี้ได้เชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าหลวงประจำจังหวัดและธรรมการจังหวัดมาร่วมให้โอวาท ซึ่งเหตุการณ์ครั
นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จแบบยั่งยืน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง ซึ่งมาจากความสามัคคี ความเข้มแข็งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กับสมาชิกในชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งหวังที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน จากการพึ่งพาตนเอง ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา รัชกาลที่ 9 คือ การระเบิดจากข้างใน “เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2566) ด้วยพื้นที่โครงการ จำนวน 14.03 ตารางกิโลเมตร (8,768.75 ไร่) แบ่งเป็น พื้นที่เกษตรหรือทำกิน จำนวน 1,200 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 214.80 ไร่ และพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ จำนวน 6,252 ไร่ จนเกิดเป็นโมเดลตัวอย่าง “ชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืน” หรือที่เรียกว่า “Powerpoint มีชีวิต” ซึ่งปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ Social Enterprise ให้ชุมชนอ
ปัจจุบัน คนไทยประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยเฉพาะมิติ BCG Model หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างชุมชนสู่ความเข้มแข็ง มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงในชุมชน หลักการเกษตรสุขภาพ ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ กล่าวว่า “เกษตรสุขภาพ” เป็นการทำการเกษตรผสมผสาน สวนป่า ธรรมชาติ มุ่งผลิตอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระความเจ็บป่วย ความเสื่อมสภาพของร่างกาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรสุขภาพ งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เน้นใช้จุลินทรีย์ ชีวภาพ สารอาหารธรรมชาติ และสิ่งที่เหลือใช้ภายในบ้าน ชุมชน ป่า นำมาผลิตเป็นธาตุอาหารให้กับพืชที่ปลูก และเน้นปลูกพืช
สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางฯ พร้อมภาคีเครือข่ายรวมพลังจัดงาน “มหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023” ผลักดันพืชยางพาราเป็นคลัสเตอร์ที่ 6 ในแผนฯ EEC ชูยางพาราเป็นพืชวาระแห่งชาติ ก้าวสู่ศูนย์กลางยางพารา ( Hub) ในเวทีการค้าโลก เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2566 สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023” ระหว่าง วันที่ 22 – 26 ก.พ. พ.ศ. 2566 ณ ตลาดกลางยางพาราภาคตะวันออก ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมาย ผลักดันพืชยางพาราเป็นคลัสเตอร์ที่ 6 ในแผนปฏิบัติการพัฒนาการเกษตรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พ.ศ. 2566 – 2570 หวังกระตุ้นวงการยางพาราทั้งระบบพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตยางพาราสนองตอบความต้องการของ ตลาดสินค้าเกษตร เกิดการกระจายรายได้สู่เกษตรกร ภายใต้ขับเคลื่อน “โครงการเกษตรปลอดภัยครัวไทยสู่ครัวโลก” และ “ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” หวังแก้ปัญหาภาพรวมเศรษฐ
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ ที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลสำเร็จ โครงการวิจัยภายใต้หัวข้อ เรื่อง “การต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์กัญชงด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ มหัทธนชัย หัวหน้าโครงการวิจัย แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และทีมวิจัย ดำเนินการเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าใยกัญชงผ่านการเล่าเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ณ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ มหัทธนชัย หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า หัตถกรรมการทอผ้าจากใยกัญชงของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมส่งเสริมคุณค่าทางภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแต่โบราณ การพัฒนานวัตกรรมเครื่องทอผ้าจากงานวิจัยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทอผ้าจากวิธีแบบดั้งเดิม การเล่าเรื่องและการออกแบบลวดลายเชิงสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัว บริษัท First Organic Seed จำกัด บริษัทแรกของประเทศไทย ที่จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ โดยมีปณิธานในการสร้างเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์คุณภาพ เพื่อเกษตรกรอินทรีย์ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ร่วมฉลอง 45 ปี พืชผักแม่โจ้ เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉันทนา วิชรัตน์ กรรมการบริษัท First Organic Seed จำกัด กล่าวว่า บริษัท First Organic Seed เป็นบริษัทแรกของมหาวิทยาลัย และเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย ได้เกิดขึ้นจากการที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการเรียนการสอนทางด้านงานปรับปรุงพันธุ์ งานพัฒนาพันธุ์ งานผลิตเมล็ดพันธุ์ทางด้านเกษตรอินทรีย์ ทั้งหมดได้ทำงานบูรณาการร่วมกันเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ ซึ่งทางบริษัทได้ทำงานร่วมกับศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการวิจัย พัฒนา และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์คุณภาพ ภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM โดยบริษัทจะทำหน้าที่จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และสินค้าที่เกี่ยวโยงกัน ดังนั้น บริษัท First Organic Seed เหมือนเป็นอีกห้องเรียนหนึ่งของนักศึกษา ทางด้าน Seed Marketing ให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ระบบการตลา
เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมงานโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2565 นำโดย อาจารย์ ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์ ประธานคณะกรรมการคณะทำงานโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นางวิไลพร พราหมณะนันทน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตเชียงใหม่ 2 และทีมงาน เข้าพบ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อส่งมอบรางวัล Best of the Best รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประเภท “กินดี” โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาทีม “เศรษฐปลาศาสตร์” ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่ามอบให้เป็นเกียรติประวัติแก่มหาวิทยาลัยต่อไป โดยมีคณะผู้บริหารร่วมชื่นชมยินดีกับนักศึกษาและทีมงาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อาจารย์ ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2565 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เกิดจากความร่วมมือทำข้อตกลงระหว่างธนาคารออมสินผู้สนับสนุนงบประมาณ และ 5 คณะ ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แก่ คณะผลิตกรรมการเกษตร คณะเทคโนโลยีการประมงและท
วันที่ 10 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดชุมพร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการเปลี่ยนเกษียณเป็นพลังจังหวัดชุมพร ระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และจังหวัดชุมพร” เพื่อขับเคลื่อนแผนงาน “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง เฟส 2” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมลงนามกับ นายนิรัช โอบอ้อม ปลัดอำเภอละแม และ ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ณ อาคาร 80 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร จ.ชุมพรนายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนแนวทางการวางยุทธศาสตร์ Quick Wins โครงการ “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ในการสร้างกลไกการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุหรือผู้เกษียณ ได้รับโอกาสและสร้างแรงจูงใจในการเข้าสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อ
ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดโมเดลธุรกิจเกษตรแบบใหม่ ให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของผลผลิตมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองคุณภาพ แบบเช่าเหมายกต้นตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยทุกขั้นตอนการผลิตระบบ GAP ตามมาตรฐานการส่งออก การันตีผลผลิตมะม่วงคุณภาพเริ่มต้นที่ 50 กิโลกรัม/ต้น (ขนาดผล 300 กรัม ขึ้นไป) พร้อมจัดส่งให้ถึงบ้าน นายสุรชัย ศาลิรัศ ผู้อำนวยการฟาร์มมหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า “สำหรับการเปิดขายมะม่วงแบบเหมายกต้นตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั้น ถือเป็นโมเดลธุรกิจเกษตรแบบใหม่ ที่ให้ท่านได้เป็นเจ้าของมะม่วงทั้งต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ นักศึกษา ดูแลดำเนินการทุกกระบวนการผลิตระบบ GAP ตามมาตรฐานการส่งออก ตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนถึง ช่วงเก็บเกี่ยวการผลิต คือ ตัดแต่งกิ่งหลังการเก็บผลผลิตเพื่อฟื้นฟูสภาพต้นในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม มีการป้องกันศัตรูพืชเพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตช่วงออกดอก และก่อนห่อผล ในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ตัดแต่งผลและห่อผลเพื่อปรับปรุงคุณภาพสีผิว ป้องกันโรคและแมลง ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลง คัดขนาดและคุณภาพผลผลิตในเดือนพฤษภาคม พร้อมจ
